เรื่องราว - กันยายน 29, 2551
กรีนพีซแสดงความยินดีกับการผ่านร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียนโดยวุฒิสภาฟิลิปปินส์ในวันนี้ การผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งรอการเห็นชอบของรัฐสภาฟิลิปปินส์เป็นเวลามากกว่า 18 ปี แสดงให้เห็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับฟิลิปปินส์ ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และการต่อสู้กับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ
นักเรียนนักศึกษา นักปั่นจักรยาน นักวิ่ง อาสาสมัคร และ ผู้สนับสนุนกรีนพีซ ที่สวมชุดที่เข้ากับเรื่องพลังงานหมุนเวียน เรียกร้องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ผ่านร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียนในทันที พวกเขาเดินขบวนรอบสวนสาธารณะอนุสาวรีย์เกอซอน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ทั่วโลกเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเดินพาเหรดเพื่อพลังงานสะอาดของกรีนพีซในครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมของสาธารณชนที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก โดยเป็นการเรียกร้องให้ลงมือปฏิบัติอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การรณรงค์ทั่วโลกเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีเป้าหมายที่รัฐบาลทั่วโลกที่กำลังรวมตัวกันในบาหลี ในการประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ที่กำลังมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหยุดผลกระทบอันร้ายกาจที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เมื่อเช้านี้ อาสาสมัครกรีนพีซส่งมอบบัตรอวยพรขนาดยักษ์ ที่มีข้อความ
"ถึงเวลาผ่านร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน" แก่วุฒิสภาฟิลิปปินส์
กรีนพีซส่งบัตรอวยพรขนาด 45 ตารางฟุต ที่ระบุชื่อผู้รับ คือ
วุฒิสภาฟิลิปปินส์ และผู้ส่ง คือ ประชาชนฟิลิปปินส์
เพื่อเรียกร้องให้สภาสูงเห็นชอบกฎหมายพลังงานหมุนเวียนในทันที
นอกจากนี้อาสาสมัครยังมอบปากการูปกังหันลมที่มีข้อความเดียวกันแก่สมาชิก
วุฒิสภา
เพื่อย้ำเตือนว่าพวกเขาควรลงนามเห็นชอบกฎหมายนี้ให้เป็นกฎหมายอย่างเร่งด่วน
และเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ หากการบัญญัติกฎหมายที่สำคัญยิ่งฉบับนี้
ล่าช้าไปกว่านี้ เพราะกฎหมายฉบับนี้แก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน
และภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กรีนพีซเรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ตัดสินใจชี้ขาด
ในการลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดยเริ่มจากการผ่านร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน
เราเชื่อว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะเปิดทางให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนปริมาณมหาศาลในฟิลิปปินส์
ด้วยการส่งเสริมการใช้่แหล่งพลังงานที่ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น เช่น
พลังงานลมและแสงอาทิตย์
และด้วยการระบุเป้าหมายปริมาณพลังงานหมุนเวียนภายในกำหนดเวลา
การมีกลไกด้านนโยบายที่มีประสิทธิภาพในร่างกฎหมาย
จะส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนปริมาณมหาศาลอย่างแท้จริง
โดยในขณะเดียวกันสามารถดำรงความมั่นคงทางพลังงาน
และอำนาจอธิปไตยของประเทศ
และสร้างประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมมากมายสำหรับฟิลิปปินส์
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียนเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
และขณะนี้วุฒิสภาได้เห็นชอบเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำในขณะนี้ คือ
ต้องเปิดประชุมคณะกรรมการของทั้ง 2 สภา
เพื่อเร่งระบุรายละเอียดของกฎหมาย
เพื่อให้มีกลไกด้านนโยบายที่แข็งแกร่ง
ทำให้กฎหมายฉบับนี้สร้างความเปลี่ยนแปลง นั่นคือ
สามารถส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนปริมาณมหาศาลได้อย่างแท้จริง
คลิกที่นี่เพื่อดูภาพเรื่องราวผลงานของกรีนพีซในเรื่องร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน
"สิ่งที่ท้าทายสิ่งต่อไปสำหรับผู้ออกกฎหมายฟิลิปปินส์นอกเหนือไปจากกฎหมายพลังงานหมุนเวียนก็คือ
การบังคับใช้นโยบายด้านประสิทธิภาพทางพลังงานที่เข้มงวด
และเริ่มกระบวนการเลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่อันตราย ทั้ง 2
สิ่งนี้จะนำไปสู่ "การปฏิวัติพลังงาน"
ที่กรีนพีซเสนอต่อรัฐบาลฟิลิปปินส์ การปฏิวัติพลังงาน คือ
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีที่เราใช้ ผลิต และ จัดส่งพลังงาน
การปฏิวัติพลังงานจะทำให้ฟิลิปปินส์มีพลังงานที่ยั่งยืนและราคาถูก
ในขณะเดียวกับที่ทำให้ประเทศพัฒนาเศรษฐกิจต่อไปได้
และจะนำพาประเทศออกจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่อันตราย เ่ช่น ถ่านหิน
ซึ่งเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ปลอดภัย และ
ไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในประเทศ" แจสเปอร์
อินเวนเตอร์ ผู้ประสานงานการรณรงค์ด้านภูมิอากาศและพลังงานของกรีนพีซ
กล่าว
เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว กรีนพีซเผยแพร่รายงาน "ปฏิวัติพลังงาน
มุมมองด้านพลังงานที่ยั่งยืนของฟิลิปปินส์"
ซึ่งเป็นกลยุทธ์ด้านพลังงานที่ละเอียดฉบับแรกที่เขียนขึ้นให้เข้ากับสภาพการณ์ของฟิลิปปินส์
ที่แสดงว่าพลังงานหมุนเวียนสามารถกลายเป็นกระดูกสันหลังด้านพลังงานของประเทศได้
รายงานฉบับนี้ระบุว่าพลังงานหมุนเวียนสามารถตอบสนองความต้องการด้านพลังงานของประเทศได้ถึง
57% ภายในพ.ศ. 2573 และ 70% ภายในพ.ศ. 2593 พลังงานหมุนเวียน เช่น
พลังงานลม ชีวมวล พลังความร้อนใต้พิภพ และ พลังงานแสงอาทิตย์
สามารถผลิตพลังงานได้่ถึง 58%
"การผ่านร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน
ที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการกำหนดเวลาเลิกใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่อันตราย
เป็นก้าวแรกของประเทศไปสู่อนาคตด้านพลังงา่นที่สะอาด ปลอดภัย และ
ยั่งยืน
นายแจสเปอร์ อินเวนเตอร์
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกรีนพีซ
นอกจากนี้รายงานฉบับนี้ยังให้รายละเอียดว่าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากถึง
4,700 เมกะวัตต์ ของการผลิตไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ภายในพ.ศ. 2573
และมากถึง13,000 เมกะวัตต์ภายในพ.ศ. 2593
กรีนพีซได้เรียกร้องมาอย่างต่อเนื่องให้สภาทั้งสองของรัฐสภาฟิลิปปินส์เร่ง
ผ่านร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน
เพื่อให้การใช้งานพลังงานหมุนเวียนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน
คนฟิลิปปินส์ทำได้ คนไทยต้องเร่งลงมือทำบ้าง
ลงชื่อในจดหมายเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเลิกใช้พลังงานที่สกปรกและอันตราย เช่น ถ่านหินและนิวเคลียร์ และลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน ที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย ซึ่งสมเหตุสมผลทั้งด้านเศรษฐกิจและนิเวศวิทยา
บริจาค
เพื่อรักษาความเป็นอิสระ กรีนพีซไม่รับเงินบริจาคจากบริษัทหรือรัฐบาล เราพึ่งพาเงินสนับสนุนจากประชาชนเช่นคุณในการปกป้องโลก เงินบริจาคของคุณจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้