ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ขนาด 10 ไร่ นำเสนอภาพชาวนาสวมงอบกำลังเกี่ยวข้าว เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงประเพณีและวิถีชีวิตของชาวนาไทย ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ภาพศิลปะดังกล่าวเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวนาในจังหวัดราชบุรี สมาชิกกรีนพีซ อาสาสมัคร และ นักกิจกรรมของกรีนพีซ ที่ร่วมปลูกข้าว 2 สายพันธุ์ นั่นคือ พันธุ์ชัยนาท 1 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเจ้าชนิดไม่ไวแสง ลำต้นและกาบใบมีลักษณะสีเขียว เมื่อนำมาปักดำจะให้สีเขียวเป็นพื้นหลังของภาพ และพันธุ์ก่ำพะเยา ซึ่งให้สีดำ จนสามารถสร้างสรรค์เป็นภาพชาวนาและลวดลายต่างๆ บนผืนนา
ข้าวคือชีวิต
ข้าวสัมพันธ์อย่างลึกซึ่งกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของประชาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มรดกข้าวอันอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาคต้องได้รับการปกป้องด้วยเกษตรกรรมยั่งยืน
วิธีที่ดีที่สุดในการทำสิ่งนี้ คือ การปกป้องข้าวของเราให้พ้นจาก 'เทคโนโลยี' ที่เสี่ยงอย่างจีเอ็มโอ
และมุ่งสู่การทำเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่นอกจากจะให้ผลผลิตที่ดีแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสารเคมีที่เป็นอันตราย
กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายห้ามปลูกพืชจีเอ็มโอ (พืชดัดแปลงพันธุกรรม) ในทันที
โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวจีเอ็มโอ
เนื่องจากจีเอ็มโอไม่เคยได้รับการพิสูจน์ใดๆ ว่าปลอดภัยสำหรับมนุษย์ในการบริโภคทำลายวิถีชีวิตชาวนาไทย
และ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
นอกจากนี้ การที่บริษัทที่หนุนหลังข้าวจีเอ็มโอสนับสนุนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งลดความหลากหลาย ทำให้พืชจีเอ็มโอทำให้ผลผลิตข้าวทั่วโลกลดลงไปอีก จากเดิมที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่แล้ว
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ในการโหมโรงก่อนเปิดตัวการปลูกศิลปะบนนาข้าว กรีนพีซนำเสนอประกาศนียบัตรกินเนส เวิร์ลด์ เรคคอร์ด ที่ยกย่องว่าประเทศไทยส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อกระตุ้นความภาคภูมิใจในข้าวไทยยิ่งขึ้น และสร้างความตระหนักในหมู่ชาวไทย เกี่ยวกับความจำเป็นของการปกป้องข้าวไทยจากอันตรายของการดัดแปลงพันธุกรรม
การเกษตรในวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
กรีนพีซเปิดตัว 'ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์' ในจังหวัดราชบุรี ณ ที่ราบภาคกลางของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ผลิตข้าวได้มากที่สุดในโลก การเิปิดตัวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การผลิตข้าวของประเทศไทยและของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในช่วงที่สำคัญยิ่ง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาในกรุงเทพฯ
องค์กรพัฒนาเอกชนหลากหลายองค์กรได้ร่วมจัดแถลงการณ์
เปิดตัวโครงการรณรงค์
Tcktcktck ในเอเชีย แปซิฟิค ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเรียกร้องให้ลงมือแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกอย่างจริงจัง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นผู้นำโลกในด้านการทำเกษตรกรรม แต่ในขณะเดียวกัน
ยังเป็นภูมิภาคที่เปราะบางต่อภัยพิบัติที่เกิดจากจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากที่สุด กรีนพีซ ซึ่งเป็นสมาชิกโครงการรณรงค์ Tcktcktck จึงเรียกร้องให้ผู้นำโลกบัญญัติสนธิสัญญาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ มีเป้าหมายสูงและเป็นธรรม ในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้
ทั้งนี้เพื่อปกป้องอนาคตภูมิภาคให้มั่นคง
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank; ADB)
ได้
เปิดเผยการศึกษา (2) ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา รายงานระบุว่าหากยังขาดการลงมือปฏิบัติในระดับโลก
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มทำให้ผลผลิตข้าวลดลงในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และ เวียดนาม
โดยอาจทำให้ผลผลิตข้าวที่ลดลงสูงสุดถึง 50 % ภายในพ.ศ.
2643 เมื่อเทียบกับปริมาณที่ผลิตได้ในพ.ศ. 2533
70 % ของผู้ประสบปัญหาความยากจนอย่างยิ่งในโลกนี้ พบในพื้นที่เกษตรกรรม
ที่ซึ่งเกษตรกรพึ่งพาฝนตามฤดูกาลในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว
หากพื้นที่เพาะปลูกได้รับฝนมากหรือน้อยเกินไปก็จะทำให้ผลผลิตเหล่านั้นเสียหายร้ายแรงได้
โลกต้องระลึกเสมอว่าเกษตรกรรมเป็นภาคที่เปราะบางเป็นพิเศษต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ดังนั้นรัฐบาลจึงควรวางกลยุทธ์ด้านการปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน โดยมีพื้นฐานอยู่บนวิธีการทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืน
นอกจากปกป้องเกษตรกรรมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแล้ว
เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องตระหนักว่าเกษตรกรรมเป็นหนึ่งในตัวการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด รายงานเรื่อง "
ลดโลกร้อนด้วยเกษตรเชิงนิเวศ"
ให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการทำการเกษตรเชิงอุตสาหกรรมที่สร้างหายนะ
และนำเสนอวิธีแก้ปัญหาที่ปฏิบัติได้จริง
เพื่อช่วยลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ในส่วนของภาคการเกษตร
การเปลี่ยนแปลงที่ปฏิบัติได้เหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
รวมถึงเกษตรกรและผู้บริโภคทั่วโลก
โดยไม่ต้องใช้พืชดัดแปลงพันธุกรรมที่อันตราย
'ศิลปะบนนาข้าว' เป็นภาพสัญลักษณ์สำหรับเรียกร้อง และเป็นเครื่องย้ำเตือนรัฐบาลว่าข้าวไทยกำลังถูกคุกคาม และต้องได้รับการปกป้องในทุกแห่งหน การทำงานร่วมกันที่มีความหมายมากในครั้งนี้ ของชุมชน กลุ่มเกษตรกร และ อาสาสมัครกรีนพีซ เพื่อส่งเสริมเกษตรกรรมอินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ และการเสนอทางออกของปัญหาภาวะโลกร้อน ทำให้กรีนพีซสามารถปูทางไปสู่อนาคตแห่งความมั่นคงทางอาหาร ทางออกของกรีนพีซจะปกป้องอนาคตของคนรุ่นต่อไป
กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การดัดแปลงพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคม โลก เพราะทำงานสิ่งแวดล้อม คุกคามความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ต่อสุขภาพ