กรีนพีซ Walhi และชุมชนคัดค้านนิวเคลียร์ ในอินโดนีเซีย

ร่วมฉลองการเลื่อนการก่อสร้างพลังงานนิวเคลียร์ในเกาะแบงก้า พร้อมประกาศให้พื้นที่นี้เป็นเขตปลอดนิวเคลียร์

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤศจิกายน 14, 2554
แพงกัล ปีนัง, 13 พฤศจิกายน 2554- กรีนพีซ กลุ่ม Walhi Bangka Belitung นักเรียน และชุมชนที่คัดค้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้รวมตัวกันที่เกาะแบงก้า (Bangka) ในวันนี้เพื่อเฉลิมฉลองการเลื่อนแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียยกเลิกแผนการก่อสร้างอย่างถาวร

ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมประกาศให้จังหวัด Bangka Belitung เป็นเขตปลอดนิวเคลียร์ และร่วมเรียกร้องให้สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (ASEAN) ที่จะมีการประชุมในวันที่ 17-19 พฤศจิกายนนี้ทำตามคำประกาศนี้นั่นคือ หยุดนิวเคลียร์ในภูมิภาคอาเซียน”  นายอารีฟ ฟิยันโต ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว  แผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของอินโดนีเซียได้ถูกประกาศขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาโดย ฮูดี้ ฮัสโตโว ประธานพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติ ประเทศอินโดนีเซีย (BATAN)

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดียูโดโยโน่ได้เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นของหลังการเกิดอุบัติภัยฟูกูชิมา และกล่าวว่านิวเคลียร์จะเป็นทางเลือกสุดท้ายของอินโดนีเซีย และยังเน้นย้ำว่าจะไม่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และจะลงทุนไปกับพลังงานหมุนเวียน ในขณะเดียวกัน วิดจาจาโน พาโตวิดากดู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ ได้ออกมาสนับสนุนการเลื่อนการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เช่นกัน เหตุการณ์ฟูกูชิมาได้แสดงให้เห็นว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของกัมมันตรังสีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในประเทศที่มักเกิดภัยธรรมชาติ อย่างเช่นอินโดนีเซีย อีกทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังมีราคาแพง ใช้ระยะเวลานานในการก่อสร้าง และไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ   

“ประธานาธิบดียูโดโยโน่และวิดจาจาโน พาโตวิดากดู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ ได้นำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง ในการให้ความสำคัญกับพลังงานหมุนเวียนมากกว่าพลังงานนิวเคลียร์ โดยการเลื่อนแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออกไป แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาควรยกเลิกแผนการก่อสร้างสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสียหากพวกเขาต้องการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดอย่างเช่นพลังงานความร้อนใต้พิภพ แสงอาทิตย์และลม สามารถยกระดับเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในอนาคตได้” อารีฟกล่าวเสริม

หลังจากเกิดเหตุการณ์ฟูกูชิมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลากหลายประเทศทั่วโลกได้ตัดสินใจดึงพลังงานนิวเคลียร์ออกจากแผนพลังงาน อย่างเช่น เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้ยกเลิกพลังงานนิวเคลียร์ และประกาศจะเป็นประเทศปลอดนิวเคลียร์ภายในปี 2565 รวมทั้งประเทศอิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ และเบลเยียมได้ประกาศยกเลิกการใช้พลังงานนิวเคลียร์เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีคำประกาศเลื่อนแผนการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จากประธานาธิบดีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ก็ตาม  BATAN และผู้สนับสนุนนิวเคลียร์รายอื่นๆยังคงเดินหน้าผลักดันแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศอินโดนีเซียอยู่ BATAN ได้พุ่งเป้าไปทางด้านสังคมและรณรงค์นิวเคลียร์ในเกาะ แบงก้า

“BATAN ควรจะยุติการผลักดันนิวเคลียร์บนเกาะแบงก้า ประธานาธิบดียูโดโยโน่และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนและเป็นผู้รับผิดชอบนโยบายด้านพลังงานของประเทศ ยังได้ปฏิเสธพลังงานนิวเคลียร์นี้” บูดี รัทโน ผู้อำนวยการบริหาร Walhi Bangka Belitung กล่าว

แบงก้า เป็นหมู่เกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ใกล้สุมาตรา ชวา มาเลเซีย และสิงคโปร์ ผู้สนับสนุนนิวเคลียร์ได้อ้างว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บนเกาะแบงก้า สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่ชวา สุมาตรา และยังสามารถส่งออกกระแสไฟฟ้าไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียได้

พลังงานนิวเคลียร์ไม่มีระบบความปลอดภัยแบบใหม่ อินโดนีเซียและอาเซียนจะต้องล้มเลิกความคิดที่จะสร้างในภูมิภาคแห่งนี้ แล้วหันไปพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ควบคู่กับระบบการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นอนาคตที่ยั่งยืนของอินโดนีเซียและอาเซียน” อารีฟกล่าวสรุป