ผลกระทบโลกร้อนจะทำให้การรวมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เป็นหมัน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - สิงหาคม 31, 2555
กรุงเทพ 31 สิงหาคม 2555 _ แนวร่วมแห่งอาเซียนเพื่อข้อตกลงที่เป็นธรรม มุ่งมั่นและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย (Asean for a Fair, Ambitious and Binding Global Climate Deal) หรือเอ-แฟบซึ่งเป็นการรวมตัวเฉพาะกิจระหว่างองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกรีนพีซและองค์การด้านมนุษยธรรมอ็อกแฟมได้ออกโรงเตือนรัฐบาลอาเซียนว่าสถานการณ์โลกร้อนที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะทาให้เป้าหมายการรวมเศรษฐกิจของอาเซียนในปี 2015 ต้องเป็นหมันถ้าไม่มีมาตรการเร่งด่วนและความร่วมมืออย่างจริงจังออกมาร่วมกัน

ทั้งนี้เอ-แฟบ เรียกร้องผู้นาประเทศในภูมิภาคอาเซียนให้ความสาคัญกับแก้ไขปัญหาโลกร้อนเป็นอันดับต้นๆ และเป็นเรื่องที่ผู้เข้าร่วมประชุมเจรจาอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change หรือ UNFCCC ซึ่งกาลังดาเนินอยู่ที่กรุงเทพขณะนี้ ต้องตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างที่สุด กลุ่มพันธมิตรกล่าวในงานแถลงข่าววันนี้

โดยในงานนี้ตัวแทนจากองค์กรภาคประชาชนและผู้แทนทางการของนางออง ซาน ซูจี นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของพม่า รวมทั้งผู้เจรจาเรื่องโลกร้อนจากประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ได้เรียกร้องให้ภูมิภาคร่วมมือแก้ไขปัญหาระดับภูมิภาคอีกด้วย โดยนาย คอว ธิฮา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและตัวแทนของนางออง ซาน ซู จีกล่าวว่า “ฝนตกหนักจากลมมรสุมเมื่อ 2-3 วันก่อน ได้ทาลายเรือกสวนไร่นาในพม่าเป็นวงกว้างและทาให้ประชาชนหลายพันคนกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ และต้องย้ายไปศูนย์อพยพแทน”

“ตอนนี้ผมเห็นผลกระทบร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผมจึงอยากจะร่วมมือกับประเทศที่ประสบชะตากรรมคล้ายๆ กันเรียกร้องให้ทุกท่านที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถึงการประชุมเจรจาที่กาตาร์ บรรลุข้อตกลงพร้อมข้อปฎิบัติที่ชัดเจนและเด็ดขาด เพื่อว่าเราจะได้แก้ไขปัญหาร่วมอันนี้ได้เสียที” นาย คอว ธิฮากล่าว

ดอกเตอร์ ตุน ลวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศจากพม่าและอดีตผู้แทน UNFCCC Subsidiary Body for Scientific and Technical Assistance (SBSTA) และผู้บริหาร Myanmar Climate Change Watch กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทาให้ฤดูมรสุมแปรปรวน ผมเชื่อว่าปัญหาโลกร้อนจะทาให้เป้าหมายของรัฐบาลที่จะนาพาประเทศให้พ้นจากความยากจนเป็นเรื่องที่ยากมาก เราจึงต้องแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน”

เอ-แฟบเชื่อว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายใหญ่หลวงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพราะภูมิภาคนี้ขาดความสามารถในการจัดการกับผลกระทบที่นับวันทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งสังคมก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ เกษตรกรรม ความมั่นคง และเศรษฐกิจ นอกเหนือไปที่ทาให้คนจนต้องจนลงไปอีก โลกร้อนทาให้ช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาคกว้างขึ้นกว่าเดิม และนั่นเป็นอุปสรรคสาคัญต่อการรวมรวมเศรษฐกิจ

เราเชื่อว่าการเจรจาที่กรุงเทพครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีสาหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะ “สร้างจิตสานึกของรัฐบาลทั้งหลาย ปลุกความกระตือรือร้นที่นาไปสู่การเจรจาที่สร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน จุดประกายให้เกิดการตื่นตัวและนาไปสู่การกระทาที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง”

"ในการประชุมกรุงเทพฯ รัฐบาลจะต้องออกแบบโปรแกรมการทางานเร่งด่วน เพื่อให้การเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศกลับไปอยู่ในสภาพที่ถูกต้อง เพื่อให้การอภิปรายต่อไปในโดฮาในเดือนธันวาคมสามารถมุ่งเน้นในการตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมที่สร้างความแตกต่างสาหรับสภาพภูมิอากาศ" เซลด้า ดีที โซเรียโน ที่ปรึกษาทางการเมือง กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

ริซ่า เบอนาเบ เจ้าหน้าที่นโยบายและวิจัย อ็อกแฟมกล่าวว่า "ประเทศพัฒนาแล้วต้องจัดให้มีการกองทุนเพื่อสภาพภูมิอากาศสีเขียวเพื่อเติมเต็มความมุ่งมั่นของพวกเขาในการระดมเงิน 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ภายในปี 2020 ที่จะสนับสนุนการดาเนินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศกาลังพัฒนารวมทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องระบุและเห็นด้วยกับแหล่งที่มาของเงินทุนเรื่องสภาพภูมิอากาศและตรวจสอบให้แน่ใจว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของเงินนี้จะต้องจัดสรรสาหรับการปรับตัวเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"

ในขณะที่ประชาชนเริ่มหมดความสนใจการการประชุมเรื่องโลกร้อนของสหประชาชาติ เอ-แฟบเชื่อว่า กลุ่มประเทศอาเซียนมีบทบาทสาคัญในการผลักดันการเจรจา

นายนาเดเรฟ ซาโน หัวหน้าผู้แทนฟิลิปปินส์ในการเจรจา กล่าวว่า “แม้ว่าจะมีความยากลาบาก แต่การเจรจาของสหประชาชาติ และพิธีสารเกียวโต ก็เป็นแนวทางระหว่างประเทศเพียงหนึ่งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นจึงสาคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะผลักดันกระบวนการนี้ต่อไป เพราะเราไม่สามารถแก้ปัญหาขนาดใหญ่อย่างนี้ได้ด้วยการกระทาในระดับรัฐหรือปัจเจกเท่านั้น”

A-FAB หรือแนวร่วมแห่งอาเซียนเพื่อข้อตกลงที่เป็นธรรม มุ่งมั่นและมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย (Asean for a Fair, Ambitious and Binding Global Climate Deal) เป็นความร่วมมือระหว่างกรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และ อ็อกซ์แฟม มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้กลุ่มประเทศอาเซียนมีบทบาทที่เข้มแข็งและส่วนร่วมอย่างโปร่งใสในการประชุมเจรจาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

สอบถามเพิ่มเติม
ริซ่า เบอนาเบ , เจ้าหน้าที่ฝ่ายนโยบายและการวิจัย อ็อกแฟม
, +63 911 807 7356
เซลดา โซเรียโน , ที่ปรึกษาทางการเมือง กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
, +63 917 594 9424
เอื้อมดาว น้อยกร ผู้ประสานงานสื่อประจาภูมิภาค อ็อกแฟม
, +66 81 855 3196
ชลธิชา เหลิมทอง ผู้ประสานงานสื่อ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
, +66 85 479 4900

Website: http://a-fab.org
Twitter: @AFABCoalition