เรือเอสเพอรันซาพร้อมฝูงเรือประมงนับร้อยปักเขต ‘แนวรั้วทะเล’

ประกาศเขตอนุรักษ์ครั้งแรกของไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มิถุนายน 23, 2556
อ่าวประจวบฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556 – วันนี้ เรือเอสเพอรันซาของกรีนพีซพร้อมฝูงเรือประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์จาก 14 ชุมชน(1) ร่วม 200 ลำ และสมาคมรักษ์ทะเลไทยร่วมกันปักเขตแนวรั้วทะเลเพื่อประกาศเป็น “เขตอนุรักษ์ทางทะเล” ห้ามเครื่องมือประมงทำลายล้างรุกล้ำทำประมง

กิจกรรมประวัติศาสตร์ครั้งแรกของไทยนี้ เป็นการรวมพลังของเรือประมงพื้นบ้านสร้าง ‘รั้วทะเล’ เป็นแนวยาวร่วม 60 กิโลเมตรจากชายฝั่ง 3 ไมล์ (ประมาณ 5.4 กิโลเมตร) บริเวณแนวเขตอนุรักษ์ทางทะเลซึ่งเป็นเขตที่กำหนดให้ทำประมงได้เฉพาะประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก ฝูงเรือประมงพื้นบ้านประจวบคีรีขันธ์พร้อมด้วยนักกิจกรรมของกรีนพีซบนเรือเอสเพอรันซาเรียงแถวขบวนเรือกลางทะเล พร้อมวางทุ่นกำหนดแนวเขตแดน เป็นการห้ามเรือประมงทำลายล้างเข้ามารุกล้ำทำประมงใกล้ชายฝั่ง   

 “กิจกรรมในวันนี้ถือว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของชาวประมงไทยรวมถึงชาวประมงของโลก วันนี้ เราได้ประกาศชัยชนะต่อการทำประมงทำลายล้างโดยป้องกันไม่ให้มันเข้ามาในเขตอนุรักษ์ เราร่วมกันทำสิ่งที่มีความหมายโดยสร้างแนวรั้วทะเลที่เป็นทั้งเส้นแบ่งเขต และแนวรั้วปราการจากพลังชุมชนที่จับมือกันพิทักษ์ปกป้องทะเลที่เป็นทรัพยากรที่สำคัญและเป็นชีวิตของเราและลูกหลาน”  ปิยะ เทศแย้ม ตัวแทนประมงพื้นบ้าน นายกสมาคมประมงบ้านทุ่งน้อย กล่าว

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นจังหวัดแรกของไทยที่สามารถเรียกร้องขยายเขตอนุรักษ์จาก 3,000 เมตร เป็น 3 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 5,500 เมตร (5.4 กิโลเมตร) ได้สำเร็จ และประกาศเป็นกฏหมายของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์(2) เขตอนุรักษ์ทางทะเลในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลส่วนใหญ่ถูกกำหนดไว้ที่ 3 กิโลเมตรจากชายฝั่ง ซึ่งถือเป็นพื้นที่น้อยนิดสำหรับการทำประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก

ทะเลไทยถูกคุกคามจากการทำประมงแบบทำลายล้างที่ไร้ความรับผิดชอบมานับหลายสิบปี ส่งผลให้ทะเลไทยในปัจจุบันเสื่อมโทรมถึงขั้นวิกฤต ระบบนิเวศทางทะเลถูกทำลายลงไปมากจากการทำประมงเกินขนาด สภาพการทำประมงของไทยในปัจจุบันอยู่ในขั้นที่ประชากรปลาอาจไม่สามารถฟื้นตัวได้หากเราไม่ลงมือทำอะไรในตอนนี้(3)

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือเอสเพอรันซาสำรวจพบเรือประมงพาณิชย์แบบทำลายล้างนับร้อยลำระหว่างการเดินทางลาดตระเวนในอ่าวไทย รวมถึงการกระทำที่ผิดกฏหมาย การทำประมงในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเล เขตอนุรักษ์หรือเขตประมงพื้นบ้าน 3,000 เมตร เครื่องมือประมงทำลายล้างเหล่านี้ อันได้แก่ อวนลาก อวนล้อม เรือคราดหอย จะกวาดเอาทุกสิ่งทุกอย่างจากก้นทะเลจนถึงพื้นผิวทะเลตลอดเส้นทาง

“กรีนพีซทำงานรณรงค์ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ และเครือข่ายประมงพื้นบ้านในการสร้างความตื่นตัวให้สังคมตระหนักถึงปัญหาภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล อย่างที่ชุมชนเครือข่ายประมงประกาศไว้ว่า เราต้องปกป้องทะเลของเรา ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพกว่านี้ โดยยุติการทำประมงแบบทำลายล้างและประมงเกินขนาด(4)”ศิรสา กันตรัตนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

