โอกาสครั้งประวัติศาสตร์ในการยุติภาวะโลกร้อน ณ กรุงโคเปนเฮเกน

เรื่องราว - ธันวาคม 20, 2552
กรีนพีซจวกผู้นำโลก ไร้ข้อสรุปที่ดี มีเพียงข้อตกลงที่เลื่อนลอย ในการปิดฉากการประชุมโลกร้อน ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

เหล่าผู้นำโลกที่ขาดภาวะความเป็นผู้นำ ในแก้ปัญหาโลกร้อนที่โคเปนเฮเกน

นายคุมิ ไนดู ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซสากล กล่าวว่า "โลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ที่สุดนั่นคือการขาดภาวะความเป็นผู้นำของเหล่าผู้นำโลก แทนที่ผู้นำประเทศมหาอำนาจจะปกป้องอนาคตของประชาคมโลกโดยผลักดันให้เกิดข้อสรุปที่พลิกผันหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ แต่กลับเป็นผู้ทำลายอนาคตของคนยุคปัจจุบันและยุคอนาคตเสียเอง ซ้ำร้ายยังทำให้การแก้ปัญหาโลกร้อนเป็นไปได้ยากขึ้น"

ข้อตกลงจากการประชุมที่โคเปนเฮเกนนี้ได้รับการยอมรับจากบางส่วนว่ามีความคืบหน้า แต่แท้จริงแล้วข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ได้รับการลงมติโดยการประชุมรัฐภาคีสมาชิก (Conference of the Parties หรือ COP) และยังไม่มีการบรรจุมาตรการที่เข้มแข็งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเท่ากับว่ายอมให้อุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งมักไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น ยังคงปล่อยมลพิษต่อไปได้

ยังมีประเด็นเพิ่มเติมอีกบางประเด็นที่ได้รับการบรรจุในข้อตกลง ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศขึ้นมาใหม่ และความจำเป็นในการเตรียมงบประมาณมากกว่าหนึ่งแสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี สำหรับการปกป้องป่าในประเทศกำลังพัฒนา เพื่อทำให้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอยู่บนพื้นฐานของการปล่อยคาร์บอนต่ำรวมทั้งให้ความช่วยเหลือในการปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ประเทศกำลังพัฒนาได้ตกลงให้มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจและเพิ่มการปฏิบัติโดยสมัครใจหากมีความช่วยเหลือด้านการเงินจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว "เรายินดีกับการจัดตั้งกองทุนเพื่อการจัดการสภาพภูมิอากาศซึ่งนับเป็นการริเริ่มในเชิงบวกเพื่อปกป้องป่าไม้ แต่เรายังคงผิดหวังที่ข้อตกลงจากการประชุมยังคงขาดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซจากการทำลายป่าไม้ ซึ่งทำให้สูญเสียโอกาสปกป้องป่าไม้และปกป้องสภาพภูมิอากาศ" นายชัยเลนดรา ยัสวัน ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

"ถึงแม้ว่ากองทุนดังกล่าวทำให้โครงการชดเชยคาร์บอนของประเทศที่พัฒนาแล้วไม่เกิดผล แต่ยังคงขาดการตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซจากการทำลายป่าไม้ซึ่งนับเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ที่ได้ลดทอนโอกาสสำคัญในการลดการตัดไม้ทำลายป่าทั้งในระดับประเทศและระดับสากล"

การประชุมที่เพิ่งปิดฉากลงจึงยังคงขาดความคืบหน้าในการให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ถึงแม้ว่าการประชุมเจรจาจะยังคงมีขึ้นอีกครั้งในปีหน้า แต่นับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่การประชุมโคเปนเฮเกนในครั้งนี้ได้พลาดโอกาสการมีข้อตกลงที่ดีและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย โลกจึงต้องเริ่มนับหนึ่งอีกครั้งเพื่อรอคอยความหวังของข้อตกลงที่มีความเป็นธรรม สูงส่งและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย จากการประชุมตั้งแต่บาหลีจนถึงเม็กซิโก เพื่อพลิกผันผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

ลงมือทำตอนนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต ACT NOW! - CHANGE THE FUTURE

เรื่องนี้ยังไม่จบ และเราก็ต้องเริ่มลงมือเหมือนกัน ลงมือทำตอนนี้ เพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคต

เราจะต้องไม่ปล่อยให้เหล่าผู้นำล้มเหลวอีก อนาคตของประชากร 6.5 ล้านล้านคนเป็นเดิมพัน... และคุณก็เป็นหนึ่งในนั้น