เตือนภัยวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

กรีนพีซเรียกร้องให้ยุติการลงทุนในพลังงานฟอสซิลในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มีนาคม 25, 2557
โยโกฮาม่า/กรุงเทพฯ, 25 มีนาคม 2557 – กรีนพีซชี้การปฏิวัติพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดเป็นทางออกของวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เป็นภัยต่อสันติภาพและความมั่นคง

กรีนพีซใช้สัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (SOS) ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยกรีนพีซเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบในหลายประเทศแล้ว นอกจากนี้ ยังทำลายชีวิตและสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ

“วิกฤตสภาพภูมิอากาศนั้นไร้พรมแดน สภาพภูมิอากาศของเราอยู่ในสภาวะที่ล่อแหลม น้ำมัน ถ่านหินและก๊าซทุกตันที่เราขุดขึ้นมาและเผาผลาญ ผลักให้เราให้อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงภัยมากขึ้น” ไกซ่า โคโซเนน ผู้ประสานงานรณรงค์ กรีนพีซสากล กล่าว “แต่เรายังคงมีทางออกจากสภาพที่เป็นอยู่ นั่นคือการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นทางออกที่ก้าวหน้าและท้าทายระบบการผลิตพลังงานที่เป็นอันตราย”

เมื่อวานนี้ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมของกรีนพีซถือป้ายผ้าที่มีข้อความว่า 'Climate SOS – Go Renewables' หรือ “สภาพภูมิอากาศฉุกเฉิน – ใช้พลังงานหมุนเวียนได้แล้ว” ที่บริเวณด้านหน้าป้ายโรงไฟฟ้าถ่านหิน เจ-พาวเวอร์ 1 และ 2 และที่โรงก๊าซ เทบโก้ส์ ไมนามิ โยโกฮาม่า ซึ่งเป็นที่ประชุมของคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ - IPCC ในเมืองโยโกฮาม่า เพื่อจุดประกายถึงสาเหตุและทางออกของวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การประชุมครั้งนี้จะหาบทสรุปจากรายงานของคณะทำงานที่สองว่าด้วย “ผลกระทบ การปรับตัวและความล่อแหลม” ซึ่ง IPCC จะหารือถึงรูปธรรมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของการพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่รัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายและความท้าทายนี้ของ IPCC

“ในขณะที่รายงาน IPCC ได้ถูกกำหนดเวลาเผยแพร่ ความเลวร้ายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เริ่มเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ เช่น ในฟิลิปปินส์และทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ในภาวะที่สุ่มเสี่ยงที่สุด และมีการเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน้อยมาก” อามาลี โอบูซาน ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้แทนเข้าร่วมถกประเด็นนี้ในญี่ปุ่น กล่าว “เมื่อครั้งซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว มีผู้คนเสียชีวิตหลายพันคนและยังทิ้งร่องรอยความเสียหายที่ต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการฟื้นฟู เราเรียกร้องให้ผู้นำทั่วโลกตระหนักถึงสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้เคยบอกไว้ว่า ต้องใช้ทางออกที่เป็นบวกอย่างแท้จริงในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” 

กรีนพีซชี้ว่า การเผาไหม้ถ่านหินเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตราย และนอกเหนือจากเป็นตัวก่อมลพิษทางอากาศ ถ่านหินยังก่อให้เกิดผลกระทบทางน้ำอย่างมหาศาล และคุกคามความมั่นคงทางน้ำ และชัดเจนว่าเราจำต้องไปให้พ้นจากถ่านหินและความจริงมันได้เริ่มขึ้นแล้ว

รายงาน IPCC ได้ส่งสารว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลือก  เราจะหนีจากหายนะหนึ่งไปเจอกับอีกหายนะหนึ่ง หรือเราเลือกจะกำหนดอนาคตของเราเอง เราอยู่บนทางแยกและทางเลือกที่เรากำลังจะเลือกต่อไปนี้จะสามารถปล่อยวางอดีตที่เราเคยประสบ การยุติยุคถ่านหินและพลังงานฟอสซิลอื่นๆ เป็นการต่อสู้ที่สำคัญ ที่ทุกฝ่าย ทั้งชุมชน ผู้มีอำนาจตัดสินใจและนักลงทุนทั้งหลายต้องสมัครสมานเข้าด้วยกันโคโซเนน กล่าวเพิ่มเติม

ญี่ปุ่นกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไว้น้อยมาก ญี่ปุ่นยังถูกรวมอยู่ในกลุ่มประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในโลกในการขยายตลาดถ่านหินในต่างประเทศ ปัจจุบันญี่ปุ่นมีแผนกลับไปใช้พลังงานนิวเคลียร์แม้ว่าหายนะที่ฟูกูชิมายังไม่จางหาย

ภาพ

ภาพประกอบ คลิกที่ http://photo.greenpeace.org/C.aspx?VP3=ViewBox&STID=27MZIF3O7X1K&CT=Story

ต้องการภาพวิดีโอ กรุณาติดต่อ Video Desk Hotline +31 20 718 2472