ข่าวประชาสัมพันธ์ - กันยายน 28, 2552
หลังจากสัปดาห์แห่งหายนะของประเด็นโลกร้อนในนิวยอร์กและพิสเบอร์ก วันนี้ ตัวแทนเด็กไทยจำนวน 5 คน ได้เรียกร้องถึงอนาคตของพวกเขาไปยังนายอีฟ เดอ บัวร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ในการเริ่มต้นรอบการเจรจาเรื่องโลกร้อนล่าสุดในกรุงเทพมหานคร เด็ก ๆ ได้ส่งมอบกระปุกออมสินช้างที่มี “เงินสมทบคนละเล็กคนละน้อยเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน (small change for the climate)”
เด็กๆ กลุ่มนี้เป็นตัวแทนของประชาชนมากกว่า 1.4
ล้านคนซึ่งได้ร่วมลงชื่อเรียกร้องให้กับแนวร่วม
tcktcktck ระดับโลก เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อตกลงที่เป็นธรรม สูงส่ง
และ มีผลบังคับทางกฎหมาย
เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ที่การประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โคเปนเฮเกน
กิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งท้ายโครงการ "เดินกับช้าง
ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" ซึ่งกรีนพีซและ
ช้างนักรณรงค์ 5 เชือกได้เดินทางในประเทศไทย เป็นระยะทาง 250
กิโลเมตร เป็นเวลา 15 วัน
เพื่อเน้นย้ำผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการทำลายป่า
การรณรงค์นี้กรีนพีซร่วมมือกับ tcktcktck
"ข้อตกลงที่เป็นธรรม สูงส่ง และ มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายนั้น
เป็นผลลัพธ์ที่ควรเกิดขึ้นในการประชุมที่โคเปนเฮเกน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพายุไต้ฝุ่นกฤษณา (ในท้องถิ่นเรียกออนดอย)
ทำให้ฝนตกเท่ากับปริมาณฝนตก 1 เดือน ภายในเพียง 6 ชั่วโมง
จำนวนผู้เสียชีวิตกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยแล้วกว่า 280,000 คน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เสี่ยงมากที่สุด
และมีการเตรียมการรับมือน้อยที่สุดต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"
นายวอน เฮอร์นันเดซ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
"เหลือการเจรจาเพียง 3 รอบ จากนี้จนถึงโคเปนเฮเกน
เราอยากเห็นรัฐบาลต่างๆ ผลักดันให้การเจรจาที่กรุงเทพฯ คืบหน้า
โดยลงมือปฏิบัติการอย่างห้าวหาญเพื่อทำให้ถ้อยแถลงอันยิ่งใหญ่ของผู้นำโลกที่ประกาศ
ณ
การประชุมสหประชาติที่นิวยอร์กในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้น"
ไคซา โคโซเนน ที่ปรึกษาทางนโยบาย กรีนพีซสากลกล่าว
ประเทศจีนและอินเดียได้แสดงสัญญาณว่าจะปฏิบัติการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามสัดส่วนที่เป็นธรรม
ญี่ปุ่นเน้นย้ำเป้าหมายใหม่ของตน
และสหภาพยุโรปได้เริ่มตื่นตัวกับข้อเท็จจริงที่ว่าสหรัฐอเมริกามีเป้าหมายที่อ่อนแออย่างยิ่ง
แต่ในขณะนี้เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกอุตสาหกรรมทั้งหมด
ซึ่งแม้รวมพันธะกรณีครั้งใหม่ของญี่ปุ่นเข้าด้วยแล้ว
ยังอยู่ที่เพียงร้อยละ 10-17 ภายในปี 2563 จากปี 2533 เท่านั้น
โดยยังขาดอีกร้อยละ 40 เพื่อคงอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา การประชุมจี 20
นั้นได้ล้มเหลวการยุติความหยุดนิ่งของการเจรจา
โดยไม่ได้ข้อสรุปที่สำคัญยิ่ง นั่นคือ การจัดหาเงินทุน 140
พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปีสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนา
เพื่อต่อสู้และปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รวมถึงเพื่อยุติการทำลายป่าเขตร้อน
"เรามีเวลาเหลือเพียง 70 วันเท่านั้น ก่อนการประชุมที่โคเปนเฮเกน
เวลาใกล้จะหมดลงแล้ว
ประเทศกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นกุญแจสำคัญในการได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่จะสร้างความสำเร็จในการปกป้องสภาพภูมิอากาศ
ปกป้องโลก และ ประชาชน ผู้นำโลกจึงควรเข้าร่วมการประชุมที่โคเปนเฮเกน
เดนมาร์กในเดือนธันวาคมนี้ และมีพันธะให้ได้
ข้อตกลงขึ้น" ไคซา กล่าวเสริม
VVPR info: เลยา เกเรโร ผู้จัดการฝ่ายสื่อ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร 087-026-4260
วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร 089-487-0678