นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ประกาศให้วันนี้จนถึงวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เป็นสัปดาห์รณรงค์สิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังได้ให้คำมั่นที่จะหาวิธีแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะการปล่อยน้ำทิ้งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากโรงงานอุตสาหกรรมและจากชุมชน ลงสู่คลองและแม่น้ำเจ้าพระยา
“แม่น้ำเจ้าพระยากำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากน้ำทิ้งที่ปนเปื้อนสารพิษอันตราย และขยะที่ย่อยสลายได้ยาก ซึ่งถูกทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมและจากครัวเรือน ระหว่างการเดินทางรณรงค์ในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น เราได้พบขยะประเภทต่างๆ ปริมาณมาก ทั้งในแม่น้ำและริมชายฝั่ง ซึ่งมีเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เราเข้าใกล้จังหวัดแห่งประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขยะเหล่านี้สร้างความเสียหายอย่างไม่สามารถเรียกกลับคืนได้สู่แม่น้ำสายนี้ อย่างไรก็ตาม ขยะเป็นมลพิษที่เราสามารถมองเห็นได้ แต่สิ่งที่เราไม่อาจรู้และเห็น คือ สารพิษอันตรายในน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา” นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
การเดินทางล่องแม่น้ำเพื่อเจ้าพระยาปลอดมลพิษ มีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายให้ทุกฝ่ายที่รับผิดชอบดูแลแม่น้ำสายนี้ ทั้งรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม ผู้ก่อมลพิษ และ ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ รวมพลังเพื่อพยายามหาวิธีแก้ปัญหามลพิษ เพื่อปกป้องแม่น้ำเจ้าพระยา
พระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดของประเทศไทย และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ นอกจากนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมกดกโลก ทั้งนี้ นอกจากน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดชุมชนและเกษตรกรรมแล้ว อยุธยามีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประมาณ 35 แห่ง ที่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาในปริมาณมากถึง 50,704 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน คิดเป็นความสกปรกในรูปค่าบีโอดี (1) ประมาณ 450 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้แม่น้ำเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง (2)
ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กรีนพีซเปิดเผยรายงานที่สร้างความหวั่นวิตก คือ “
พื้นที่และแหล่งน้ำที่เสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางน้ำในประเทศไทย” ซึ่งระบุว่าประเทศไทยมีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางน้ำร้อยละ 92.68 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยเป็นพื้นที่เสี่ยงในระดับสูงร้อยละ 6.87 ของพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชากรไทยราว 4,440,049 คน หากขาดการลงมือแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำในทันที
“มลพิษจากภาคอุตสาหกรรมได้รับความกังวลเป็นประเด็นหลัก เพราะก่อความเป็นพิษ ที่จะสะสมในระบบนิเวศ และปนเปื้อนในน้ำดื่มและอาหารของพวกเรา จึงเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายบังคับให้โรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งเปิดเผยข้อมูลปริมาณการปล่อยสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้โรงงานสามารถตั้งเป้าหมายเพื่อกำจัดสารเคมีอันตรายในกระบวนการผลิต และเอื้อประโยชน์ให้โรงงานอุตสาหกรรมก้าวเข้าสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดในกระบวนการผลิตของตน” นายพลายกล่าวสรุป
ข้อเรียกร้องของกรีนพีซต่อการรณรงค์เพื่อปกป้องแหล่งน้ำ
1. ตรวจหา ลงโทษ และ ปิด โรงงานอุตสาหกรรม ที่ปล่อยน้ำทิ้งปนเปื้อนสารเคมีอันตรายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
2. ดำเนินโครงการฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
3. ปิดหลุมฝังกลบขยะและของเสียจากครัวเรือนทุกแห่ง บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
4. สร้างแรงจูงใจทางการเงินสำหรับการทำเกษตรกรรมอินทรีย์ปลอดสารเคมี และการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดในภาคอุตสาหกรรม
(2) สถานการณ์มลพิษทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาพ.ศ. 2550, สถาบันสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, 2551