กรีนพีซโดยความร่วมมือกับศูนย์วิจัยความสุขชุมชนได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับมลพิษทางน้ำระหว่างวันที่ 24 มกราคม ถึง 7 กุมภาพันธ์ 2551 โดยได้สอบถามประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และรอบเขตนิคมอุตสาหกรรม(2) รวมทั้งสิ้น 1,967 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีความกังวลในระดับมากถึงมากที่สุดต่อทุกประเด็นปัญหามลพิษทางน้ำที่นำเสนอ (15 ประเด็น) ซึ่งเมื่อมองในภาพรวมแล้ว ประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ขยะในแหล่งน้ำ (ร้อยละ 87.1) ปัญหาน้ำเน่าเสียตามคูคลอง (ร้อยละ 87.0) การปล่อยของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมสู่แหล่งน้ำ (ร้อยละ 85.5) การปนเปื้อนสารเคมีจากน้ำทิ้งอุตสาหกรรมในแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำอุปโภคบริโภค (ร้อยละ 84) และน้ำอุปโภคบริโภคมีราคาแพงขึ้น (ร้อยละ 82.5) ตามลำดับ
"หวังว่าผลสำรวจนี้จะทำให้รัฐบาลหันมาบูรณาการการจัดการ ปัญหามลพิษทางน้ำและปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เข้ารวมไปกับการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม คนจำนวนไม่น้อยมองว่าปัญหามลพิษทางน้ำเป็นปัญหาสำคัญและจะส่งผลกระทบโดยตรง ต่อประชาชน แต่รัฐบาลยังไม่ตื่นตัวในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำตามที่ประชาชนได้คาดหวัง ไว้”
นายพลาย ภิรมย์
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำ ผลการสำรวจชี้ว่า ร้อยละ 67.8 ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยว่า กฎหมายเกี่ยวกับการปล่อยน้ำทิ้งที่มีในปัจจุบันหย่อนยาน ไม่ครอบคลุมสารเคมีอันตรายหลายชนิดและยังไม่เพียงพอในการแก้ปัญหา ในขณะที่กว่าร้อยละ 64.7 เห็นว่าหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบป้องกันมลพิษทางน้ำหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ก่อมลพิษ
“หวังว่าผลสำรวจนี้จะทำให้รัฐบาลหันมาบูรณาการการจัดการปัญหามลพิษทางน้ำและปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ เข้ารวมไปกับการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม คนจำนวนไม่น้อยมองว่าปัญหามลพิษทางน้ำเป็นปัญหาสำคัญและจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน แต่รัฐบาลยังไม่ตื่นตัวในการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำตามที่ประชาชนได้คาดหวังไว้” นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
นอกจากนี้ กรีนพีซได้เฝ้าติดตามข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่รายงานเรื่องราวความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดจากปัญหามลพิษทางน้ำ เฉพาะช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ (มกราคม 2549 -กุมภาพันธ์ 2551) พบว่า มีกรณีปัญหาเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 42 กรณี หรือเฉลี่ยประมาณ 2 กรณีต่อเดือน ใน 26 จังหวัดจากทุกภาค โดยเป็นเหตุการณ์ปลาตายจากมลพิษร้อยละ 81 และเหตุการณ์มลพิษที่มีการระบุชัดว่ามีต้นกำเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรมร้อยละ 64 ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการ ระยอง และปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่เกิดปัญหามลพิษทางน้ำบ่อยที่สุด(3)
“ปริมาณแหล่งน้ำสะอาดของคนไทยมีน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ ยังพบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซากทุกปี ดังนั้นการปกป้องแหล่งน้ำที่มีอยู่จำกัดให้ปลอดจากมลพิษจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ขณะนี้ ปัญหาจากมลพิษทางน้ำได้เกิดอย่างเป็นประจำต่อเนื่องในเกือบทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะวิกฤตของคุณภาพน้ำ นอกเหนือจากวิกฤตภัยแล้งที่ภาครัฐให้ความสำคัญอยู่ในขณะนี้” นายพลายกล่าวเสริม
(2) เลือกสุ่ม (Randomly selection) ทั้งหมด 5 นิคมอุตสาหกรรมจากนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมดในประเทศ (ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมบางชัน นิคมอุตสาหกรรมอัญธานี นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และนิคมอุตสาหกรรมบางพลี)