ธนาคาร HSBC อยู่เบื้องหลังวิกฤตการทำลายผืนป่าของอินโดนีเซีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มกราคม 17, 2560
จาการ์ต้า, 17 มกราคม 2560 - วันนี้ กรีนพีซสากลเปิดเผยรายงานล่าสุด ว่าด้วยวิธีที่ธนาคาร HSBC ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ให้เงินกู้ยืมเงินหลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐฯแก่บริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มหลายแห่งที่มีส่วนทำลายป่าไม้ในอินโดนีเซีย [1]

ตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ธนาคาร HSBC มีส่วนร่วมกับสมาคมธนาคารในการจัดหาเงินกู้ยืมจำนวน 16.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 578,000 ล้านบาท (และหุ้นกู้อีกประมาณ 2 พันล้านหุ้น) ให้กับบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มหกแห่ง ซึ่งล้วนมีผลต่อการทำลายพื้นที่ป่าฝนเขตร้อน ป่าพรุ และ ถิ่นอาศัยของอุรังอุตังในอินโดนีเซีย [2]

การตัดไม้ทำลายป่าและการทำลายป่าพรุของภาคการผลิตน้ำมันปาล์มและเยื่อกระดาษเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางแล้วว่า เป็นตัวการของปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รายงานของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ โคลัมเบีย ประเมินไว้ว่า จะมีคนที่อยู่ในช่วงวัยผู้ใหญ่มากกว่า 100,000 คน ทั่วทั้้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากวิกฤตหมอกควันของปี 2559  [3][4]

รายงานฉบับนี้ระบุว่า การให้เงินกู้ยืมและบริการทางการเงินต่างๆ ของธนาคาร HSBC ที่ให้กับบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์มหลายแห่งนั้น เป็นการยืนยันถึงการ:

  • ทำลายป่าฝนเขตร้อน รวมทั้งถิ่นอาศัยของอุรังอุตัง

  • ยึดครองที่ดินจากคนท้องถิ่น

  • ดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

  • กดขี่แรงงานและใช้แรงงานเด็ก

  • ไฟป่า

  • ใช้พื้นที่ป่าพรุที่มีคาร์บอนสูงโดยการดึงน้ำออก

กิจกรรมเหล่านี้ล้วนฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับต่างๆในภาคการปลูกพืชเชิงเดี่ยวในพื้นที่ขนาดใหญ่ที่รัฐบาลอินโดนีเซียกำหนดไว้ การให้บริษัทเหล่านี้กู้ยืมเงิน ยังเป็นการละเมิดนโยบายด้านความยั่งยืนของธนาคาร HSBC ด้วย [5]  การสนับสนุนทางการเงินของธนาคาร HSBC และธนาคารระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง ยังขัดต่อมติมหาชนอย่างมาก รวมถึงผู้บริโภคทั้่งหลายที่ต้องการการผลิตน้ำมันปาล์มด้วยความรับผิดชอบ

“ธนาคาร HSBC อ้างว่า เป็นธนาคารที่เชื่อถือได้ด้วยนโยบายที่แสดงความรับผิดชอบต่อการตัดไม้ทำลายป่า แต่คำพูดสวยหรูไม่กี่คำถูกลืมเลือนไปขณะที่ลงนามในสัญญา การตัดไม้ทำลายป่าเป็นสาเหตุของไฟป่าที่ทำลายล้างและคุกคามสุขภาวะของผู้คนหลายล้านคนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสภาพภูมิอากาศโลก ดังนั้น ด้วยเหตุใดธนาคาร HSBC จึงยังระดมเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐให้กับบริษัททั้งหลายนี้” แอนนิสา ราห์มาวติ ผู้ประสานงานรณรงค์อาวุโสรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

บริษัทผู้ผลิตปาล์มน้ำมันหลายแห่งของอินโดนีเซียตั้งใจใช้โครงสร้างนิติบุคคลที่ซับซ้อนเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบอย่างละเอียด  แต่จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินและบัญชีของบริษัทพร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบ กรีนพีซสากลสืบสาวการทำลายป่าไม้ย้อนไปถึงบริษัทแม่หลายแห่ง ธนาคาร HSBC และธนาคารระหว่างประเทศอีกหลายแห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

