แถลงการณ์กรีนพีซต่อกรณีคำตัดสินนางจินตนา แก้วขาว

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 12, 2554
.

"ผู้สนับสนุนถ่านหินคืออาชญากรสิ่งแวดล้อมตัวจริง"

เมื่อวานนี้ นางจินตนา แก้วขาว ประธานกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกศาลตัดสินจำคุก 4 เดือน จากการต่อสู้และแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชน จากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 1,400 เมกะวัตต์

นางจินตนาถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ ในงานเลี้ยงของบริษัท ยูเนี่ยน เพาเวอร์ ดีเวลลอบเม้นท์ จำกัด เจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านกรูด เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2544 โดยนางจินตนาได้ต่อสู้ในความไม่โปร่งใสของนโยบายด้านพลังงาน และการที่บริษัทฯ ได้พยายามบิดเบือนว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน “สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้”

ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สกปรกและก่อมลพิษมากที่สุด การใช้ถ่านหินก่อให้เกิดต่อมลพิษทางน้ำและอากาศ ทำลายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและระบบประสาท ฝนกรด หมอกควัน และทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง โรงไฟฟ้าถ่านหินยังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มนุษย์กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าถ่านหินส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีเสียงในการลุกขึ้นคัดค้านโครงการดังกล่าว มักเป็นผู้ที่ต้องได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเผาถ่านหิน

นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า

“กว่า 10 ปีแล้ว ที่ชาวประจวบคีรีขันธ์ได้ต่อสู้คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพื่อปกป้องทรัพยากรสิ่งแวดล้อมของชุมชน จนต้องแลกด้วยชีวิตของนายเจริญ วัดอักษร ผู้นำชุมชน เมื่อปี 2548 ในวันนี้ความเจ็บปวดนั้นยิ่งทวีคูณ เมื่อนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมยังคงต้องออกมาต่อสู้ด้วยมือเปล่าโดยไม่ได้รับความสนับสนุนจากภาครัฐ แต่อาชญากรสิ่งแวดล้อมตัวจริง อย่างเช่น กลุ่มทุนถ่านหินและผู้สนับสนุน กลับยังคงมุ่งลงทุนในอุตสาหกรรมที่ไม่ยั่งยืนและไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่เคารพต่อสิทธิชุมชน

ชุมชนที่ต่อสู้เพื่อปกป้องอนาคตของลูกหลานต้องเผชิญกับความไม่เป็นธรรม เสียงของชุมชนมักถูกเพิกเฉย ในขณะที่ผลประโยชน์ของบริษัทขนาดใหญ่กลับได้รับการปกป้อง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องให้การคุ้มครองสิทธิของชุมชนในการอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี

ผู้ที่ต่อสู้เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ที่ซึ่งการพัฒนามิต้องแลกมาด้วยสุขภาพ ชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงนั้น มิใช่ผู้กระทำความผิด แต่ผู้ที่ยืนยันที่จะใช้เทคโนโลยีที่สกปรกและอันตรายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนในระยะสั้น และทำลายวีถีชีวิตประชาชนนั้นคือผู้กระทำผิดที่แท้จริง

กรีนพีซขอเรียกร้องให้ภาครัฐให้ฟังเสียงประชาชนและให้ความสำคัญต่อสวัสดิภาพของประชาชน รวมถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อมมากกว่าอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษ รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะทำให้มั่นใจว่าการพัฒนานั้นเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสังคมรวมถึงระบบนิเวศ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้โดยการสนับสนุนอนาคตพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด”

กรีนพีซทำงานรณรงค์ด้วยหลักการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และพฤติกรรม เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และสันติภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม

พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน