คุณอยู่ที่ :
วันนี้กรีนพีซรณรงค์ด้วยสันติวิธี เพื่อเปิดโปงต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหินที่โรงไฟฟ้าถ่านหินชิลาชัป ณ ชายฝั่งตอนใต้ของเกาะชวาตอนกลาง กรีนพีซประณามการคาดการณ์ที่หลอกลวงของกระทรวงพลังงานอินโดนีเซีย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ ที่ไม่ได้คำนึงถึง "ต้นทุนภายนอก" เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ อุบัติเหตุในเหมือง ฝนกรด มลพิษหมอกควัน ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง และ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขยายภาพ
การรณรงค์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อคัดค้านนโยบายของรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานอินโดนีเซียที่จะสร้างและขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 35 แห่ง ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขนาดของโรงไฟฟ้าชิลาชัปขึ้นเป็น 2 เท่า กรีนพีซยีนกรานว่าแทนที่จะต้องทำลายชุมชนมากขึ้น และก่อภาวะโลกร้อนจากพลังงานถ่านหิน อินโดนีเซียควรยอมรับศักยภาพของพลังงานความร้อนใต้พิภพ แสงอาทิตย์ และ ลม และเลือกหนทางไปสู่การปฏิวัติพลังงาน
สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นในกรีซ โดยหลังจากกรีนพีซรณรงค์หยุดถ่านหินนาน 6 เดือน รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาของกรีซแถลงว่ารัฐบาลไม่พิจารณาพลังงานถ่านหินและนิวเคลียร์ในแผนพลังงานในอนาคตของกรีซ แต่จะเขียนแผนพลังงานระยะยาวขึ้นใหม่ โดยตัดถ่านหินออกไป และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงานแทน
นั่นเป็นอนาคตที่อินโดนีเซียควรเลือก กรีนพีซร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ กลุ่ม KAM แห่งชิลาชัป, จาทัม (JATAM), วาลฮี (Walhi) และ Sekolah Demokrasi Ekonomi ได้เปิดตัวการรณรงค์ต่อต้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่และขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดำเนินการอยู่ในอินโดนีเซีย ก้าวแรกคือการเผยแพร่รายงาน “ต้นทุนที่แท้จริงของถ่านหิน” ในภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งเปิดโปงค่าใช้จ่ายของพลังงานถ่านหิน ซึ่งเท่ากับ 160 หมื่นล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งผู้ที่ต้องชดใช้ คือ ชุมชน เช่น ชิลาชัป ไม่ใช่ บริษัท PT Segara Sumber Prima ซึ่งเป็นผู้ก่อมลพิษให้กับโลกในชิลาชัป
การตัดสินใจของกรีซและอินโดนีเซีย จะมีผลกระทบไปทั่วโลก ในเดือนธันวาคมปีนี้ ผู้นำโลกมีโอกาสที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้ ในการประชุมแห่งสหประชาชาติในกรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ เช่น กรีซ ได้เลือกใช้การปฏิวัติพลังงาน จึงมีโอกาสที่จะได้ข้อตกลงที่ดีต่อโลก แต่หากประเทศต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย กักขังตนเองไว้ในอนาคตแห่งมลพิษ ความท้าทายก็จะเพิ่มสูงขึ้น
การเดินทางหยุดถ่านหินในกรีซ ตุลาคม 2551
ในพ.ศ. 2551 เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์และอาร์กติก ซันไรส์ นำสาน์สที่ชัดแจ้ง ได้แก่ “หยุดถ่านหิน” ไปสู่ประเทศในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและในยุโรป 11 ประเทศ รวมถึงกรีซด้วย
เมื่อการรณรงค์เริ่มขึ้น มีแผนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ 4 แห่งในกรีซ หลังการรณรงค์ต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งแรก เราได้พบกับเจ้าของโรงไฟฟ้าที่เราหวังได้พบและโน้มน้าวให้เขายกเลิกแผนการนั้น นอกจากนี้เรายังจัดการเจรจากับพรรคการเมืองฝ่ายค้านพรรคหลัก 2 พรรคของรัฐบาลกรีซ โดยทั้ง 2 พรรคตกลงที่จะหยุดถ่านหินถ้าพวกเขาได้จัดตั้งรัฐบาล บัดนี้ความแน่วแน่นี้ได้ไปถึงรัฐบาลกรีซแล้ว และกรีซสามารถตั้งตารออนาคตอันสะอาดได้แล้ว
|
เรียนรู้เพิ่มเติม ภาวะโลกร้อน การตัดต่อพันธุกรรม สารพิษ นิวเคลียร์ บล็อก |
ศูนย์ข่าว รายชื่อติดต่อสำหรับสื่อ ข่าวประชาสัมพันธ์ ภาพข่าว ภาพสไลด์ วีดิโอ |
มีส่วนร่วม งาน เป็นอาสาสมัคร |
บริจาค |
138/1 อาคารทอง ชั้น 2 ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 | โทร. 02 357 1921 | webteam.th@greenpeace.org | |||