Skip navigation.
กรีนพีซจัดกิจกรรม “ข้าวไทย ที่หนึ่งในโลก” โดยเปิดตัวกินเนสส์ เวิร์ล 
เรคคอร์ด 
ที่ล่าสุดออกประกาศนียบัตรยกย่องให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก 
เพื่อจุดประกายความภูมิใจในข้าวไทย 
และเรียกร้องให้ชาวไทยร่วมปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจากการดัดแปลงพันธุกรรม 
(จีเอ็มโอ)

กรีนพีซจัดกิจกรรม “ข้าวไทย ที่หนึ่งในโลก” โดยเปิดตัวกินเนสส์ เวิร์ล เรคคอร์ด ที่ล่าสุดออกประกาศนียบัตรยกย่องให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก เพื่อจุดประกายความภูมิใจในข้าวไทย และเรียกร้องให้ชาวไทยร่วมปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจากการดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ)

ขยายภาพ
ภาพเพิ่มเติม

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — กรีนพีซจัดกิจกรรม “ข้าวไทย ที่หนึ่งในโลก” โดยเปิดตัวกินเนสส์ เวิร์ลด์ เรคคอร์ด ที่ล่าสุดออกประกาศนียบัตรยกย่องให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก เพื่อจุดประกายความภาคภูมิใจในข้าวไทย และเรียกร้องให้ชาวไทยร่วมปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจากการดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ)

ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติในปี 2550 ระบุประเทศไทยส่งออกข้าวมากที่สุดในโลกเป็นจำนวน 8,094,000 ตัน คิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ของตลาดข้าวส่งออกทั่วโลก

“การบันทึกข้าวไทยไว้ในสถิติโลกครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าข้าวไทยเป็นหนึ่งในข้าวที่ดีที่สุดในโลก แต่น่ากังวลว่าบรรษัทเคมีเกษตรข้ามชาติกำลังพยายามเข้าครอบครองข้าวไทย โดยการผลักดันเทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรมเข้ามาในประเทศ” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

กิจกรรม “ข้าวไทย ที่หนึ่งในโลก” ยังประกอบด้วยนิทรรศการแสดงประวัติข้าวไทย ความเชื่อ พิธีกรรม และ ความผูกพันของคนไทยและข้าว นอกจากนี้ยังจัดแสดงข้อมูลเรื่องจีเอ็มโอและผลกระทบที่เกิดจากข้าวจีเอ็มโออีกด้วย

การดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ เป็นเทคโนโลยีที่เปิดทางให้นักวิทยาศาสตร์สามารถถือครองสิทธิบัตรในพืช สัตว์ หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กได้ โดยการดัดแปลงยีนของสิ่งมีชีวิตเหล่านั้น หรือนำยีนของสิ่งมีชีวิตหนึ่งมาใส่เข้าไปในสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งซึ่งไม่สามารถผสมพันธุ์กันได้ในธรรมชาติ เพื่อให้เกิดสิ่งมีชีวิตที่มีคุณลักษณะผิดธรรมชาติ พืชจีเอ็มโอยังเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม่สามารถควบคุมได้ และการปนเปื้อนจีเอ็มโอทำให้พืชดั้งเดิมถูกกลืนเปลี่ยนเป็นจีเอ็มโอ ไม่อาจคาดเดาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ จนท้ายที่สุดไม่สามารถเรียกสิ่งแวดล้อมเดิมกลับคืนมาได้



ในปี 2549 ข้าวจีเอ็มโอพันธุ์ลิเบอร์ตี้ ลิ้งค์ LL 601 ของบริษัทไบเออร์ได้ปนเปื้อนอย่างผิดกฎหมายจากประเทศสหรัฐอเมริกาไปสู่ตลาดข้าวกว่า 30 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ตลาดข้าวในออสเตรีย ฟิลิปปินส์ และ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ การปนเปื้อนครั้งนี้ส่งผลให้ 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้ส่งออกข้าวของสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบ และก่อให้เกิดหายนะทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมข้าวอเมริกา นั่นคือ มีมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนานาประเทศต่างปฏิเสธการนำเข้าข้าวจากอเมริกา หลังจากการปนเปื้อนครั้งดังกล่าว ก็มีการเรียกเก็บข้าวที่ส่งออกจากอเมริกาคืนทั้งหมด และบริษัทไบเออร์ถูกเกษตรกรฟ้องร้องอย่างหนักเพื่อให้รับผิดชอบชดเชยค่าเสียหาย 

ประเทศไทย ในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก และเป็นประเทศที่อุดมไปด้วยข้าวหลากหลายสายพันธุ์ กำลังถูกคุกคามโดยบรรษัทผลิตสารเคมีเกษตรรายใหญ่ที่ผันตัวเองมาพัฒนาเทคโนโลยีจีเอ็มโอ และต้องการแสวงหาผลประโยชน์และควบคุมแหล่งอาหารของโลกด้วยการยัดเยียดจีเอ็มโอให้ ทั้งนี้ มากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ของพืชจีเอ็มโอที่ผลิตขึ้นมาทั้งหมด ล้วนเป็นสิทธิบัตรของบรรษัทเคมีเกษตรเพียงไม่ถึง 10 แห่งเท่านั้น

แต่ยังมีข่าวดีที่ยืนยันว่าข้าวส่งออกของไทยยังคงปลอดจากจีเอ็มโอ นั่นคือ สมาคมผู้ส่งออกข้าวได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนที่จะไม่สนับสนุนข้าวจีเอ็มโอ

“สมาคมผู้ส่งออกข้าวและผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของทั่วโลกทั้งหมด 41 ประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนไม่ค้าข้าวจีเอ็มโอ และเพื่อปกป้องแหล่งผลิตข้าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก รัฐบาลไทยควรปิดประตูตายข้าวจีเอ็มโอโดยทันที” นางสาวณัฐวิภากล่าวเสริม

กิจกรรม “ข้าวไทย ที่หนึ่งในโลก” เปิดให้ประชาชนเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 22 ถึง 25 มกราคม 2552 ชั้น 6 โซน Beacon ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

รู้จักกรีนพีซ
ประวัติ
ชัยชนะกรีนพีซ
เรือรณรงค์
โครงสร้างกรีนพีซ
ร่่วมงานกับเรา
ติดต่อกรีนพีซ
กรีนพีซทำอะไร
หยุดภาวะโลกร้อน
ปฏิเสธการตัดต่อพันธุกรรม
กำจัดสารพิษ
ยุตินิวเคลียร์
 
มีส่วนร่วม
เป็นนักกิจกรรม
ออนไลน์

เป็นอาสาสมัคร
เคล็ดลับเพื่อชีวิตสีเขียว
มัลติมีเดีย
ภาพ
วีดีโอ
สไลด์โชว์
เกมส์
สกรีนเซิฟเวอร์
Facebook
YouTube
Flickr
twitter
Blog
Greenpeace exists because this fragile Earth deserves a voice. It needs solutions. It needs change. It needs action! webteam.th@greenpeace.org
Copyright ©