ซีนาร์ มาส ยักษ์ใหญ่น้ำมันปาล์มอินโดนีเซีย ยังคงทำผิดสัญญาด้านความยั่งยืน

กรีนพีซเปิดเผยหลักฐานใหม่ของการทำลายป่าฝน ก่อนการประชุมทั่วไปประจำปีของซีนาร์ มาส

เรื่องราว - เมษายน 27, 2553
วันนี้ ในขณะที่ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมการประชุมทั่วไปประจำปี ของบริษัท Golden Agri Resources (GAR) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันปาล์มในเครือบริษัทซีนาร์ มาส กรีนพีซได้เปิดเผยหลักฐานใหม่ถอดด้าม ที่แสดงให้เห็นว่าซีนาร์ มาสยังคงเดินหน้าทำลายป่าฝนอินโดนีเซีย แม้จะให้คำสัญญาว่าจะหยุดการกระทำนั้นแล้ว ทั้งนี้ การทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นตัวการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และทำให้อุรังอุตังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

หลักฐานใหม่ถอดด้าม ที่แสดงให้เห็นว่าซีนาร์ มาสยังคงเดินหน้าทำลายป่าฝนอินโดนีเซีย แม้จะให้คำสัญญาว่าจะหยุดการกระทำนั้นแล้ว

"หลักฐานชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าซีนาร์ มาสยังคงหลอกลวงผู้ถือหุ้นและลูกค้าเกี่ยวกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท ไม่ว่าซีนาร์ มาสจะให้คำมั่นสัญญาใดๆก็ตาม แต่หลักฐานที่เราพบแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าซีนาร์ มาสยังคงทำลายป่าฝนและทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของอุรังอุตังต่อไป กรีนพีซจะเดินหน้ากดดันให้ลูกค้าของซีนาร์ มาส หยุดดำเนินธุรกิจทั้งหมดกับผู้ทำลายป่ารายนี้ จนกว่าซีนาร์ มาสจะปรับปรุงการดำเนินการเสียใหม่" นายบุสตาร์ ไมทาร์ หัวหน้าทีมป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ถ้อยแถลงนโยบายที่ออกมาจากซีนาร์ มาส เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ และรายงานประจำปี 2552 ของ GAR ที่นำเสนอในวันนี้ ณ การประชุมทั่วไปประจำปีของ GAR อ้างถึงพันธะที่มีต่อหลักการว่าด้วยการปลูกปาล์มน้ำมันที่ยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil - RSPO) และการหยุดถางพื้นที่ป่าที่มี คุณค่าเชิงอนุรักษ์สูง (HCV) ได้แก่ ป่าดั้งเดิมและป่าพรุ

"เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เราเปิดโปงถึงวิธีการที่ PT ALM ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของซีนาร์ มาส ว่ากำลังทำลายป่าพรุ และป่าสงวนในเกาะกะลิมันตันตะวันตก ซึ่งนับเป็นการค้นพบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมา เราจับได้ว่าบริษัท PT BAT กำลังถางป่าฝนริมเขตแดนถิ่นที่อยู่อาศัยของอุรังอตัง ในเกาะกะลิมันตันกลาง นอกจากนี้บริษัทแห่งนี้ได้ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของอุรังอุตังอย่างผิดกฎหมายมาโดยตลอด กรณีเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าคำมั่นสัญญาของซีนาร์ มาสนั้น ไร้ความหมาย และเป็นเพียงสร้างภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

นอกจากนี้ กรีนพีซยังรณรงค์กดดันเนสท์เล่ ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ใช้น้ำมันปาล์มจากซีนาร์ มาส ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น คิทแคท บริษัทข้ามชาติแห่งนี้ยกเลิกสัญญาน้ำมันปาล์มทางตรงกับซีนาร์ มาส เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ยังคงซื้อน้ำมันปาล์มและกระดาษทางอ้อมจากซีนาร์ มาส ผ่านทางผู้ขายส่ง ชื่อ คาร์กิล (Cargill) เนสท์เล่กล่าวว่าบริษัทคาดหวังให้คาร์กิลหยุดขายน้ำมันปาล์มที่มาจากซีนาร์ มาส เว้นเสียแต่ว่าซีนาร์ มาส จะตอบคำถามของกรีนพีซเกี่ยวกับหลักฐานการทำลายป่า และการทำผิดกฎหมายได้ ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้

"ซีนาร์ มาสเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ในการเปลี่ยนแนวทางการดำเนินการเสียใหม่ รวมถึงการสูญเสียสัญญามูลค่ามหาศาลกับคาร์กิล" นายไมทาร์ กล่าว "กรีนพีซไม่ได้ต่อต้านการปลูกปาล์มน้ำมัน แต่เราจะรณรงค์หยุดยั้งบริษัทต่างๆ อย่างเช่น ซีนาร์ มาส จากการทำลายผืนป่าฝนที่เหลืออยู่ในโลก รัฐบาลอินโดนีเซียจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังกับบริษัทเหล่านี้ และปกป้องแหล่งดูดซับคาร์บอนขนาดใหญ่อย่างป่าพรุและป่าฝนของประเทศ"

อินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งที่มีอัตราการทำลายป่ารวดเร็วที่สุดในโลก โดยสาเหตุหลัก คือ การปลูกปาล์มน้ำมัน กระดาษและเยื่อกระดาษ ทำให้ขณะนี้อินโดนีเซียเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและสหรัฐอเมริกา

หมวด