|
สวัสดีครับ
นักกิจกรรมกรีนพีซ/ผู้สนับสนุนกรีันพีซ
คุณทราบหรือไม่ว่าปัจจุบันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สูงที่สุดเป็นอันดับที่
3 ของประเทศกำลังพัฒนา รองจากจีนและอินเดีย
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ 350%
ภายในปี 2593
เราเชื่อว่าคุณเห็นด้วยว่านี่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ได้เตือนถึงผลกระทบรุนแรง
หากไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือกระจกทั่วโลกลงครึ่งหนึ่งภายในกลางศตวรรษนี้
หนึ่งในวิธีแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รัฐมนตรีพลังงานของประเทศในกลุ่มอาเซียนบางท่านกำลังผลักดัน
ในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน (AMEM) ประจำปี ในกรุงเทพฯ
(5-8 สิงหาคม 2551) คือ พลังงานนิวเคลียร์
ประเทศเหล่านี้และรัฐมนตรีของประเทศเหล่านี้กำลังพยายามสาธยายว่า
"ทางเลือกนิวเคลียร์"
เป็นทางออกที่น่าเชื่อถือและเป็นไปได้จริงเพียงอย่างเดียวของเชื้อเพลิงฟอสซิล
อย่างไรก็ดี
แม้ว่าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดทั่วโลกจะเพิ่มจำนวนขึ้น 2
เท่า แต่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลงได้มากที่สุดเพียง 5%
เท่านั้น และจะเกิดขึ้นเป็นเวลานานหลังปี 2563
ซึ่งเป็นปีที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์จะต้องลดลง
ดังนั้น 5% ถือว่าน้อยมากเหลือเกิน และสายเกินไปอย่างยิ่ง
ที่สำคัญที่สุด
อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ยังไม่ได้แก้ปัญหาที่ติดมาโดยธรรมชาติ นั่นคือ
กากกัมมันตภาพรังสี และยังไม่ได้จัดการกับภัยเสี่ยงของอุบัติเหตุ
และ/หรือ การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ที่อาจเกิดขึ้น
ในวันที่อังคารที่ 5 สิงหาคม 2551
กรีนพีซรณรงค์แก่สาธารณชนเรื่อง "อาเซียนไม่เอานิวเคลียร์"
เพื่อกระตุ้นให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนนำข้อเท็จจริงนี้เป็นหัวข้อในการหารือในการประชุมเรื่องหนทางด้านพลังงานในอนาคตของภูมิภาค
ในการประชุม AMEM ประจำปีในกรุงเทพฯ
นักกิจกรรมและอาสาสมัครกรีนพีซประมาณ 50
คนเดินขบวนจากมาบุญครองไปยังโรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล
สถานที่จัดประชุม AMEM นักกิจกรรมสวมแว่นตาดำที่มีข้อความ "No
Nuke" (ไม่เอานิวเคลียร์) ถังกากกัมมันตภาพรังสีสีเหลือง และ
หน้ากากป้องกันสารพิษ
ในวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2551
นักกิจกรรมกรีนพีซกลับไปเยือนสถานที่ประชุม AMEM อีกครั้ง และ ปูป้ายรูปทางเดินสีเหลืองเขียวบนทางเดินเข้าสู่โรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล
สถานที่จัดประชุม รูปลูกศรขนาดยักษ์ชี้เข้าสู่ทางเข้าโรงแรม
เป็นการกระตุ้นให้อาเซียน "ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน"
นอกจากนี้ทีมนักกิจกรรมยังถือป้าย "หยุดถ่านหิน"
"ไม่เอานิวเคลียร์" และป้ายที่ 3
เรียกร้องให้อาเซียนเพิ่มเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 40% ภายในปี
2563
เราเชื่อว่าคุณเห็นด้วยว่าวิธีแก้ปัญหาที่แท้จริงของความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
คือ พลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ที่สะอาด ราคาถูก และ ปลอดภัย
และประสิทธิภาพทางพลังงาน
ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์
เช่น พ��ังงานลม แสงอาทิตย์ ชีวมวล และ พลังความร้อนใต้พิภพ
ถ้าคุณเห็นด้วย
แต่ยังไม่ได้ลงชื่อในจดหมาย "ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน"
คุณสามารถลงชื่อได้ตอนนี้ และบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณ
ขอบคุณครับ
ชูชัย มงคลวิสุทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายบริการสมาชิก กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
|