ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีของกรีนพีซเผยผลการตรวจสอบพร้อมประกาศลงพื้นที่ตรวจสอบการปนเปื้อนที่ฟูกูชิมารอบสอง

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มีนาคม 30, 2554
โตเกียว, 30 มีนาคม 2554-กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีของกรีนพีซ (1) เดินทางกลับกรุงโตเกียวหลังเสร็จสิ้นการประเมินผลการปนเปื้อนกัมมันตรังสีเบื้องต้นจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมาที่กำลังวิกฤตและประกาศแผนที่จะขยายเวลาการตรวจสอบการปนเปื้อนในพื้นที่ออกไปอีก รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นปกป้องประชาชนด้วยการขยายพื้นที่เขตอพยพอย่างเป็นทางการออกไปจากที่กำหนดไว้เดิม

ทีมตรวจสอบพบระดับกัมมันตรังสีสูงพอที่จะต้องมีการอพยพในพื้นที่หลายแห่ง (2) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา <ไดอิชิ>ที่กำลังมีปัญหา รวมทั้งหมู่บ้านลิตาเตะ <Iitate> (3) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าวเป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร จึงไกลออกไป20 กิโลเมตร (4) จากพื้นที่ที่ประกาศให้เป็นเขตอพยพอย่างเป็นทางการ

 “ขณะที่ผลการตรวจสอบของเรายืนยันตรงกับข้อมูลของทางการ(5) แต่พวกเขากลับไม่สามารถคุ้มครองประชาชน หรือ แม้แต่ให้ข้อมูลได้อย่างเพียงพอแจน แวน เดอ พุตต์ ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยจากกัมมันตรังสีของกรีนพีซกล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวในวันนี้ “เราต้องทำในสิ่งที่ถูกต้องด้วยการรายงานสิ่งที่เราตรวจพบในวันนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่ใช้เวลา 2-3 วันในพื้นที่ๆพบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี จะได้รับกัมมันตภาพรังสีในปริมาณที่คนปกติสามารถรับได้สูงสุดต่อปีแต่ก็ปรากฏว่ายังมีผู้คนจำนวนมากที่ยังใช้ชีวิตอยู่ในเมือง เช่น ลิตาเตะ <Iitate>”

 “รัฐบาลควรดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ๆมีการปนเปื้อนมากที่สุดโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและผู้หญิงตั้งครรภ์ เราจะกลับไปยังฟูกูชิมาอีกครั้งในสัปดาห์นี้เพื่อเป็นพยานและเผยแพร่ข้อมูลจากการวิเคราะห์อิสระ แก่สาธารณชนถึงผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตนิวเคลียร์”

การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งที่สองของกรีนพีซจะเป็นการให้ทีมตรวจสอบกัมมันตรังสีทำงานจนถึงกลางเดือนเมษายนเพื่อทำการประเมินรายละเอียดเพิ่มเติมของความเสี่ยงสำหรับประชากรที่อาศัยอยู่นอกเขตอพยพรวมทั้งการทดสอบนมและผักรวมทั้งการเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์อีกด้วย

กรีนพีซให้การตอบรับอย่างดีกับคำประกาศของนายยูคิโอะ เอดาโน่ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นในวันนี้ที่ระบุว่าญี่ปุ่นจะนำเอาพลังงานสะอาดมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูประเทศ (6)

 “กรีนพีซยินดีอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของรัฐบาลที่เลือกใช้พลังงานสะอาดสำหรับอนาคตของญี่ปุ่นฮิซาโย่ ทาคาดะ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซญี่ปุ่นกล่าวระหว่างการแถลงข่าว “อย่างไรก็ตามหากญี่ปุ่นต้องการหลีกเลี่ยงจากวิกฤตเช่นที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา รัฐบาลควรจะยกเลิกแผนการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีก 9 แห่งภายในปี 2563 ในทันทีและหันมาเน้นการลงทุนด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและหันมาใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ปลอดภัยและมั่นคง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์

สำเนาการแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวสามารถดูได้ที่
http://www.ustream.tv/recorded/13654029


