Skip navigation.
อาสาสมัครกรีนพีซรณรงค์หน้าสำนักงานขององค์กรสหประชาชาติ 
ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 
โดยใช้ลูกโลกใหญ่ระบายสีเขียวฟ้าที่ด้านบน 
และรูปสัญลักษณ์นิวเคลียร์ด้านล่าง 
เพื่อส่งข้อความว่านิวเคลียร์ไม่ใช่ทางออกของปัญหาโลกร้อน 
พลังงานนิวเคลียร์ไม่ปลอดภัย สิ้นเปลืองงบประมาณ 
และไม่ช่วยแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน งบประมาณ 1.38 
พันล้านบาทที่ใช้กับการประชาสัมพันธ์ 
ควรนำไปสนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในประเทศ 
รัฐบาลทั่วโลกกำลังร่วมการประชุมนี้เป็นครั้งแรกหลังการประชุมเรื่องโลกร้อนที่บาหลีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว 
อ่านเพิ่มเติม [1]

[1] http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/nuclear-not-climate-solution

อาสาสมัครกรีนพีซรณรงค์หน้าสำนักงานขององค์กรสหประชาชาติ ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้ลูกโลกใหญ่ระบายสีเขียวฟ้าที่ด้านบน และรูปสัญลักษณ์นิวเคลียร์ด้านล่าง เพื่อส่งข้อความว่านิวเคลียร์ไม่ใช่ทางออกของปัญหาโลกร้อน พลังงานนิวเคลียร์ไม่ปลอดภัย สิ้นเปลืองงบประมาณ และไม่ช่วยแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน งบประมาณ 1.38 พันล้านบาทที่ใช้กับการประชาสัมพันธ์ ควรนำไปสนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในประเทศ รัฐบาลทั่วโลกกำลังร่วมการประชุมนี้เป็นครั้งแรกหลังการประชุมเรื่องโลกร้อนที่บาหลีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว อ่านเพิ่มเติม

ขยายภาพ

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย — อาสาสมัครกรีนพีซนำลูกโลกระบายสีเขียวฟ้าที่ด้านบน และรูปสัญลักษณ์นิวเคลียร์ด้านล่างวางไว้หน้าสำนักงานขององค์กรสหประชาชาติ ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ต่อเนื่องจากการประชุมที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

กรีนพีซระบุว่า การที่รัฐบาลสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ว่าเป็นทางออกของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นทางออกที่ผิดและห่างไกลจากการแก้ปัญหาที่แท้จริง

“รัฐบาลส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น รัฐบาลไทย กำลังถลุงภาษีราษฎรไปกับการสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์และหยิบยกข้อดีของนิวเคลียร์มากล่าวอ้างว่าเป็นทางออกของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งแท้จริงแล้วข้อดีเหล่านั้นเป็นเพียงโวหารมากกว่าความเป็นจริง และยังเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เรากำลังเผชิญอยู่” นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว



ประเทศไทยเป็นทั้งผู้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเป็นเหยื่อในเวลาเดียวกัน ขณะนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากคลื่นกระทบฝั่ง และเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศที่รุนแรงบริเวณชายฝั่งและเขตเกษตรกรรมของประเทศ ไม่รวมถึงภาวะขาดแคลนน้ำ สภาพคล้ายทุพภิกภัยที่กำลังคุกคามหลายส่วนของประเทศ และอุทกภัยที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน

ในขณะเดียวกันรัฐบาลไทยได้ใช้ตัวเลขที่สูงกว่าความเป็นจริงในการคาดการณ์ความต้องการใช้พลังงานเพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ที่ไม่ปลอดภัย สิ้นเปลืองงบประมาณ และไม่ช่วยแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน รัฐบาลชุดก่อนได้อนุมัติเงิน 1.38 พันล้านบาทไปกับการประชาสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่งบประมาณดังกล่าวควรนำไปสนับสนุนการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในประเทศ

“รัฐบาลไทยให้ความสำคัญน้อยมากกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพพลังงานเพื่อนำมาใช้ตอบสนองความต้องการพลังงานของประเทศ และยังขาดแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจังในการปกป้องชุมชนและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ” นายธารากล่าวเสริม “สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงบทบาทของบรรษัทและพรรคพวกในรัฐบาลในการแสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตนเองมากกว่าที่เสนอทางออกที่แท้จริงแก่คนไทย”