รายงาน “เสื้อผ้าสกปรก” ซึ่งจัดทำขึ้นโดยกรีนพีซสากล พบสารพิษในตัวอย่างน้ำทิ้งที่เก็บจากโรงงานอุตสาหกรรม 2 แห่ง ประกอบด้วยโรงงานยาเกอ เท็กซ์ไทล์คอมเพลกซ์ (Youngor Textile Complex) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี และโรงงานเวลล์ดายอิ้งแฟคตอรี่ ลิมิเต็ด (Well Dying Factory Limited) ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำสายย่อย สามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta) โรงงานทั้งสองมีความเกี่ยวโยงกับบริษัทเสื้อผ้ายี่ห้อระดับโลก (2) รวมถึงอาดิดาสและไนกี้ ก่อนหน้านี้ กรีนพีซยังได้จัดทำรายงาน “ผลลัพธ์ที่ซ่อนเร้น” ที่ได้ระบุถึงผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรมในแม่น้ำหลายสายทั่วโลก รวมถึงแม่น้ำเจ้าพระยา (3)
“กรีนพีซรณรงค์ให้บริษัทเสื้อผ้ายี่ห้อต่างๆ ยุติการปลดปล่อยสารเคมีอันตรายตลอดห่วงโซ่การผลิตและสารเคมีอันตรายที่ใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอาดิดาสและไนกี้ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลกซึ่งมีฐานการผลิตทั่วโลกและเป็นผู้นำตลาดจะต้องก้าวเป็นผู้นำในเรื่องนี้” นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
กรีนพีซพบสารเคมีอันตรายในตัวอย่างน้ำทิ้งที่ปล่อยจากของโรงงานสิ่งทอในประเทศจีน ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีที่คงทนในสิ่งแวดล้อมและมีคุณสมบัติรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมนในร่างกาย และสามารถส่งผลกระทบในระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมนุษย์ นั่นคือสารโนนิลฟีนอล (Nonylphenol) สารกลุ่มเพอร์ฟลูออริเนทหรือพีเอฟซี (Perfluo rinated chemical; PFCs) และเพอร์ฟลูออโรออกเทน ซัลโฟเนต (Perfluorooctane sulphonate; PFOS) (4) สำหรับประเทศไทย อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีปริมาณการผลิตและปริมาณการส่งออกสูง และมีการปล่อยน้ำทิ้งเป็นปริมาณสูงเป็นอันดับต้นๆ ของภาคอุตสาหกรรม (5) ในปีที่ผ่านมา กรีนพีซได้พบสารโนนิลฟีนอล ในน้ำทิ้งจากโรงงานย้อมผ้าที่ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง ซึ่งเชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา (6)
“การศึกษาครั้งนี้ชี้ถึงสารเคมีอันตรายที่ถูกปล่อยจากโรงงานฟอกย้อมสู่แหล่งน้ำซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั่วโลก และยังเป็นเสียงปลุกถึงประเทศไทยให้มีการจัดการสารเคมีให้ครอบคลุมมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อปกป้องแหล่งน้ำของเรา และที่สำคัญ ประเทศไทยก็มีโรงงานประเภทเดียวกันนี้ที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกันและยี่ห้อเดียวกันอย่างไนกี้และอาดิดาสอีกด้วย ดังนั้นแม่น้ำของเราจึงตกอยู่ในความเสี่ยงของการปนเปื้อนสารพิษเช่นเดียวกัน” นายพลายกล่าว
จากการสืบค้นข้อมูล พบว่าไม่มีบริษัทสินค้ายี่ห้อใดที่มีระบบตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการใช้และปลดปล่อยสารเคมีอันตรายในขั้นตอนการผลิต ทางออกของปัญหานี้คือการนำนโยบายการจัดการสารเคมีที่สมบูรณ์และครอบคลุมมาปฏิบัติใช้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเหล่านี้ตรวจสอบผู้ผลิตได้อย่างเป็นระบบ และพัฒนาสู่การลดและยุติการใช้สารเคมีอันตรายใด้ตลอดห่วงโซ่อุปทานการผลิต
“กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายและเป้าหมายที่จะมุ่งสู่ “การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์” ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กำหนด รัฐบาลสามารถเลือกที่จะให้ประชาชนและสิ่งแวดล้อมในประเทศต้องสัมผัสกับสารพิษอันตรายและมลภาวะ หรือจะให้คำมั่นว่าจะสร้างประเทศใหม่ที่ไร้ซึ่งสารพิษ โดยลงมือปฏิบัติให้การสนับสนุนนวัตกรรมที่ยั่งยืน” นายพลายกล่าวสรุป
กรีนพีซรณรงค์ให้ผู้บริโภคร่วมกันผลักดันให้เหล่าบริษัทชั้นนำเหล่านี้ “ล้างสารพิษ” ออกจากห่วงโซ่การผลิตและใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์และก้าวเป็นผู้นำการพัฒนาสู่อนาคตปลอดสารพิษ
หมายเหตุ
ดาวน์โหลดรายงานฉบับย่อ "เสื้อผ้าสกปรก" (ภาษาไทย)
ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม "เสื้อผ้าสกปรก" (ภาษาอังกฤษ)
(1) http://www.adidas-group.com/en/sustainability/assets/factory_list/2011_Jan_Global_Factory_List.pdf
http://www.adidas-group.com/en/sustainability/assets/factory_list/2011_Jan_Licensee_Factory_List.pdf
