เรื่องราว - พฤศจิกายน 10, 2551
วันนี้นักกิจกรรมกรีนพีซขวางเรือขนส่งน้ำมันปาล์มที่กำลังออกจากท่าเรือดูไม ซึ่งเป็นท่าเรือหลักที่ส่งออกน้ำมันปาล์มของอินโดนีเซีย ไปยังยุโรป เพื่อยุติการทำลายป่าในประเทศอินโดนีเซีย
นักกิจกรรมกรีนพีซจากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา เขียนคำว่า "อาชญากรรมสภาพภูมิอากาศ" ที่หัวเรือบรรทุกน้ำมัน "กราน คูวา" เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าในทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
นักกิจกรรมกรีนพีซจากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา เขียนคำว่า "อาชญากรรมป่าไม้" ที่หัวเรือบรรทุกน้ำมัน "กราน คูวา" เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าในทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
รอมาดอน คานาริสลา นักกิจกรรมกรีนพีซชาวอินโดนีเซีย จากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา ปีนโซ่สมอเรือ "กราน คูวา" และท้าทายกับสายฉีดน้ำของลูกเรือ เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าใน ทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ใน ป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
รอมาดอน คานาริสลา นักกิจกรรมกรีนพีซชาวอินโดนีเซีย จากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา ปีนโซ่สมอเรือ "กราน คูวา" และท้าทายกับสายฉีดน้ำของลูกเรือ เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าใน ทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ใน ป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
รอมาดอน คานาริสลา นักกิจกรรมกรีนพีซชาวอินโดนีเซีย จากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา ปีนโซ่สมอเรือ "กราน คูวา" และท้าทายกับสายฉีดน้ำของลูกเรือ เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าใน ทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ใน ป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
นักกิจกรรมกรีนพีซจากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา เขียนคำว่า "อาชญากรป่าไม้" ที่หัวเรือบรรทุกน้ำมัน "กราน คูวา" เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าในทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
นักกิจกรรมกรีนพีซจากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา เขียนคำว่า "อาชญากรรมป่าไม้" ที่หัวเรือบรรทุกน้ำมัน "กราน คูวา" เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าในทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
รอมาดอน คานาริสลา นักกิจกรรมกรีนพีซชาวอินโดนีเซีย จากเรือ เอ็มวาย เอสเพอรันซา ปีนโซ่สมอเรือ "กราน คูวา" และท้าทายกับสายฉีดน้ำของลูกเรือ เรือลำดังกล่าวกำลังขนส่งน้ำมันปาล์มดิบปริมาณ 27,000 เมตริกตัน ของบริษัทวิลมาร์ ไปสู่เมืองร็อตเทอร์ดัม เนเธอแลนด์ กรีนพีซกำลังต่อต้านการทำลายป่าพรุบนคาบสมุทรคัมปาร์ โดยอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และน้ำมันปาล์ม และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายระงับการตัดไำม้ทำลายป่าในทันที ป่าพรุจำเป็นอย่างยิ่งในการดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ ความเสื่อมถอยของความหลากหลายทางชีวภาพปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ถูกกักเก็บไว้ในป่าพรุปริมาณมหาศาลออกมา ซึ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ นักกิจกรรมกรีนพีซได้เขียนข้อความ "อาชญากรรมป่าไม้"
และ "อาชญากรรมสภาพภูมิอากาศ" บนตัวเรือที่มีถังน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่ 3
ถัง และเรือบรรทุกไม้ซุงจากป่าฝนอินโดนีเซีย นักกิจกรรมของกรีนพีซ 1
คนผูกตนเองไว้กับสมอของเรือกราน คูวา
ซึ่งขนส่งน้ำมันปาล์มของบริษัทวิลมาร์ กรุ๊ป
เพื่อหยุดการเดินเรือจากอินโดนีเซียไปยังเนเธอร์แลนด์
"วันนี้
กรีนพีซได้เปิดโปงผลกระทบอันเป็นหายนะของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มและอุตสาหกรรมป่าไม้ที่มีต่อป่าพรุและผืนป่าของอินโดนีเซีย
และสภาพภูมิอากาศของโลก" บุสตาร์ ไมทาร์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
"การตอบสนองความต้องการบริโภคน้ำมันปาล์มและสินค้าอื่นๆ
สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องทำลายป่าไม้เพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกัน
บริษัทวิลมาร์ และซินาร์ มาส
สามารถช่วยสนับสนุนกฎหมายระงับการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าและป่าพรุได้"
ระหว่างการรณรงค์ "ปกป้องป่า กู้วิกฤตโลกร้อน" ของเรือเอสเพอรันซา
ในประเทศอินโดนีเซีย
กรีนพีซได้เป็นประจักษ์พยานการทำลายป่าเขตร้อนอันกว้างใหญ่มหาศาลของจังหวัดปาปัว
เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่สัมปทานของซินาร์
มาส ใกล้เมืองจายาปุระ นอกจากนี้
กรีนพีซยังเปิดโปงกรณีการตัดไม้ทำลายป่าในปาปัว
และยังค้นพบการทำลายป่าในพื้นที่ป่าพรุบริเวณกว้างขวางในจังหวัดรีอาลอีกด้วย
การเปลี่ยนสภาพป่าและป่าพรุเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน
และเพื่อปลูกต้นไม้เพื่ออุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ และ
เพื่ออุตสาหกรรมทำป่าไม้นั้น
เป็นสาเหตุหลักของการทำลายป่าในอินโดนีเซีย
ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากการทำอุตสาหกรรมเหล่านี้ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงเป็นอันดับ
3 ของโลก การส่งออกน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซียส่วนใหญ่มีปลายทางที่จีน
ยุโรป และ อินเดีย
"ผืนป่าแห่งอินโดนีเซียมีสถานะสูงกว่าการเป็นสินค้าส่งออกในรูปน้ำมันปาล์มและไม้ซุง"
ไมทาร์ กล่าว "เป็นสิ่งที่สำคัญ
อย่างยิ่งที่ผืนป่าแห่งอินโดนีเซียต้องได้รับการปกป้องจากการขยายตัวอย่างไม่ลดละของอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม
และอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษ
เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ยุติการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และ
ปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องพึ่งพาป่า
สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการออกกฎหมายระงับการตัดไม้ทำลายป่าทันที
และโดยการให้เงินทุนสนับสนุนจากนานาประเทศผ่านทางองค์การสหประชาชาติเพื่อปกป้องผืนป่าเหล่านี้
เรือเอสเพอรันซาของกรีนพีซเริ่มการรณรงค์ "ปกป้องป่า
กู้วิกฤตโลกร้อน" ในจายาปุระ จังหวัดปาปัว เมื่อวันที่ 6
ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเปิดโปงการทำลายผืนสวรรค์ป่าอย่างไม่ลดละ
ผืนป่าเหล่านี้เป็นผืนป่าโบราณสุดท้ายแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้กฎหมายสั่งระงับการเปลี่ยนสภาพป่าในทันที
ซึ่งครอบคลุมการขยายการปลูกปาล์มน้ำมัน การตัดไม้เพื่ออุตสาหกรรม และ
ตัวการขับเคลื่อนการทำลายป่าอื่นๆ
ลงมือทำ
ลงชื่อในจดหมายเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียปกป้องป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน
บริจาค
บริจาค
เพื่อรักษาความเป็นอิสระ กรีนพีซไม่รับเงินจากภาครัฐบาลและเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ ที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา