นักกิจกรรมรณรงค์ของกรีนพีซสากลถูกตั้งข้อหา “ทำตัวเป็นอันธพาล”

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 25, 2556
อัมสเตอร์ดัม, 24 ตุลาคม 2556 – วันนี้ทางการรัสเซียตั้งข้อกล่าวหาต่อนักกิจกรรมรณรงค์ของกรีนพีซย่างเป็นทางการแล้วว่า “ทำตัวเป็นอันธพาล” โดยเป็นข้อกล่าวหาในคดีอาญาที่มีโทษสูงสุดจำคุก 7 ปี ซึ่งรัฐสภาสหภาพยุโรปให้ความเห็นว่าการตั้งข้อหาเช่นนี้ ถือเป็นการคุกความเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมประท้วง

อังเดร อัลลาคช์เวอร์โดฟ ชาวรัสเซีย ถูกตั้งข้อกล่าหา ทำตัวเป็นอันธพาล ภายใต้มาตรา 213 วรรค 2 ตามประมวลกฎหมายอาญารัสเซีย นอกจากนี้ทางการรัสเซียยังเริ่มตั้งข้อกล่าวหาทำตัวเป็นอันธพาลต่อนักกิจกรรมรณรงค์ปกป้องอาร์กติกคนอื่นๆ ซึ่งในจำนวนนั้นมีนักกิจกรรมรณรงค์ของกรีนพีซ สากล 28 คน รวมทั้งช่างภาพวิดีโอและช่างภาพนิ่งอิสระอีก 2 คนเช่นกัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เบน เอย์ลิฟเฟ (Ben Ayliffe) แห่งกรีนพีซสากล กล่าวว่า

“นักกิจกรรมรณรงค์ปกป้องอาร์กติกบริสุทธิในทุกข้อกล่าวหา ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะกักขังพวกเขาไว้ในเรือนจำที่เมอร์มันสก์ พวกเขาทำการรณรงค์อย่างสันติวิธีในน่านน้ำทะเลสากล เพื่อแสดงให้เห็นถึงแผนการขุดเจาะน้ำมันในเขตอาร์กติกอย่างไร้ความรับผิดชอบของบริษัทก๊าซพรอม แต่กลับมีการยิงเตือนมาที่เรืออาร์กติกซันไรซ์ กระสุนพุ่งลงน้ำเฉียดร่างนักกิจกรรมรณรงค์ พวกเขาถูกข่มขู่ด้วยปืนและมีด และยังถูกควบคุมตัวด้วยข้อกล่าวหาเกินจริง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทน้ำมันก๊าซพรอม แล้วใครกันแน่ที่เป็นอันธพาลในที่นี้”

เขากล่าวต่อว่า

“ในบรรดาผู้ที่ถูกควบคุมตัว มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งก่อนที่เธอจะเดินทางมายังอาร์กติก เธอเป็นคนช่วยหาเสื้อผ้าและหนังสือให้เด็กด้อยโอกาส ส่วนคนอื่นๆก็เป็นสมาชิกครอบครัว เป็นพี่สาว เป็นพ่อ คนกลุ่มนี้เป็นชายและหญิงที่มีจิตสำนึก การตราหน้าพวกเขาว่าเป็นอันธพาล มีแต่จะลดคุณค่าของคำๆนี้”

ข้อกล่าวหาทำตัวเป็นอันธพาลเป็นการกล่าวหาที่หนักและเกินกว่าเหตุ แม้ว่าเมื่อวานนี้คณะกรรมาธิการสืบสวนสอบสวนของรัสเซียจะเห็นด้วยกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายระหว่างประเทศรวมไปถึงประธานาธิบดี วลาดิเมีย ปูติน ว่าจะไม่ตั้งข้อกล่าวหาการกระทำอันเป็นโจรสลัดต่อนักกิจกรรมรณรงค์ปกป้องอาร์กติกอีกต่อไป แต่พวกเขากลับไม่ได้ยกเลิกข้อกล่าวหานี้ต่ออัลลาคช์เวอร์โดฟ ซึ่งเท่ากับว่า ในขณะนี้เขาถูกตั้งข้อกล่าวหาทั้งการกระทำอันเป็นโจรสลัดและทำตัวเป็นอันธพาล

กฎหมายระหว่างประเทศยึดถือร่วมกันว่า ประเทศต่างๆไม่มีสิทธิยึดเรือหรือควบคุมพลเมืองประเทศต่างๆในน่านน้ำสากลภายใต้ข้อกล่าวหาทำตัวเป็นอันธพาล (ซึ่งตรงข้ามกับข้อกล่าวหาการกระทำอันเป็นโจรสลัด) ดังนั้นการจับกุมกลุ่มนักกิจกรรมรณรงค์ปกป้องอาร์กติกจึงเป็นการจับกุมอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งกรีนพีซสากลของเรียกร้องให้ปล่อยตัวพวกเขาทันที 

ศาลภูมิภาคเมอร์มันสก์ ปฏิเสธคำอุธรณ์ และยังคงควบคุมตัวกลุ่มนักกิจกรรมรณรงค์ปกป้องอาร์กติกอีก 3 คำร้องในวันนี้ เท่ากับศาลได้ปฏิเสธการอุธรณ์ไปแล้วรวม 30 คำร้อง ซึ่งผู้ที่ได้รับการปฏิเสธคำร้องขอปล่อยตัวในวันนี้ คือ ลูกเรือพอล รูเซ็คกี้ (Paul Ruzycki, แคนาดา), ลูกเรืออันนา พอลลา อัลมินฮานา มาซีล (Ana Paula Alminhana Maciel, บราซิล) และลูกเรือรุสลัน ยาคุชเชฟ (RuslanYakushev, ยูเครน)

