รายงาน "
ไนเตรทกับคุณภาพน้ำใต้ดินในประเทศไทย"
เปิดเผยว่าการใช้ปุ๋ยเพื่อการเกษตรในปริมาณมากมีส่วนทำให้ไนเตรทปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำบาดาล
ซึ่งเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชน (1)
กรีนพีซตรวจสอบตัวอย่างน้ำบาดาลที่เก็บจากประเทศฟิลิปปินส์และไทยพบว่า
30
เปอร์เซ็นต์ของน้ำบาดาลที่ใช้ดื่มของทั้งสองประเทศมีไนเตรทปนเปื้อนในปริมาณสูง
บริเวณที่พบมากที่สุดคือพื้นที่เพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่ง จังหวัดกาญจนบุรี
ซึ่งมีไนเตรทปนเปื้อนสูงกว่า 3
เท่าของมาตรฐานความปลอดภัยในน้ำดื่มองค์การอนามัยโลก (WHO) และมากกว่า
3 เท่าของมาตรฐานน้ำใต้ดินที่ใช้ดื่มของกรมควบคุมมลพิษ
"เราพบไนเตรทปนเปื้อนในแหล่งน้ำบาดาลบริเวณพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี
ซึ่งกรณีนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ปุ๋ยปริมาณมากกับการเกิดวิกฤตน้ำบาดาล
ว่าการปนเปื้อนของไนเตรทในแหล่งน้ำบาดาลมักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยในปริมาณมาก
สิ่งที่น่าวิตกกังวลมากก็คือทารกและผู้ที่ดื่มน้ำจากพื้นที่ดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบในระยะยาวต่อสุขภาพ
เช่น โรคมะเร็งหลายประเภท" เรเยส ทิราโด นักวิทยาศาสตร์จาก
ศูนย์วิจัยและทดลองของกรีนพีซ มหาวิทยาลัยเอ็กเซ็ทเตอร์
ประเทศอังกฤษกล่าว
อันตรายที่น่ากลัวที่สุดของการปนเปื้อนไนเตรท คือ โรค
Blue Baby หรือ Methemoglobinema
ซึ่งจะเกิดกับทารกโดยเฉพาะทารกที่มีอายุต่ำกว่า 4
เดือนที่ดื่มน้ำที่ปนเปื้อนไนเตรท โรค Blue Baby
นี้สามารถทำให้เกิดอาการผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเนื่องจากขาดออกซิเจน
ปวดหัว มึนงง อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หมดสติ กล้ามเนื้อเกร็ง
หายใจติดขัด และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
นอกจากนี้น้ำที่ปนเปื้อนไนเตรทยังสามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งทางเดินอาหาร
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน
และมะเร็งรังไข่ได้
"เราเชื่อว่าเกษตรกรรมเพื่อผลิตอาหารให้มนุษย์สามารถพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้
เพราะน้ำสะอาดและปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์"
ณัฐวิภา อิ้วสกุล
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานยังระบุว่าแหล่งน้ำบริเวณพื้นที่เพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่ง 6
แห่งใน 11
แห่งของจังหวัดกาญจนบุรีมีปริมาณไนเตรทสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยในน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก
ส่วนที่จังหวัดสุพรรณบุรีพบว่ามี 2
แห่งที่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานดังกล่าว
"ผลการศึกษาในครั้งนี้ทำให้เราทราบว่ามลพิษที่พบในแหล่งน้ำไม่ได้มาจากภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียวแต่ยังมาจากภาคเกษตรกรรมด้วย
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรมีมาตรการจัดการกับปัญหามลพิษทางน้ำจากมลพิษภาคเกษตรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งพิจารณาออกกฎหมายปกป้องน้ำบาดาล" นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
ก่อนหน้านี้กรีนพีซเปิดเผยการปนเปื้อนของโลหะหนัก ได้แก่ ตะกั่ว
ทองแดง และสังกะสี ในน้ำบาดาลของบ้านหนองเป็ด
ซึ่งอยู่บริเวณติดกับนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือจังหวัดลำพูน (3)
"เราเชื่อว่าเกษตรกรรมเพื่อผลิตอาหารให้มนุษย์สามารถพัฒนาควบคู่ไปกับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำได้
เพราะน้ำสะอาดและปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์
รัฐบาลจึงควรปกป้องแหล่งน้ำอย่างจริงจังโดยออกมาตรการควบคุมปริมาณการใช้ปุ๋ย
หาวิธีจัดการเพื่อลดการสูญเสียของปุ๋ยจากหน้าดิน
สนับสนุนเกษตรกรรมแบบยั่งยืน
เพื่อปกป้องให้แหล่งน้ำสะอาดและปลอดภัยจากสารพิษ"
ณัฐวิภากล่าวเสริม
รายงาน "ไนเตรทกับคุณภาพน้ำใต้ดินในประเทศไทย"
สามารถดาวน์โหลดได้
ที่นี่
(1) ทิราโด เรเยส. ไนเตรทกับคุณภาพน้ำใต้ดินในประเทศไทย พ.ศ. 2550
(2) องค์การอนามัยโลกกำหนดเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยน้ำดื่ม
โดยให้มีไนเตรทปนเปื้อนสูงสุดไม่เกิน 50 มิลลิกรัม/ลิตร
แต่ตัวอย่างน้ำที่เก็บจากแหล่งนำใต้ดินใกล้พื้นที่เพาะปลูกหน่อไม้ฝรั่งในจังหวัดกาญจนบุรีพบว่ามีค่าสูงถึง
152 มิลลิกรัม ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานถึง 3 เท่า (3)
รายงานสรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำโดยสังเขป
จากการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิของหนวยงานที่เกี่ยวข้องและการสํารวจภาคสนามของกรีนพีซ
- ดาวน์โหลดได้ที่
http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/1408546/waterreport
ลงมือทำ
เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์ หรือ Cyberactivist ของกรีนพีซ
ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการออกเสียง และส่งต่อข่าวสารสิ่งแวดล้อม มีหลายสิ่งที่คุณทำได้ เพื่อปกป้องโลกอันบอบบางใบนี้ สมัครรับจดหมายข่าวสิ่งแวดล้อม เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้
ร่วมบริจาค
กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาล และเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา