"กรีนพีซ" เรียกร้องให้เคเอฟซีออกนโยบายยุติการทำลายป่าไม้

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มิถุนายน 2, 2555
กรุงเทพฯ 2 มิถุนายน 2555 - "กรีนพีซ" ท้า KFC (เคเอฟซี)ออกนโยบายระดับโลกยุติการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่มาจากการทำลายป่าฝนเขตร้อน

การเรียกร้องครั้งนี้ นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมกว่า 30 คนได้แต่งกายเป็นเสือสุมาตราและรวมตัวกันที่บริเวณหน้าร้านเคเอฟซี สาขามาบุญครอง ใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อแสดงถ่ายทอดเรื่องราวของบริษัท เอเชียพัลพ์ แอนด์ เพเพอร์ (เอพีพี)ที่มีชื่อเสียงอื้อฉาวเรื่องการตัดไม้ทำลายป่าฝนเขตร้อนในประเทศอินโดนีเซีย(1) ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของเสือสุมาตรา  กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ทั่วโลกที่ต้องการผลักดันให้เคเอฟซีหยุดการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่มาจากการปล้นป่าฝนเขตร้อนของบริษัทเอพีพี

กรีนพีซรณรงค์ผลักดันให้เคเอฟซี และ บริษัท Yum!(ยัม!) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ยุติการมีส่วนร่วมในการทำลายป่าไม้โดยยกเลิกการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษจากเอพีพี การเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเคเอฟซี ประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ยอมรับถึงปัญหาตามที่กรีนพีซระบุ    พร้อมกับประกาศว่าเคเอฟซี ประเทศไทยกำลังเตรียมที่ยกเลิกการซื้อบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากป่าฝนเขตร้อนในประเทศอินโดนีเซีย(1). อย่างไรก็ตาม กรีนพีซเรียกร้องนโยบายระดับโลกที่เป็นรูปธรรมเพราะทั้งเคเอฟซี และ บริษัทยัม! ไม่มีนโยบายใด ๆที่จะป้องกันดูแลไม่ให้บรรจุภัณฑ์กระดาษในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของตนเองมาจากการตัดไม้ทำลายป่าฝนเขตร้อน

พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์  กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  กล่าวว่า  "กรีนพีซต้องการเห็นความมุ่งมั่นและจริงใจจากเคเอฟซี  ไม่ใช่แค่คำสัญญาที่เลื่อนลอย  ดังนั้นสำนักงานใหญ่เคเอฟซีที่สหรัฐอเมริกาต้องตัดสินใจเรื่องนี้และกำหนดออกมาเป็นนโยบายที่มีแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนซึ่งให้ถือเป็นนโยบายที่สำคัญและมีผลในทางปฏิบัติกับเคเอฟซีทุกสาขาทั่วโลก  โดยเริ่มจากการระงับการใช้ผลิตภัณฑ์กระดาษที่มาจากบริษัทเอพีพี  แต่น่าผิดหวังที่สำนักงานใหญ่ของเคเอฟซียังคงปฏิเสธความรับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่"

สัปดาห์ที่ผ่านมากรีนพีซเปิดเผยหลักฐาน(2) ที่เคเอฟซีใช้บรรจุภัณฑ์ที่มาจากการตัดไม้ทำลายป่าฝนเขตร้อนของอินโดนีเซียซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น  เสือสุมาตรา นอกจากนี้กรีนพีซยังได้ทำการรณรงค์ออนไลน์โดยล้อเลียนเว็บไซด์ของเคเอฟซีเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกป้องป่าและเสือสุมาตราที่กำลังจะสูญพันธุ์ด้วยการกระตุ้นให้เคเอฟซีหยุดใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ทำลายป่า  โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่  www.KFC-secretrecipe.com/th

 พลาย กล่าวเพิ่มเติมว่า "ลูกค้าเคเอฟซีในประเทศไทยจะรู้สึกเศร้าใจถ้ารู้ว่าบรรจุภัณฑ์เคเอฟซีมาจากการป่าฝนเขตร้อน    เสมือนการทำให้ป่าฝนกลายเป็นขยะและกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสือสุมาตรากลายเป็นเสือไร้บ้านเพราะป่าถูกทำลาย   ดังนั้น  เราคนไทยจะเข้าร่วมการรณรงค์ระดับโลกครั้งนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องพื้นที่ป่าฝนผืนสุดท้ายในโลกนี้   จนกว่าเราจะเห็นว่าเคเอฟซีมีนโยบายและแสดงความรับผิดชอบด้วยการปฏิบัติที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการนำบรรจุภัณฑ์ที่มาจากการทำลายป่ามาใช้ซึ่งก็หวังว่าบริษัทอื่นๆจะทำตามด้วย"

ทั้งนี้มากกว่า 60 บริษัททั่วโลกในขณะนี้ได้ระงับการสั่งซื้อสินค้าจากเอพีพีแล้ว ได้แก่คราฟท์, อาดิดาส, ฮาสโบร, แมทเทล, สตาเปิลส์ และยูนิลีเวอร์

กรีนพีซทำงานรณรงค์ด้วยหลักการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม
เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ

ข้อมูลแนบท้าย
(1) รายละเอียดข่าวประชาสัมพันธ์จากยัม!ประเทศไทย
http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=123765&catid=176&Itemid=524

(2) รายงานฉบับเต็ม เรื่อง บทบาทของเอพีพีและเคเอฟซีในการทำลายป่าฝนเขตร้อน ดาวโหลดน์ได้ที่
http://www.greenpeace.org/international/KFCreport

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
อีเมล์ โทร 081 658 9432
ชลธิชา  เหลิมทอง  ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อมวลชนประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
อีเมล์   โทร 085 479 4900