กลุ่มกรีนพีซร่วมกับชาวบ้านบ่อนอก จังหวัดประจวบฯ บุกสำนักงานใหญ่ของบริษัท กัลฟ์ฯ วันนี้

เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เสนอสร้างในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 30, 2544
30 ตุลาคม 2544, กรุงเทพฯ -นักรณรงค์จากกลุ่มกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับอาสาสมัครและชาวบ้านที่เดินทางมาจากตำบลบ่อนอกกว่าร้อยคน เดินขบวนมายังอาคารที่ตั้งของบริษัทกัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น ที่อาคารเอ็มไทยทาวเวอร์ ถนนวิทยุ เพื่อเรียกร้องให้บริษัทฯ ล้มเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากถ่านหินขนาด 734 เมกะวัตต์ การเดินขบวนรณรงค์คัดค้านครั้งนี้ได้มีการนำพวงหรีดที่มีข้อความว่า "หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน" และโลงศพที่มีภาพปลาวาฬบรูด้าซึ่งพบที่ตำบลบ่อนอก บนโลงเขียนข้อความว่า "หยุดฆ่าประจวบฯ ด้วยถ่านหิน" นอกจากนี้ยังมีป้ายที่มีข้อความว่า "พลังงานสะอาดคือพลังของประชาชน"

นางสาวเพ็ญรพี นพรัมภา เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพลังงาน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า "การรณรงค์ของกรีนพีซครั้งนี้เป็นการสนับสนุนการต่อสู้ของชาวบ้านในตำบลบ่อนอกและชาวประจวบคีรีขันธ์ที่คัดค้านโครงการฯ ขนาดใหญ่นี้มายาวนาน เนื่องจากถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีมลพิษและเป็นอันตราย การนำถ่านหินออกมาใช้และการผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นเหมือนการฝังอนาคตของประเทศไทยและธรรมชาติที่สวยงามของบ่อนอกให้จมลงใต้ซากเถ้าของถ่านหิน"

นอกจากนี้ กรีนพีซยังระบุด้วยว่า "ถ่านหินสะอาด" เป็นเพียงการสร้างภาพเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วก็ยังเป็นการใช้ถ่านหิน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์ที่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ทั้งนี้ถ่านหินยังมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อนมากที่สุด และเมื่อเทียบกับน้ำมันแล้วมีปริมาณคาร์บอนต่อหน่วยถึงร้อยละ 29 และมากกว่าก๊าซธรรมชาติร้อยละ 80 ยิ่งไปกว่านั้น ถ่านหินยังทำให้เกิดมลพิษมากกว่าการใช้พลังงานที่สะอาดในรูปอื่นๆ เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์และพลังงานชีวมวลถึง 99 เท่า

ดร. จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า "รัฐบาลไทยไม่ควรส่งเสริมบริษัทเช่นกัลฟ์ฯ ในการเดินหน้าทำโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขึ้นอีก เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นเทคโนโลยีที่ล้าหลังและหลายประเทศในโลกตะวันตกหยุดใช้ถ่านหินแล้ว กรีนพีซ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานต่างๆ บริษัท และแหล่งเงินทุน ผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่บ่อนอกและในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หยุดการลงทุน หรือเข้ามาเกี่ยวข้องในโครงการที่ลงทุนมหาศาล แต่เป็นการลงทุนที่จะทำให้เกิดความเสียหายกับสิ่งแวดล้อม การลงทุนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสุขภาพและสังคมจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน จะนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจเนื่องจากภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจของไทยยังเปราะบาง แทนที่จะมีการนำเงินจำนวนมหาศาลมาใช้ในการลงทุนพัฒนาพลังงานที่สะอาดขึ้น พลังงานทางเลือกจากแหล่งต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น ชีวมวล พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์

นอกจากนี้ กรีนพีซได้ชี้แจงกรณีที่ถูกแอบอ้างชื่อว่ามีตัวแทนนักวิทยาศาสตร์จากกรีนพีซ ออสเตรเลีย ซึ่งส่งไปศึกษาระบบนิเวศที่ตำบลบ่อนอกว่า ไม่เป็นความจริง และกรีนพีซได้ชี้แจงอย่างชัดเจนโดยมีแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2544 ย้ำถึงหลักการในการรณรงค์ตลอดช่วง 30 ปีที่ผ่านมาของกลุ่มกรีนพีซว่า เรายืนอยู่เคียงข้างประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม และรณรงค์บนพื้นฐานที่เปิดเผย สร้างสรรค์ และไม่ใช้ความรุนแรง

"ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบ่อนอกต้องแบกรับกับปัญหาการถูกคุกคามในชีวิตความเป็นอยู่จากโครงการโรงไฟฟ้ามานานหลายปี และได้ต่อสู้เพื่อหยุดโครงการโรงไฟฟ้าฯ มาโดยตลอด สิ่งนี้น่าจะยืนยันกับทางบริษัทกัลฟ์ฯ และรัฐบาลได้ว่า โครงการนี้ไม่ได้รับฉันทานุมัติจากชาวบ้านในพื้นที่ ดังนั้นจึงสมควรที่จะหยุดการเดินหน้าโครงการ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวไปสู่แนวทางการจัดการและผลิตพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง" นางสาวเพ็ญรพีกล่าว

Notes:

(1) Greenpeace Southeast Asia had issued a statement disclaiming ties with Dr. Harcourt on 19 October, 2001.