จดหมายถึงกระทรวงต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซียกรณีไม่อนุญาตให้นำเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เข้าน่านน้ำ

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 21, 2553
กรุงเทพฯ/จาการ์ตา, 20 ตุลาคม 2553- กรีนพีซส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ซึ่งเป็นเรือธงของกรีนพีซ ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่น่านน้ำประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างการรณรงค์ “ปกป้องสิ่งแวดล้อมกับเรนโบว์ วอร์ริเออร์” ซึ่งเริ่มต้นการรณรงค์ในภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดที่ประเทศฟิลิปปินส์ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

จดหมายซึ่งเขียนโดยนายวอน เฮอร์นันเดซ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเนื้อความว่า
กรีนพีซผิดหวังเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของรัฐบาลอินโดนีเซียที่ไม่อนุญาตให้เรือธงเรนโบว์ วอร์ริเออร์ 2 เดินทางเข้าประเทศ

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เป็นเรือรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ยึดหลักการรณรงค์อย่างสันติเป็นหัวใจสำคัญ เรือลำนี้ทำหน้าที่อย่างสมเกียรติให้กับกรีนพีซตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา และ เป็นที่ทราบกันดีว่าเรือลำนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงานของกรีนพีซโดยส่งเสริมการรณรงค์เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมในทุกภูมิภาคของโลก

สิ่งที่ทำให้กรีนพีซวิตกเป็นอย่างยิ่งก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้าวันนี้    เมื่อเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรืออินโดนีเซียได้ขัดขวางมิให้เจ้าหน้าที่ของเรานำอาหารและเสบียงที่จำเป็นไปส่งให้กับลูกเรือที่อยู่บนเรือลำดังกล่าวทั้งหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นการริดรอนเจตนารมณ์และจุดประสงค์ของข้อตกลงทางทะเลสากลที่ระบุให้มีการจัดหาสิ่งจำเป็นและความช่วยเหลือให้กับลูกเรือในทะเลทุกคนโดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา อุดมคติทางการเมือง และที่มาทางสังคม  ในฐานะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศประชาธิปไตย เรารู้สึกกังวลใจที่รัฐบาลอินโดนีเซียเลือกที่จะใช้วิธีปฏิบัติแบบไร้เหตุผล ไม่ประนีประนอม และ ไม่ยืดหยุ่นกับเรือรณรงค์ของกรีนพีซ รวมถึงลูกเรือทุกคน

และด้วยสาเหตุดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เราจึงใคร่ขอความร่วมมือจากพวกท่านในการผลักดันเพื่อให้รัฐบาลจาการ์ตาอนุญาตให้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เดินทางเข้าไปในอินโดนีเซียได้อย่างปลอดภัย  อย่างน้อยที่สุดและบนพื้นฐานของหลักมนุษยธรรม เราขอร้องให้เจ้าหน้าที่ของเราได้รับอนุญาตให้นำเอาเสบียงที่จำเป็นโดยเฉพาะอาหารและน้ำไปมอบให้กับลูกเรือทุกคนโดยเร็วที่สุด

นับเป็นครั้งแรกที่เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ถูกห้ามเดินทางเข้าไปในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในอดีตเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ และ เรือลำอื่นๆของกรีนพีซล้วนได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศทั้งสิ้น และยังได้ร่วมทำกิจกรรมกับองค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐในการเปิดโปงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆอันรวมถึงการรณรงค์ยุติการนำกากของเสียอุตสาหกรรมมาทิ้งในประเทศ และยังมีส่วนช่วยให้เกิดผลสำเร็จระหว่างการประชุมสุดยอดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกาะบาหลี ในปี 2550  นอกจากนี้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ยังได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาสาธารณภัยหลังเกิดโศกนาฏกรรมสึนามิครั้งใหญ่ที่ถล่มจังหวัดอาเจะห์ในปี 2547 อีกด้วย เราจึงรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลอินโดนีเซียได้ใช้มาตรการเข้มงวดและการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ และลูกเรือทั้งหมด

เราเสียใจที่การรณรงค์ของเราในอันที่จะช่วยสนับสนุนความสำเร็จแห่งวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดียูโดโยโน โดยให้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์มีส่วนร่วมด้วยนั้นต้องถูกกีดกันเพียงเพราะการเมืองที่ขาดวิสัยทัศน์และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ นอกเหนือไปจากท่าทีของรัฐบาลในการยอมทำทุกสิ่งตามผลประโยชน์เหล่านี้แล้ว การห้ามเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เดินทางเข้าประเทศของรัฐบาล แน่นอนว่าย่อมทำให้ชื่อเสียงของอินโดนีเซียในฐานะที่เป็นประเทศประชาธิปไตยต้องมีมลทินเพราะเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันตินั้นเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นตามหลักการประชาธิปไตย ที่เลวร้ายไปกว่านั้นก็คือประวัติอันโดดเด่นของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมได้ส่งผลให้ท่าทีของรัฐบาลอินโดนีเซียในครั้งนี้กลายเป็นการเพิ่มความวิตกกังวลว่ากฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศกำลังถูกล่วงละเมิดเพียงเพื่อจะรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์จากการทำลายสิ่งแวดล้อมเท่านั้น