พลังงานนิวเคลียร์ไม่ใช่คำตอบของการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 2, 2550
กรีนพีซเรียกร้องต่อรัฐบาลของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าหลงเชื่อในคำมั่นสัญญาผิดๆ เกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ เพราะนอกจากมันไม่ใช่หนทางที่ปลอดภัยแล้ว ยังเป็นทางออกที่ไม่คุ้มค่าในการจัดการกับปัญหาภาวะโลกร้อน หรือไม่ทำให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานสำหรับประเทศในภูมิภาคนี้อีกด้วย พลังงานนิวเคลียร์เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจที่มีราคาแพงไปจากการขยายฐานพลังงานหมุนเวียน ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และระบบพลังงานรวมศูนย์ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในอนาคต

รัฐบาลของประเทศไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทางภาครัฐมีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งใหม่ขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในประเทศของตนและเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน โดยไม่คำนึงถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม ความปลอดภัย และการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลรบกวนต่ออุตสาหกรรมนิวเคลียร์

 

พลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่ปลอดภัยกว่าหรือสะอาดกว่า  กากนิวเคลียร์ที่สะสมตกทอดมาจากยุคก่อนยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกและก่อให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นตามที่ต่างๆ อยู่เสมอ  อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนิวเคลียร์กำลังใช้การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกเป็นข้ออ้างเพื่อรักษาสภาพและขยายธุรกิจที่กำลังย่ำแย่ของตน  เราสามารถลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้โดยใช้พลังงานหมุนเวียนและมาตรการทางประสิทธิภาพด้านพลังงานซึ่งราคาถูกกว่าและได้ผลมากกว่า นูร์ ไฮดายาติ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

 

จากข้อมูลของกรีนพีซ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ทันเวลาที่จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงน้อยนิด จากการวิเคราะห์ของสภาพลังงานแห่งโลกแสดงให้เห็นว่าระยะเวลาที่ใช้ในการก่อสร้างปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้น จากเดิมในช่วงกลางระหว่างปี 1970-1979 ใช้เวลาก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้วเสร็จโดยเฉลี่ย 66 เดือน มาเป็น 116 เดือน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 10 ปี ในช่วงระหว่างปี 1995-2000  ระยะเวลาในการก่อสร้างที่ยาวนานขึ้นนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงปัญหาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการจัดการในการก่อสร้างปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีการออกแบบซับซ้อนขึ้นด้วย

 

ภาพแสดงทางการเงินของพลังงานนิวเคลียร์เน้นหนักไปที่งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นหลัก และการก่อสร้างที่ล่าช้าออกไปย่อมส่งผลต่อการเงินของพลังงานนิวเคลียร์อย่างเห็นได้ชัด ดอกเบี้ยจากเงินลงทุนที่กู้ยืมมาสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการก่อสร้างที่ยาวนานขึ้น  ปัญหาทางการเงินที่ผูกพันกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปรากฏเห็นได้ทั่วไปในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก  แผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในทุกประเทศล้วนใช้งบประมาณเกินกว่าที่กำหนดไว้ทั้งสิ้น ในสหรัฐอเมริกา การสร้างปฏิกรณ์นิวเคลียร์ 75 แห่งของประเทศ เสนอตัวเลขประมาณการในการก่อสร้างอยู่ที่ 45 พันล้าน ดอลล่าร์สหรัฐ แต่ค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกิดขึ้นคือ 145 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ  ส่วนในอินเดีย ประเทศที่เพิ่งได้รับประสบการณ์ล่าสุดจากการก่อสร้างปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างปฏิกรณ์นิวเคลียร์ล่าสุด 10 แห่ง เพิ่มจากที่ประมาณการไว้แต่แรกโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 300 เปอร์เซนต์

 

พลังงานนิวเคลียร์ก่อให้เกิดปัญหาในทุกด้าน ในทางกลับกันพลังงานหมุนเวียนสามารถเข้าถึงความต้องการด้านพลังงานในภูมิภาคได้มากกว่าถึง 6 เท่า ด้วยวิศวกรรมศาสตร์ในยุคปัจจุบันที่ยั่งยืน สะอาด ก่อให้เกิดสันติภาพในสังคม และไม่มีวันหมด  ศักยภาพในการใช้พลังงานลมของฟิลิปปินส์ พลังงานความร้อนใต้พิภพของอินโดนีเซีย พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานชีวมวลในภูมิภาคอีกมากมายมหาศาลยังไม่ได้ถูกนำออกมาใช้ เป็นเพราะรัฐบาลของเราหลงเชื่อไปกับคำมั่นสัญญาผิดๆ และภาพลวงของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

  

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

 

ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย  โทร.089 476 9977

นูร์ ไฮดายาติ  ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศอินโดนีเซีย  โทร.+62 81 299 726 42

อารยา อนันต์ประกฤติ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน โทร.081 685 7275