ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 30, 2549
การสืบพยานคดีประวัติศาสตร์ว่าด้วยมะละกอจีเอ็มโอสิ้นสุดแล้ว วันนี้เกษตรกรจากฮาวายขึ้นเป็นพยานปากสุดท้าย ที่ศาลอาญา กรุงเทพฯ ในคดีกรมวิชาการเกษตรฟ้องนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมของกรีนพีซ 3 ข้อกล่าวหา ซึ่งหากพิจารณาว่ามีความผิดจริงจะได้รับโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี ต่อความผิดหลังจากเปิดโปงกรมวิชาการเกษตรขาย และแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์มะละกอจีเอ็มโออย่างผิดกฎหมาย
นางเมลานี บอนเดลา เกษตรกรจากเกาะบิ๊กไอส์แลนด์ มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ขึ้นให้การต่อศาลถึงประสบการณ์การปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอที่เกิดขึ้นที่ฮาวาย และผลกระทบที่ไม่สามารถควบคุมได้ เมลานียังกล่าวด้วยว่า การปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอทำให้ชาวฮาวายสูญเสียรายได้ คุกคามเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ตลาดส่งออกมะละกอของฮาวายสดใสมาตลอดมา จนกระทั่งมีปลูกมะละกอจีเอ็มโอเป็นการค้าในปี 2541 ประเทศผู้นำเข้ามะละกอจากฮาวายรายใหญ่ เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และจีนไม่ต้องการพืชและอาหารจีเอ็มโอ ตลาดส่งออกมะละกอของฮาวายจึงปิดลง ทำให้ราคามะละกอตกต่ำ
เมลานี กล่าวว่า ในฐานะเกษตรกร มะละกอจีเอ็มโอก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เกษตรกรไม่สามารถขายมะละกอปกติได้ ถ้ามีการปนเปื้อนจีเอ็มโอ เกษตรกรในฮาวายไม่สามารถส่งออกมะละกอจีเอ็มโอ และมะละกอปนเปื้อนจีเอ็มโอได้ ทำให้สูญเสียตลาดส่งออก สูญเสียอาชีพและวิถีชีวิต
เมื่อปี 2547 กรีนพีซเปิดโปงต่อสาธารณชนว่า สถานีวิจัยพืชสวนขอนแก่นของกรมวิชาการเกษตรเป็นแหล่งกำเนิดการปนเปื้อนและมีการแจกจ่ายเมล็ดมะละกอจีเอ็มโอปนเปื้อนให้กับเกษตรกรจำนวน 2,669 คนใน 37 จังหวัด เจ้าหน้าที่ของกรมวิชาการเกษตรฟ้องนางสาวภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดร.จิรากรณ์ คชเสนี อดีตผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเบี่ยงเบนความผิด
นายบัณฑูร เศรษฐ์ศิโรฒน์ เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้การต่อศาล เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2549 ว่า หลังตรวจพบการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนสิงหาคม 2547 คณะกรรมการสิทธิฯ ได้ส่งจดหมายแนะนำให้นายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มีคำสั่งให้ทำลายต้นมะละกอจีเอ็มโอ และแปลงทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นาทั้งหมด ซึ่งนำไปสู่คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ทำลายมะละกอจีเอ็มโอในแปลงทดลองภายในสถานีวิจัยของกรมวิชาการเกษตรที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อเดือนกันยายน 2547 อย่างไรก็ตาม การปนเปื้อนของจีเอ็มโอยังไม่หมดไป คณะกรรมการสิทธิฯ ยังได้รับการร้องเรียน และรายงานการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอในแปลงเกษตรกร และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งที่สองเมื่อเดือนกรกฎาคม 2548 การสุ่มตรวจตัวอย่างมะละกอจากแปลงเกษตรกรที่จังหวัดระยอง มหาสารคาม ชัยภูมิ และกาฬสินธุ์ พบว่าเป็นจีเอ็มโอ
ดร.จงรักษ์ กิตติวรการ นักวิชาการจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้การต่อศาล เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2549 ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยยังคงถูกคุกคามจากการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอ และให้ระวังถึงความเสี่ยงจากยีนต้านยาปฎิชีวนะ (เตตร้าซัยคลิน) ในมะละกอจีเอ็มโอ ซึ่งขัดกับมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (1)
การฟ้องร้องในคดีมะละกอจีเอ็มโอดำเนินมาเกือบสองปี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมของกรีนพีซถูกฟ้องในข้อหาลักทรัพย์ บุกรุก และทำลายทรัพย์สินของราชการ การไต่สวนพยานสิ้นสุดในวันนี้ โดยคาดว่าจะมีคำพิพากษาภายในสิ้นปีนี้
กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระ เผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์และด้วยสันติวิธี เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก และนำเสนอแนวทางแก้ไข ซึ่งจำเป็นยิ่งต่ออนาคตของสิ่งแวดล้อม และสันติภาพของโลก รวมทั้งภารกิจในการปกป้องเกษตรกร และผู้บริโภคไทยจากการคุกคามของจีเอ็มโอ ซึ่งไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยทั้งต่อการบริโภคของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร. 0 9476 7070
เอื้อพันธ์ ชำนาญเอื้อ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน โทร. 0 1928 2426
หมายเหตุ
1) มาตรา 58 ตามมาตรฐานโคเดกซ์ ภายใต้องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและองค์การอนามัยโลก ระบุว่า “ยีนต้านทานยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการผลิตอาหาร ที่ทำให้ต้านทานยาปฏิชีวนะที่ใช้ในทางการแพทย์ ไม่ควรปรากฎอยู่ในอาหาร” ftp://ftp.fao.org/es/esn/food/guide_plants_en.pdfFAO/WHO