หน้า - มีนาคม 27, 2552
ในเดือนสิงหาคม 2551 ถือเป็นเดือนแห่งการรณรงค์เพื่อการปฏิวัติพลังงานในประเทศไทย โดยในต้นเดือนอาสาสมัครกรีนพีซประมาณ 50 คนรวมตัวเดินขบวนไปยังสถานที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน เพื่อเรียกร้องให้หยุดนิวเคลียร์ และก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน และอีก 2 วันต่อมา อาสาสมัครกรีนพีซรณรงค์หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล ที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน โดยติดตั้งลูกศรบนทางเดินทางเข้าที่ประชุม ด้วยข้อความ "อาเซียน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน" กระตุ้นให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนแสดงความเป็นผู้นำและเจตจำนงทางการเมือง โดยมีพันธะสู่อนาคตแห่งพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด แทนที่จะทำให้ประเทศสมาชิกติดกับอยู่ในวงจรอุบาทว์แห่งเชื้อเพลิงฟอสซิลและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ที่สกปรก อันตราย และ ราคาแพง
อาสาสมัครกรีนพีซเดินขบวนจากสยามสแควร์ ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคอเวอรี่ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลดิ์ ไปถึงโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนประจำปี 2551 เพื่อส่งข้อความ “อาเซียน ไม่เอานิวเคลียร์” ให้แก่สาธารณะชน พร้อมรวบรวมรายชื่อผู้ผลักดันพลังงานหมุนเวียนในประเทศ
ส่วนในอินโดนีเซีย นักกิจกรรมกรีนพีซสวมหน้ากาก 2 หน้า
แสดงถึงการตีสองหน้าของรัฐบาลอินโดนีเซีย โดยถือต้นกล้าในมือหนึ่ง
อีกมือหนึ่งถือเลื่อย
สื่อว่ารัฐบาลทำให้เกิดการทำลายป่าในขณะเดียวกับที่จัดกิจกรรมการปลูกป่า
กรีนพีซเรียกร้องให้กระทรวงป่าไม้อินโดนีเซียหยุดให้สัมปทานปลูกปาล์มน้ำมันและเรียกคืนที่ดินที่ให้สัมปทานไป
เพื่อหยุดการทำลายป่าและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
เด็กๆ ในอินโดนีเซียก็เป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องป่าเช่นกัน
โดยนักกิจกรรมกรีนพีซไปที่โรงเรียนต่างๆ เพื่อรับฟังเสียงจากเด็กๆ
โดยเด็กๆ ประมาณ 300 คนให้คำมั่นว่าจะปกป้องป่า
อินโดนีเซียปิดท้ายเดือนนี้โดยไปที่กระทรวงพลังงาน
เรียกร้องให้ปฏิวัติพลังงาน เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานในประเทศ
โดยเลขาธิการกระทรวงพลังงานเสียบปลั๊กอันใหญ่ของกรีนพีซที่แสดงว่าถึงเวลาเสียบปลั๊กปฏิวัติพลังงาน
กรีนพีซเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
ตั้งเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน
และดำเนินนโยบายเพื่อให้สิ่งจูงใจในการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงาน
ส่วนในฟิลิปปินส์ ได้เปิดตัวโครงการข้าวปลอดจีเอ็มโอ
โดยร้านอาหารชื่อดังหลายร้านในเครือ Bistro Group of Companies
ได้เข้าร่วม
ปิดฉากเดือนนี้ด้วยกิจกรรมของหน่วยเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำของฟิลิปปินส์ที่สร้างสิ่งกีดขวางทางเข้าที่ทิ้งขยะที่รุกล้ำไปในทะเลสาบลากูนา
เพื่อกีดขวางรถขยะ ที่ทิ้งขยะผิดกฎหมายการจัดการขยะชีวภาพ
และที่ทิ้งขยะแองโกโนแห่งนี้ยังทำผิดกฎหมายน้ำสะอาดฟิลิปปินส์ด้วย
(คลิกที่รูปเพื่ออ่านเรื่องราวของภาพ)