พอล รูเซ็คกี้ กล่าวในศาลว่า

“เราเป็นนักกิจกรรมจากทั่วโลกที่รณรงค์โดยสันติ ทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกัน เราเพียงต้องการร้องการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ เราทำแบบนี้เพื่อให้สาธารณะได้ตระหนักในเรื่องนี้ ด้วยการเปิดโปงการกระทำที่เป็นการทำลายล้างโดยบริษัทระหว่างประเทศ เราใช้การรณรงค์ที่ปราศจากความรุนแรง รวมทั้งมีสื่อมวลชนระดับโลกมาด้วยกันกับเรา เพื่อเป็นช่องทางบอกเล่าเรื่องที่ไม่ได้รับการกล่าวถึง

“เราไม่ได้รับอะไรจากการรณรงค์ที่ปราศจากความรุนแรง แต่ในทางตรงกันข้าม เราต่างต้องสูญเสียทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอิสรเสรีภาพ ครอบครัวและเพื่อนพ้อง เราหวังให้ท่านเข้าใจเรื่องนี้ เราทำเช่นนี้เพราะเราโชคดีพอและมีศักยภาพเพียงพอ ตัวผมและคนอื่นๆที่ร่วมงาน ได้เห็นว่าความอยุติธรรมส่วนใหญ่ ทำไปเพื่อเงินทองและความละโมบเท่านั้น เรารณรงค์เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีคุณภาพชีวิตที่คู่ควร”   

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สหภาพยุโรปออกมาแสดงความกังวลต่อกลุ่มนักกิจกรรมรณรงค์ปกป้องอาร์กติกที่ถูกควบคุมตัว ซึ่งสมาชิกรัฐสภาสหภาพยุโรปมากกว่า 90 คน ได้ลงนามร่วมกันในแถลงการณ์เพื่อเรียกร้องการปล่อยตัวนักกิจกรรมรณรงค์กลุ่มนี้ทันที สมาชิกรัฐสภาสหภาพยุโรปยังกล่าวด้วยว่า การปรับลดข้อกล่าวหาจากการกระทำอันเป็นโจรสลัดเป็นทำการอันธพาล ก็ยังคงเป็นข้อกล่าวหาที่เกินกว่าเหตุ และมองได้ว่าเป็นการคุกคามประชาธิปไตย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุม (1)

คุมิ ไนดู ผู้อำนวยการกรีนพีซสากล ได้เขียนจดหมายไปยังบริษัทน้ำมันเชลล์ของเนเธอร์แลนด์ เรียกร้องให้ยุติความเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทก๊าซพรอมขุดเจาะน้ำมันในอาร์กติก เนื่องจากขณะนี้หุ้นส่วนของบริษัทเชลล์มีส่วนในการละเมิดสิทธิด้านการแสดงความคิดเห็นอย่างร้ายแรง แม้ว่าเชลล์จะพยายามถอยห่างจากเรื่องที่เกิดขึ้นกับนักกิจกรรมรณรงค์ปกป้องอาร์กติก ด้วยการระบุว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่รัสเซีย แต่เชลล์ไม่สามารถหลบอยู่ข้างหลังหุ้นส่วนในรัสเซียได้ตลอดไป (2)

“ในฐานะที่เชลล์เป็นบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก และยังเป็นพันธมิตรธุรกิจรายใหญ่ที่สุดของก๊าซพรอม จึงค่อนข้างแน่ชัดว่าเชลล์มีกำลังเพียงพอที่จะสนับสนุนให้ก๊าซพรอมค้นพบทางออกจากสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ หากยังคงนิ่งเงียบ ก็ยากจะหลีกเลี่ยงข้อสรุปว่า บริษัทเชลล์ให้ความสำคัญกับข้อตกลงร่วมกับก๊าซพรอมมากกว่าการปลดปล่อ���นักโทษทางความคิดกลุ่มนี้” จิม ฟุตเนอร์ ผู้จัดการรณรงค์กรีนพีซสหราชอาณาจักรกล่าว 

 

หมายเหตุ:

1. แถลงการรัฐสภา:
http://www.europarl.europa.eu/news/en/news-room/content/20131018IPR22650/html/Charges-against-the-Arctic-30-are-disproportionate-says-Parliament

2. แถลงการกรีนพีซอียู:
http://www.greenpeace.org/eu-unit/en/News/2013/EU-voices-concern-over-fate-of-Greenpeace-activists-and-journalists-detained-following-Arctic-protest/

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:

พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
+6681 658 9432

สมฤดี ปานะศุทธะ ผู้ประสานงานสื่อมวลชนประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
+66 81 994 1561

ฝ่ายสื่อ กรีนพีซสากล 
+31 (0)20 718 24 70 อีเมล

ฝ่ายภาพ กรีนพีซสากล 
+31 (0) 20718 2471

ฝ่ายวีดีโอ กรีนพีซสากล
+31 (0) 20718 2472