กลุ่มประชาสังคมอาเซียนเรียกร้องกัมพูชาช่วยผลักดันพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มีนาคม 29, 2555
กรุงพนมเปญ - 29 มีนาคม 2555 - ก่อนการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้หรืออาเซียนที่จัดขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ กลุ่มประชาสังคมเรียกร้องให้บรรดาผู้นำอาเซียนร่วมกันผลักดันสร้างอนาคตให้กับประชากรอาเซียนด้วยพลังงานที่สะอาด มั่นคง และปลอดภัย

29 มีนาคม 2555

นาย ธารา บัวคำศรี ผู้อำนวยการงานรณรงค์ กรีนพีซ ตะวันออกเฉียงใต้ ยื่นหนังสือรวมภาพ เมืองแห่งเงา ให้กับ นาย สุธ ดีนา ที่ปรึกษาส่วนบุคคลของนายกรัฐมนตรี ฮุน เซ็น ที่กระทรวงการต่างประเทศ กรุงพนมเปญ โดยตัวแทนจากกรีนพีซเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และองค์กรคนหนุ่มก้าวหน้าแห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้ไปที่กระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาเพื่อยื่นจดหมายเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียนยกเลิกแผนการใช้นิวเคลียร์และหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนในการสร้างพลังงานหมุนเวียน และ สะอาด อันเป็นทรัพยากรที่มีอยู่มากหลายในภูมิภาค ภาพโดย © Kimlong Meng/Greenpeace

กลุ่มประชาสังคมภายใต้การนำของกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และกลุ่ม Young Progressive Southeast Asia (YPSEA) ได้รวมตัวกันที่กระทรวงต่างประเทศกัมพูชาเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อผู้นำอาเซียนให้หยุดสนับสนุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และส่งเสริมการให้มีการลงทุนและใช้ประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีความปลอดภัยและสะอาดและมีอยู่อย่างล้นเหลือ ทั้งนี้ ดร.ส่ง รัฐฉวี (Dr. Seoung Ratchavy) ในฐานะเลขาธิการกระทรวงต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ และประธานอาเซียน ออกมารับเอกสารข้อเรียกร้อง

“กัมพูชาเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน จึงสามารถจะกำหนดวาระการประชุมได้ พวกเราต้องการเห็นผู้นำอาเซียนให้ความร่วมมือและส่งเสริมการหาทางแก้ไขปัญหาด้านพลังงานและปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์” คิม เอง ยอง สมาชิกของ YPSEA และประธานศูนย์ประชาชนเพื่อการพัฒนาและสันติภาพในกัมพูชากล่าว

“บรรดาผู้นำอาเซียนจะต้องเรียนรู้บทเรียนจากฟูกูชิมา เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์มีความเสี่ยงสูง ไม่ปลอดภัย และเป็นภัยอันตรายต่อชีวิตและชุมชน หนึ่งปีผ่านไปหลังเกิดหายนะภัยโรงไฟฟ้าฟูกูชิมา ประชาชนยังไม่สามารถจะกลับไปสู่บ้านเรือนของตนเอง และไม่สามารถกลับไปใช้เป็นเหมือนเดิมได้ ความเสี่ยงต่อผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสียังคงมีอยู่เรื่อยไปจากรุ่นสู่รุ่น เราจึงไม่ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกหลานของเราและบ้านเรือนของเราอีก ที่สำคัญเราสามารถหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานนิวเคลียร์ได้ กรีนพีซจึงต้องมาที่นี้ เพื่อทำให้บรรดาผู้นำอาเซียนเชื่อมั่นว่า พลังงานหมุนเวียนเป็นทางออก” ฟรานซิส ครูซ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์ของกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพที่จะสามารถนำพลังงานสะอาดมาใช้ได้อย่างเพียงพอ เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ รายงานโดยกรีนพีซและสภาพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป (European Renewable Energy Council) ได้ชี้ให้เห็นว่า ระบบพลังงานสมัยใหม่ตามแนวคิดการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดรวมกับการใช้พลังงานหมุนเวียนจะสามารถนำมาใช้แทนที่พลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างง่ายดาย โดยรูปแบบการใช้พลังงานในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นว่าโรงงานไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนมีความก้าวล้ำกว่าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เสียอีก โดยในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นในระบบการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้ากว่าร้อยละ 26 เทียบกับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่มีการติดตั้งเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2 ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการลดความเสี่ยงจากอันตรายแล้ว พลังงานหมุนเวียนยังเป็นแหล่งพลังงานที่มีคุณประโยชน์กว่า ไม่ว่าจะในด้านความปลอดภัย ต้นทุนพลังงานที่คงที่ และยังเป็นการสร้างงานให้แก่ประชาชนอีกนับล้าน ๆ คน

