กรีนพีซตรวจพบโลหะหนักอันตรายและสารอินทรีย์ระเหยก่อมะเร็งปนเปื้อนในพื้นที่ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม

ชี้นิคมอุตสาหกรรมบางปูไร้น้ำยาในการจัดการสิ่งแวดล้อมโรงงาน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - กรกฎาคม 5, 2555
5 กรกฎาคม 2555 กรุงเทพฯ : ผลการวิเคราะห์ของกรีนพีซตรวจพบโลหะหนักอันตรายและสารอินทรีย์ระเหยก่อมะเร็งหลายชนิดปนเปื้อนในพื้นที่ลักลอบทิ้งสารเคมีและน้ำเสียอุตสาหกรรมจากนิคมอุตสาหกรรมบางปู กรีนพีซระบุนิคมอุตสาหกรรมบางปูต้องมีภาระรับผิดในเรื่องนี้

5 กรกฎาคม 2555

 

ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างสารเคมีและน้ำเสียอุตสาหกรรมพบว่า
1) บริเวณลำรางน้ำสาธารณะหน้าบริษัทรับกำจัดกากอุตสาหกรรม พบโลหะหนักบางชนิดในตัวอย่างน้ำ เช่น นิกเกิลและเหล็ก และพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย ไดคลอโรมีเทน ซึ่ง เป็นสารก่อมะเร็งและทำลายระบบประสาท และมีการสะสมของโลหะหนักในตะกอนดินในปริมาณสูง เช่น นิกเกิล สังกะสี เหล็กและโครเมียม ซึ่งแสดงถึงการปนเปื้อนสะสมเป็นระยะเวลานาน

2) ตัวอย่างน้ำจากรถขนสารเคมี ผลตรวจวิเคราะห์ยืนยันว่าเป็นกากอุตสาหกรรมประเภทของเหลวที่มีความเป็นอันตราย อาจเป็นสารเคมีที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต โดยพบว่ามีการปนเปื้อนโลหะหนักหลายชนิดในปริมาณที่สูงเกินมาตรฐานหลายสิบถึงร้อยเท่า เช่น นิกเกิล สังกะสี ตะกั่ว โครเมียม และ เหล็ก นอกจากนี้ยังพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายปริมาณสูง เช่นเดียวกันคือ เบนซีน ทราน1-2 ไดคลอโรเอทิลลีน ไดคลอโรมีเทน เอทิลเบนซีน สไตลีน เตตระคลอโรเอทธิลีน โทลูอีน ไตรคลอโรเอทิลลีน และไซลีน

3) ตัวอย่างน้ำและตะกอนดินบริเวณบ่อกุ้งร้างหลังสภ.บางปู พบโลหะหนักในปริมาณสูงเกินมาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน 2-10 เท่า เช่น นิกเกิล สังกะสี ตะกั่ว เหล็ก โครเมียม และมีการสะสมของโลหะหนักในตะกอนดินในปริมาณสูง เช่น นิกเกิล สังกะสี ตะกั่ว โครเมียม และเหล็ก ซึ่งแสดงถึงการปนเปื้อนสะสมเป็นระยะเวลานาน ตัวอย่างน้ำยังพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายปริมาณสูงเช่นเดียวกันเช่น เบนซีน ไดคลอโรมีเทน เอทิลเบนซีน โทลูอีน และไซลีน

นายพลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย  กรีนพีซ  เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า  “เป็นที่ชัดเจนว่าการลักลอบทิ้งสารเคมีและน้ำเสียที่เกิดขึ้นมีการดำเนินการเป็นขบวนการเป็นอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมที่ต้องมีผู้รับภาระรับผิด แม้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายหลายฉบับในการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรม แต่ในความเป็นจริงมีช่องโหว่อีกมากในระบบที่ขาดการติดตามตรวจสอบว่าการกำจัดของเสียดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่   เพราะบางกรณีบริษัทผู้รับบำบัดกลับไปของเสียดังกล่าวไปทิ้งโดยที่ไม่มีการบำบัดใดเพื่อการประหยัดค่าใช้จ่าย” 

"กรีนพีซเรียกร้องให้นิคมอุตสาหกรรมบางปูเข้ามารับผิดชอบในเรื่องนี้เพื่อยุติขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมดังกล่าว เพราะมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าของเสียเหล่านั้นเป็นสารเคมีที่มีพิษซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน   นอกจากนี้ในส่วนของรัฐบาลไม่ควรมีการใช้ประเด็นนี้เป็นข้ออ้างในการเปิดใช้โรงบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งนอกจากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแล้ว การปล่อยน้ำจืดปริมาณมหาศาลลงสู่อ่าวไทยจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลด้วย”  นายพลายระบุ

กรีนพีซทำงานรณรงค์ด้วยหลักการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม
สามารถดาวน์โหลดได้ที่ ผลการศึกษา กรณี “ขบวนการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม”  


ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
พลาย ภิรมย์ 
ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ 
อีเมล์ โทร 081 658 9432

ชลธิชา  เหลิมทอง 
ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อมวลชนประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
อีเมล์   โทร 085 479 4900

หมวด