ข้อมูลเพิ่มเติม

 (1)ทีมงานของกรีนพีซนำโดยแจน แวน เดอ พุตตช์ (เนเธอร์แลนด์) ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีที่มีประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยเทคนิค Delft และเคยเข้าร่วมการสำรวจการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในสิ่งแวดล้อมที่รัสเซีย ยูเครน สเปน เบลเยี่ยม และ ฝรั่งเศส และในทีมยังประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านรังสี เจคอบ นามมินกา (เนเธอร์แลนด์) จากมหาวิทยาลัยเทคนิค Delftเช่นกัน และ ได้เข้าร่วมการสำรวจการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในสิ่งแวดล้อมที่ยูเครน สเปน และ ฝรั่งเศส

รายละเอียดประวัติและเรื่องราวของสมาชิกคนอื่นๆดูเพิ่มเติมได้ที่ http://t.co/sHYVSuy

 (2) รายละเอียดและภาพแผนที่ตั้งจากกูเกิ้ลรวมทั้งผลการอ่านค่ากัมมันตภาพรังสีของกรีนพีซสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/gaMGnf

 (3) ในวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 ทีมงานวัดระดับกัมมันตรังสีได้ระหว่าง 7-10 ไมโครซีเวิร์ตต่อชั่วโมงที่เมืองลิตาเตะ <Iitate> ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมา<ไดอิชิ>ที่กำลังประสบปัญหา ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 40 กิโลเมตรและนอกเขตอพยพอย่างเป็นทางการออกไป 20 กิโลเมตร ซึ่งระดับกัมมันตรังสีนี้สูงพอที่จะสั่งให้มีการอพยพผู้คนออกนอกพื้นที่

ระดับกัมมันตรังสีที่ตรวจพบนั้นอ้างอิงจากการตรวจสอบสภาพทั่วไปภายนอกเท่านั้นซึ่งยังไม่รวมถึงความเสี่ยงจากการรับประทานหรือการสูดดม ปริมาณรังสีสูงสุดที่คนปกติรับได้ต่อปีอยู่ที่ 1000 ไมโครซีเวิร์ต

(4) เขตอพยพอย่างเป็นทางการปัจจุบันคือ 20 กิโลเมตรรอบฟูกูชิมา ขณะที่ห่างออกไปอีก 20-30 กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับคำแนะนำให้อยู่แต่ในบ้านหรืออาคาร

 (5) รัฐบาลท้องถิ่นฟูกูชิมาทำการวัดระดับกัมมันตรังสีในหมู่บ้านเดิมและยืนยันการพบระดับกัมมันตรังสีที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา http://www.pref.fukushima.jp/j/20-30km18.pdf

(6) นายเอดาโน่ กล่าวว่ารัฐบาลจะผลักดันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในแผนฟื้นฟูหลังเหตุแผ่นดินไหว
http://english.kyodonews.jp/news/2011/03/81780.html


ขอบเขตการตรวจสอบ

ในการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นนั้นทีมงานของกรีนพีซได้ใช้เวลาหลายวันในการเก็บข้อมูลของการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีและระดับที่วัดได้ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเขตอพยพฟูกูชิมา (รัศมี 20 กิโลเมตรจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว) ซึ่งได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลของกัมมันตรังสีมากที่สุด

ในการสำรวจนั้น ทีมงานจะเลือกใช้อุปกรณ์ตรวจสอบกัมมันตรังสีมาตรฐานดังต่อไปนี้

  • เครื่องวัดค่าการดูดกลืนรังสีแกมม่า (Gamma spectrometer) – GEORADIS identifier RT-30 (Super Ident)
  • เครื่องวัดกัมมันตภาพรังสี- Radex RD 1503
  • เครื่องตรวจการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี-RADOS MicroCont

อุปกรณ์เพิ่มเติมที่ถูกนำมาใช้ในการลงพื้นที่ตรวจสอบรอบสอง

  • LB 200 Becquerel monitor สำหรับทดสอบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีในอาหาร
  • Exploranium GR 135 gamma spectrometer (เครื่องวัดค่าการดูดกลืนรังสีแกมม่า)