“หมอกควันจากการแผ้วถางป่าและรุกล้ำป่าพรุ ทำให้ครอบครัวของฉันตกอยู่ในอันตรายมาปีแล้วปีเล่า ธนาคารและบริษัทพวกนี้ก่อวิกฤตนี้ขึ้นมาก็ต้องรับผิดชอบต่อมลพิษในอากาศของเราด้วย” นิลุส คาสมิ เซราน ชนพื้นเมืองชาวดายัค และ อาสาสมัครดับเพลิงจากเมืองเคตาปัง จังหวัดกาลิมันตันตะวันตก กล่าว

เมื่อปีที่แล้ว IUCN ได้ปรับระดับความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของอุรังอุตังโบเมียน จาก “ใกล้สูญพันธุ์” เป็น “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง” โดยอ้างอิงถึง การทำลายล้าง ความเสื่อมโทรม และ การที่ถิ่นที่อยู่อาศัยถูกแยกออกเป็นส่วนๆ  รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ให้กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชขนาดใหญ่ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่มีผลต่อจำนวนประชากรที่ลดลง  [6]

กรีนพีซได้วิเคราะห์ข้อมูลที่จัดทำขึ้นโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ของอินโดนีเซีย พบว่า ป่าฝนเขตร้อนของอินโดนีเซีย 31 ล้าน เฮกตาร์หรือ 193 ล้านไร่ ถูกทำลายตั้งแต่ปี 2533 หากเทียบเป็นพื้นที่จะได้เท่ากับประเทศเยอรมนี  [7] ปัจจุบัน อินโดนีเซียแซงหน้าบราซิลไปแล้ว ในฐานะประเทศที่มีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าสูงที่สุดในโลก และ ในขณะนี้ป่าพรุที่มีอยู่มีเหลือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าพรุที่เคยมีอยู่ทั้งหมด 

หมายเหตุ

[1] รายงาน Dirty Bankers ของกรีนพีซสากล ดาวน์โหลดได้ที่: www.greenpeace.org/international/Dirty-Bankers

[2] บริษัททั้งหกแห่ง ได้แก่: บูมิตามา  กู้ดโฮป  ไอโอไอ   โนเบิล   พอสโก แดวู และ เดอะ ซาลิม กรุ๊ป / อินโดฟู้ด

จำนวนเงินกู้ยืมทั้งหมดของธนาคาร HSBC ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 (รวมทั้งดอกผล) ที่ให้กับกลุ่มบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม: 16,341,898,120 เหรียญสหรัฐ

จำนวนหุ้นกู้ที่ออกโดยธนาคาร HSBC ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 (รวมทั้งดอกผล) ที่ให้กับกลุ่มบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม: 1,996,087,395 เหรียญสหรัฐ

[3] www.seas.harvard.edu/news/2016/09/smoke-from-2015-indonesian-fires-may-have-caused-100000-premature-deaths

[4] ภาษีจากการบริหารการเงินอีกจำนวนมหาศาล ธนาคารโลกประเมินว่า มูลค่าความเสียหายจากไฟป่าอินโดนีเซียเมื่อปี 2558 เท่ากับ 16,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือสองเท่าของมูลค่าเพิ่มที่ประเมินไว้จากการส่งออกน้ำมันปาล์มทั้งหมดของปี 2557 www.worldbank.org/en/news/feature/2015/12/01/indonesias-fire-and-haze-crisis

[5] นโยบายด้านสินค้าโภคภัณฑ์เชิงป่าไม้และเกษตรกรรม ของธนาคาร HSBC ดูได้จากเว็บไซต์: www.hsbc.com/our-approach/sustainability/finance

[6] สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและทรัพยากร

[7] การวิเคราะห์ข้อมูล จากรายงานเรื่อง Underf Fire หรือ ใต้เปลวเพลิง ของกรีนพีซสากล ดาวน์โหลดได้ที่: www.greenpeace.org/international/en/publications/Campaign-reports/Forests-Reports/Under-Fire

ดาวน์โหลดภาพถ่ายได้ที่นี่

หมวด
ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า