“เรามีคำกล่าวว่า ทะเลคือชีวิต ชาวประมงใช้ชีวิตอยู่กับทะเล ต้องพึ่งพาทะเล และคนไทยทุกคนก็พึ่งพาอาหารจากทะเล เราไม่ต้องการให้ทะเลของเราเสื่อมโทรมลงไปกว่านี้ เราควรลุกขึ้นมาปกป้องพิทักษ์ทะเลและแหล่งอาหาร รัฐบาลไทยต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัด เพื่อปกป้องฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทย” ศิรสา กล่าวเสริม

เรือเอสเพอรันซาอยู่ระหว่างการเดินทางรณรงค์ในโครงการ ‘ฟื้นชีวิตทะเลไทย กับเรือเอสเพอรันซา’ ในประเทศไทย เพื่อเรียกร้องต่อภาครัฐให้มีการแก้ปัญหาวิกฤตทะเลไทย เรือเอสเพอรันซามีกำหนดการรณรงค์ในประเทศไทยระหว่างวันที่ 15- 30 มิถุนายน โดยเดินทางออกจากสงขลา มายังประจวบคีรีขันธ์ และสิ้นสุดการเดินทางที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ติดตามรายละเอียด และร่วมลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องเพื่อปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการประมง และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ที่ www.defendouroceans.org

กรีนพีซทำงานรณรงค์ด้วยหลักการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ

หมายเหตุ

(1) เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีตัวแทนชุมชนที่เข้าร่วม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บางปู คุ้งโตนด เขาแดง ทุ่งน้อย โพธิ์เรียง ปากคลองเกลียว คลองเก่า บ่อนอก ทุ่งมะเม่า คั่นกระได อ่าวน้อย ม่องล่าย ปากคลองบางนางรม (ประจวบ) และคลองวาฬ

(2) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดห้ามใช้เครื่องมืออวนลาก อวนรุน ในเขตอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3,000 เมตร ในทุกจังหวัดที่ติดชายทะเล เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2550  แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงการทำประมงด้วยเครื่องมือคราดหอย จนกระทั่งวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ที่มีการประกาศเพิ่มเติมเรื่อง กำหนดห้ามใช้เครื่องมือที่ใช้กับเรือยนต์ทำการประมงหอยชนิดสองฝาในพื้นที่ทะเลบางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเขต 3 ไมล์ทะเล ซึ่งถือว่ามีเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่สามารถผลักดันให้มีเขตดังกล่าวได้

(3) M. Ahmed at al. (2007) Overfishing in the Gulf of Thailand: policy challenges and bioeconomic analysis. In Environment and Development Economics12: 145–172. 2007 Cambridge University Press

(4) กรีนพีซเรียกร้องต่อรัฐบาลเพื่อให้คำมั่นที่จะฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศบริเวณชายฝั่งทะเลให้กลับมามีสภาพอุดมสมบูรณ์ให้สำเร็จภายใน 5 ปี โดยเริ่มต้นจากการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการประมง แล���ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ต้องเคารพถึงผลประโยชน์ของประชาชน วิถีชีวิตและวัฒนธรรม และสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมและดูแลทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก ซึ่งต้องครอบคลุมถึง

  • ยุติการทำประมงแบบทำลายล้าง ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหาร ทรัพยากรหน้าดินและในดิน เช่น การใช้อวนลาก อวนรุน คราดหอย เรือดำหอยจอบ และการปั่นไฟล้อมจับในการจับสัตว์น้ำเพื่อที่จะฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและระบบนิเวศบริเวณชายฝั่งทะเลให้กลับมามีสภาพอุดมสมบูรณ์
  • ขยายเขตอนุรักษ์ทางทะเลทั่วประเทศจากชายฝั่ง 3 กิโลเมตรเป็นอย่างน้อย 5 ไมล์ทะเล (9.275 กิโลเมตร) และขยายเขตอนุรักษ์ทางทะเลจากชายฝั่ง 5 ไมล์ทะเล เป็น 12 ไมล์ทะเล (22.224 กิโลเมตร) ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบรูณ์มาก เพื่อลดการถูกทำลายของแหล่งเพาะตัวและอนุบาลของสัตว์น้ำบริเวณพื้นที่ใกล้ชายฝั่งทะเล
  • ขยายขนาดตาอวนและปรับปรุงอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำประมงเพื่อให้สามารถจับได้เพียงสัตว์น้ำที่โตเต็มวัยแล้วเท่านั้น 
  • หยุดการขยายตัวและพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมสกปรกบริเวณแนวชายฝั่งทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ บริเวณพื้นที่ผลิตอาหาร และบริเวณมีความอ่อนไหวต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงยุติสิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างบริเวณชายหาด

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

ศิรสา  กันตรัตนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 089 688 7645 
อีเมล:

อารยา อนันต์ประกฤติ  หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 081 685 7275 
อีเมล:

วสุ วิภูษณะภัทร์  ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 084 811 9948 
อีเมล: