เรนโบว์ วอร์ริเออร์ถูกปฏิเสธให้รับอาหารและเสบียงที่จำเป็น และถูกสั่งให้ออกจากน่านน้ำอินโดนีเซีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 21, 2553
กรุงเทพฯ/จาการ์ตา, 21 ตุลาคม 2553- กรีนพีซแสดงความกังวลกรณีกองทัพเรือประเทศอินโดนีเซียละเมิดเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เรือธงของกรีนพีซ (1) โดยเมื่อวานนี้กองเรืออินโดนีเซียสองลำสั่งการให้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ออกจากน่านน้ำประเทศในขณะที่กำลังจะทอดสมอเพื่อรับอาหารและสิ่งของที่จำเป็นอื่นๆ กองเรือยังติดตามเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์แม้กระทั่งในน่านน้ำสากล ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายสากล (2)

เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์กำหนดเข้าเทียบท่าในจาการ์ตาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อรณรงค์ “ปกป้องสิ่งแวดล้อมกับเรนโบว์ วอร์ริเออร์” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม เสนอทางออกในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการทำลายป่า (3) แต่อย่างไรก็ตาม เธอกลับถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าประเทศอินโดนีเซีย ทั้งๆที่ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโนได้ประกาศเมื่อ 3 เดือนก่อนว่าจะสนับสนุนการทำงานร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งร่วมถึงกรีนพีซด้วย โดยเฉพาะในประเด็นการตัดไม้ทำลายป่า

“เรารู้สึกกังวลต่อท่าทีการปฏิเสธในครั้งนี้และเชื่อว่าการที่รัฐบาลอินโดนีเซียปฏิเสธ และไม่อนุญาตให้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์เข้าสู่ประเทศอินโดนีเซียนั้นสวนทางกับหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสิ้นเชิง” นูร์ ฮิดายาติ ผู้แทนประจำประเทศอินโดนีเซีย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

นับเป็นครั้งแรกที่เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ถูกห้ามเดินทางเข้าไปในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในอดีตเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ และ เรือลำอื่นๆของกรีนพีซล้วนได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศทั้งสิ้น และยังได้ร่วมทำกิจกรรมกับองค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานภาครัฐในการเปิดโปงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆอันรวมถึงการรณรงค์ยุติการนำกากของเสียอุตสาหกรรมมาทิ้งในประเทศ และยังมีส่วนช่วยให้เกิดผลสำเร็จระหว่างการประชุมสุดยอดอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกาะบาหลี ในปี 2550  นอกจากนี้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ ยังได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาสาธารณภัยหลังเกิดโศกนาฏกรรมสึนามิครั้งใหญ่ที่ถล่มจังหวัดอาเจะห์ในปี 2547 อีกด้วย

กรีนพีซกำลังรณรงค์เปิดโปงการทำลายป่าฝนเขตร้อนและแหล่งกักเก็บคาร์บอนขนาดใหญ่อย่างป่าพรุในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดขึ้นจากการรุกรานโดยบริษัทปาล์มน้ำมันเพื่อนำไปผลิตกระดาษ อันเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งผลให้สัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างอุรังอุตังและเสือสุมาตราต้องตกอยู่ในความเสี่ยง รวมทั้งยังก่อให้เกิดความขัดแย้งทางสังคมเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ประธานาธิบดียูโดโยโน อยู่ระหว่างการดำเนินการข้อตกลงกับนอร์เวย์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่า หากข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ จะช่วยให้เกิดการบรรเทาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการปรับตัวต่อภาวะดังกล่าวครั้งใหญ่ในโลก

“เราเสียใจที่การรณรงค์ของเราในอันที่จะช่วยสนับสนุนความสำเร็จแห่งวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดียูโดโยโน โดยให้เรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์มีส่วนร่วมด้วยนั้นต้องถูกกีดกันเพียงเพราะการเมืองที่ขาดวิสัยทัศน์และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ” นายบุสตาร์ ไมทาร์ หัวหน้าทีมรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

“เราตั้งใจที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประธานาธิบดี ภาครัฐบาล และภาคอุตสาหกรรมเพื่อนำไปสู่การปกป้องป่าไม้ในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อภูมิอากาศโลกและอนาคตของเรา” บุสตาร์ กล่าวสรุป

หมายเหตุ

(1) http://www.greenpeace.org/seasia/news/publications/Greenpeace-open-letter-to-ministry-of-foreign-affairs/
(2) ภายใต้กฎหมายสากล บทที่ 58(1) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล รับประกันเสรีภาพในการเดินเรือในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งนี้ประเทศอินโดนีเซียและประเทศเนเธอร์แลนด์ล้วนอยู่ภายใต้อนุสัญญาฉบับนี้
(3) http://www.greenpeace.org/seasia/news/publications/new-green-development-pathway/