ในขณะที่ผลลัพธ์จากอุบัติภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาเป็นเหตุให้เกิดการต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์อย่างกว้างขวางในหมู่สาธารณชนในภูมิภาคอาเซียน จึงส่งผลให้แผนการด้านนิวเคลียร์ต่าง ๆ ต้องหยุดชะงักลง แต่ข้อเสนอพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังคงอยู่ในแผนพัฒนาด้านพลังงานในภูมิภาค โดยเฉพาะรัฐบาลเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่ยืนยันว่าจะยังคงเร่งดำเนินการด้านนิวเคลียร์ต่อไป แม้ว่าจะมีการคาดคะเนความเสี่ยงและมีความเคลือบแคลงต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับพลังงานนิวเคลียร์ และมีเสียงเรียกร้องให้จัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ปลอดภัยกว่าพลังงานนิวเคลียร์ก็ตาม

หากเกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ในประเทศใดในภูมิภาคอาเซียนก็จะส่งผลข้ามพรมแดนไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคได้เช่นกัน พลังงานนิวเคลียร์จึงสามารถนำภูมิภาคอาเซียนให้ตกอยู่ในความเสี่ยงทั้งหมดได้

พลเมืองแห่งประชาคมอาเซียน เรียกร้องต่อผู้นำอาเซียนลงมือทำโดย

  1. ก้า���ออกจากเส้นทางการผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ที่เป็นช่องโหว่ภายใต้สนธิสัญญาเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 
  2. กำกับให้มีกระบวนการถอดนิวเคลียร์ ออกจากแผนความร่วมมือด้านพลังงานแห่งอาเซียน พ.ศ.2554-2558 
  3. ยุติแผนการ/โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต่างๆ ที่จะมีขึ้น 
  4. ลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อตระเตรียมนโยบาย กฎหมายและกลไกสนับสนุนต่างๆ ในการยกระดับ สนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและขจัดอุปสรรคที่อยู่ในการเพิ่มเป้าหมายการใช้พลังงาน หมุนเวียนและสร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกันให้กับประชาคมในอาเซียน

กรีนพีซยังได้จัดนิทรรศการภาพถ่าย “ดินแดนแห่งเงาหม่น : ระลึกถึงฟูกูชิมา” ระหว่างการประชุมภาคประชาสังคมอาเซียน (ASEAN Civil Society Conference) โรงแรมลักกี้สตาร์ กรุงพนมเปญ ตั้งแต่วันที่ 29 ถึง 31 มีนาคม 2555 ซึ่งเป็นภาพถ่ายโดยช่างภาพมือรางวัล โรเบิร์ต นอธ และนักสารคดี อังตัวเนต เดอ จอง ซึ่งภาพถ่ายเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงความสูญเสียจากภัยพิบัติด้านนิวเคลียร์

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระระดับโลกที่ลงมือทำเพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และพฤติกรรม ปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ ส่งเสริมสันติภาพ  www.greenpeace.org/seasia

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ 

สุขทวี สุวรรณชัยรบ  หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชน ประจำประเทศไทย 
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร. +66 83 841 2798      

ฟรานซิส เดอลา ครูซ  เจ้าหน้าที่ฝ่ายรณรงค์  
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร. +66 89 476 9977      

เซลดา ซอเรียโน่  ที่ปรึกษาด้านนโยบาย 
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร. +63 9175949424      

ยง คิม เอง  สมาชิกของ YPSEA และประธานศูนย์ประชาชนเพื่อการพัฒนาและสันติภาพ โทร.016 82 82 11