http://www.nikebiz.com/responsibility/documents/factory_disclosure_list.pdf
ในประเทศไทย อาดิดาสมีรายชื่อโรงงานผู้ผลิต 45 แห่ง และโรงงานที่รับอนุญาตอีก 4 แห่ง (Licensee factories) ส่วนไนกี้มีโรงงานทั้งหมด 41 แห่งที่ระบุอยู่ในรายชื่อผู้ผลิต
(2) อเบอร์ครอมบี้ แอนด์ ฟิช (Abercrombie & Fitch) อาดิดาส (Adidas) บาวเออร์ ฮอกกี้ (Bauer Hockey) คาลวิน ไคลน์ (Calvin Klein) คอนเวอร์ส (Converse) คอร์ทีฟิล (Cortefie)l) เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) ลาคอส (Lacoste) ไนกี้ (Nike) ฟิลิปส์ แวน ฮุสเซน (Phillips-Van Heusen Corporation) พูมา (Puma) และยาเกอ (Youngor)
สำหรับความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกลุ่มยาเกอ, บาวเออร์ ฮอกกี้, คอนเวอร์ส, คอร์ทีฟิล, เอช แอนด์ เอ็ม, ไนกี้ และพูมา ได้ปฏิเสธว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกย้อมกับกลุ่มยาเกอในการทำเสื้อผ้า อย่างไรก็ตาม ยี่ห้อที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรงงานสองแห่งนี้ ยังไม่มียี่ห้อใดที่มีนโยบายการจัดการสารเคมีที่รวบรวมข้อมูลการใช้และปล่อยสารเคมีในห่วงโซ่อุปทานเพื่อเป็นข้อมูลในการนำไปปฏิบัติใช้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหน้า 38 ของรายงานฉบับเต็ม
(3) ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม “ผลลัพธ์ที่ซ่อนเร้น: ความเสียหายจากมลพิษทางน้ำจากโรงงานอุตสาหกรรมต่อประชากร โลก และผลประโยชน์”
(4) สารเคมีอันตรายต่างๆ ที่มีการใช้ในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นปัญหาสำคัญได้แก่ประเภทโลหะหนักและสารอินทรีย์อันตราย ซึ่งมีความคงทนในสิ่งแวดล้อม ไม่ย่อยสลาย สะสมได้ในห่วงโซ่อาหารและเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิต บางชนิดมีคุณสมบัติในการรบกวนการทำงานของระบบฮอร์โมนในมนุษย์และสัตว์อย่างมีนัยสำคัญแม้ในปริมาณต่ำก็ตาม บางชนิดเป็นสารก่อมะเร็งและส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ ทั้งนี้กรีนพีซพบสารอัลคิลฟีนอล (Alkylphenol) รวมทั้งโนนิลฟีนอล (Nonylphenol) ในตัวอย่างน้ำทิ้งของโรงงานทั้งสอง (ยาเกอเท็กซ์ไทล์คอมเพลกซ์และเวลล์ดายอิ้งแฟคตอรี่ ลิมิเต็ด) และยังพบสารกลุ่มเพอร์ฟลูออริเนทหรือพีเอฟซี (Perfluo rinated chemical; PFCs) โดยเฉพาะกรดเพอร์ฟลูออโรออกตาโนอิก (Perfluorooctanoic acid; PFOA) และเพอร์ฟลูออโรออกเทน ซัลโฟเนต (Perfluorooctane sulphonate; PFOS) ในตัวอย่างน้ำทิ้งของโรงงานยาเกอเท็กซ์ไทล์คอมเพลกซ์ ซึ่งกรีนพีซเคยตรวจพบสารที่รบกวนฮอร์โมนกลุ่มอัลคิลฟีนอลและพีเอฟซีในปลาหลายชนิดตลอดความยาวของแม่น้ำแยงซี
(5) ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีโรงงานทั้งสิ้น 37,241 โรงงาน และมีมากกว่า 3,334 โรงงานที่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำ ซึ่งพบว่าโรงงานฟอกย้อมและพิมพ์ผ้าเป็นกลุ่มประเภทโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียที่มีความสกปรกในรูปของสารอินทรีย์ (BOD Loading) สูงที่สุด คือ 1,038.2 กิโลกรัม/วัน เมื่อเทียบกับโรงงานประเภทอื่น (สถานการณ์มลพิษทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 2550, สภาสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย)
ประเทศไทยมีจำนวนโรงงานสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มทั้งหมด 4,344 โรงงาน โดยมีโรงงานย้อมผ้าและพิมพ์ผ้า 398 โรงงานหรือคิดเป็นร้อยละ 9.16 ของโรงงานอุตสาหกรรมประเภทสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ในปี 2553 ประเทศไทยส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปเป็นมูลค่าถึง 999 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 917 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ และเป็นหนึ่งใน 15 อันดับของประเทศที่ส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มสูงสุด (สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สถานการณ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยในปัจจุบัน 2553)
(6) ดาวน์โหลดรายงานการตรวจน้ำทิ้งอุตสาหกรรมฟอกย้อมและคลองในแม่น้ำเจ้าพระยา ปี 2553
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
พลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร 02-357-1921 ต่อ 135, 081-658-9432
วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร 089-487-0678