เอชพีได้รับเสียงเตือนจากภาคประชาชนให้ลดการใช้สารพิษในผลิตภัณฑ์ โดยนักกิจกรรมของกรีนพีซได้ส่งซากคอมพิวเตอร์โน๊ตบุคที่มีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนประกอบ ไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทเอชพีที่ประเทศจีนวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม นักกิจกรรมกรีนพีซได้นำรูปภาพปัญหามลพิษในเอเชียและแอฟริกา ที่เกิดจากสารพิษจากซากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อนำไปทิ้ง รีไซเคิล หรือ กำจัดทำลาย ไปจัดแสดงหน้าสำนักงานใหญ่ของเอชพีที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทั้งนี้ กรีนพีซจะจับตามองและพยายามกดดันเอชพีต่อไป รวมถึงผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายอื่นๆ ให้ปฏิบัติตามคำมั่นในการลดสารพิษในผลิตภัณฑ์ของตนให้ได้มากที่สุด
“กรีนพีซให้ความสำคัญกับการให้คำมั่นของผู้ผลิตแต่ละราย และถือว่าแต่ละบริษัทควรแสดงความรับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญานั้น โดยที่ไม่กลับคำ หรืออ้างเหตุผลว่าไม่สามารถยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายอย่างพีวีซี และสารหน่วงไฟประเภทโบรมีน (BFRs) ในคอมพิวเตอร์ได้ในขณะนี้” นายทอม ดาวแดล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซสากล กล่าว
เอชพีถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 14 ซึ่งถอยห่างแบรนด์คอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่พัฒนาไปไกล เนื่องจากเอชพีได้ผิดคำมั่นที่จะยุติการใช้สารพีวีซีและสารหน่วงไฟประเภทโบรมีน (BFRs) ในผลิตภัณฑ์ประเภทคอมพิวเตอร์ (ยกเว้นผลิตภัณฑ์จำพวกเซิร์ฟเวอร์และพริ้นท์เตอร์) โดยเลื่อนจากปี 2552 ไปเป็นปี 2554 แม้แต่
ปัจจุบันเอชพียังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ลดปริมาณการใช้สารเคมีอันตรายเหล่านี้ในท้องตลาด (2)
แอลจีอี โตชิบา และ โมโตโรล่า ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4, 5 และ 6 ตามลำดับ โซนี ตกจากอันดับที่ 5 เป็นอันดับที่ 12 เนื่องจากยังล้าหลังบริษัทอื่นๆ ในเรื่องการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ เลอโนโวยังคงรั้งท้าย เนื่องจากยังไม่มีคำมั่นสัญญาที่แน่นอนในการยุติการสารเคมีอันตรายอย่างถาวรในทุกผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ลที่เพิ่งออกมาล่าสุดก็ปราศจากพีวีซีและสารหน่วงไฟประเภทโบรมีน (BFRs) แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า
การยุติการใช้สารเคมีอันตรายประเภทดังกล่าวเป็นไปได้และมีทางเลือกอื่นๆ ที่จะทำได้ เช่นเดียวกันกับ เดล เลอโนโว และ เอเซอร์ ได้นำหน้าเอชพีในการมีผลิตภัณฑ์บางรุ่นที่ปราศจาก หรือใช้พีวีซีและสารหน่วงไฟประเภทโบรมีนในปริมาณน้อยขายในท้องตลาด นอกจากนี้
เดลยังได้แข่งกับแอปเปิ้ลในการประกาศว่าตนเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในขณะนี้
“เป็นเรื่องน่าขันที่ผู้ผลิตบางราย เช่น เดล ยังคงหมกมุ่นอยู่กับการโฆษณาสู้กับแอปเปิ้ล ขณะที่แอปเปิ้ลได้เน้นพัฒนาการลดใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง ทั้งนี้ ผู้ผลิตรายอื่นๆ ควรทุ่มเทไปยังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้แซงหน้าแอปเปิ้ลในประเด็นด้านการลดใช้สารเคมีอันตรายมากกว่าเน้นการโฆษณา” นายดาวแดลกล่าว
กรีนพีซเรียกร้องให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ลดปริมาณการใช้สารหน่วงไฟประเภทโบรมีน (BFRs) และพีวีซีในทุกผลิตภัณฑ์ เนื่องจากสารเคมีดังกล่าวเป็นสารพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต ไปจนถึงการกำจัดทำลาย การยุติการใช้สารเคมีอันตรายจะทำให้สามารถรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ได้อย่างปลอดภัย
1. พีวีซี (PVC) สามารถปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบในระดับสูงต่อสิ่งมีชีวิต การปนเปื้อนสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการกำจัด ซึ่งเมื่อพีวีซีโดนความร้อน จะเปลี่ยนรูปเป็นไดออกซิน (Dioxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่รุนแรงที่สุด
สารหน่วงไฟประเภทโบรมีน (BFRs) ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติและสะสมในสิ่งแวดล้อมรวมถึงสิ่งมีชีวิต อย่างสัตว์และมนุษย์ และสามารถกระจายออกจากผลิตภัณฑ์ได้ในระหว่างการใช้งาน ส่งผลให้ตกค้างอยู่ในฝุ่นละอองทั่วไป ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์ หลังจากการเพิ่มขึ้นของขยะอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา พบว่ามีคนงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการกำจัดทำลายหรือรีไซเคิลต้องประสบปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการยุติการใช้สารพิษอันตราย จึงเป็นทางออกของปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ยังทำให้การรีไซเคิลสามารถทำได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เนื่องจากยังมีทางเลือกที่สามารถทำได้ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และไม่ส่งผลต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เราจึงจะยุติการใช้สารหน่วงไฟประเภทโบรมีน (BFRs) และพีวีซี ในผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ภายในปี 2554”