แถลงการณ์ของกรีนพีซ

เรื่องการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ค1) โครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มีนาคม 9, 2557
9 มีนาคม 2557- จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เห็นได้ชัดเจนว่า ภายใต้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ อย่างเช่น โครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้วนี้ มีข้อจำกัดคือกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยใช้เงินจัดจ้างบริษัททีม คอนซัลติ้ง ที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเพียงการตีตราประทับให้กับโครงการท่าเทียบเรือและโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเท่านั้น

การรับฟังความคิดเห็นของและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในวันนี้ถือว่าเป็นกระบวนการที่ล้มเหลวและขาดความชอบธรรม เนื่องจากมีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของประชาชน การข่มขู่ความปลอดภัยของแกนนำในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างท่าเทียบเรือและโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยการใช้ความรุนแรงทั้งทางวาจา และขว้างปาเก้าอี้ในระหว่างการแสดงความคิดเห็น

กรีนพีซและเครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหินจะยังคงเดินหน้าคัดค้านโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือถ่านหินและโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ พร้อมเรียกร้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยยกเลิกโครงการดังกล่าว

กรีนพีซขอเรียกร้องไปยังสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ทำการปฏิรูปกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(EHIA) โดยคำนึงถึงข้อโต้เถียงของทุกฝ่าย ตลอดจนผลกระทบในด้านต่างๆ และให้ดำเนินการด้วยความยืดหยุ่น สุจริตและเป็นธรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐที่ชัดเจนและถูกต้องตามหลักวิชาการและสภาพความเป็นจริงมากที่สุด"

ทั้งนี้ โครงการท่าเทียบเรือถ่านหินบ้านคลองรั้วเป็นแผนทางเลือกล่าสุดของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเพื่อขนถ่ายถ่านหินนำเข้าจากอินโดนีเซีย ออสเตรเลียหรือแอฟริกา มาเป็นเป็นเชื้อเพลิงในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังผลิตติดตั้ง 870 เมกะวัตต์ จุดของโครงการท่าเทียบเรือตั้งอยู่ ณ ตําบลตลิ่งชัน อําเภอคลองขนาน จังหวัดกระบี่ ในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำปากแม่น้ำกระบี่ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่มีสถานะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ ในช่วงฤดูมรสุม การขนถ่ายถ่านหินจากเรือเดินสมุทรขนาดมหึมาลงเรือขนถ่านหินขนาดเล็กจะเกิดขึ้นบริเวณกลางทะเลใกล้เกาะปอซึ่งอยู่ท้ายเกาะลันตา และบริเวณเกาะกลางในช่วงไม่มีมรสุม แล้วผ่านเข้าไปยังท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว เพื่อขนส่งถ่านหินไปตามสายพานลำเลียงยาว 8.4 กิโลเมตร เข้าสู่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน การขนถ่ายถ่านหินจะส่งผลกระทบมหาศาลต่อสิ่งแวดล้อมของกระบี่ โดยเฉพาะปะการัง หญ้าทะเล ผืนป่าชายเลน แหล่งทำประมงพื้นบ้าน แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ถิ่นที่อยู่อาศัยของพรรณพืชและสัตว์ และที่สำคัญจะสร้างความเสียหายต่อวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดกระบี่

ประชาชนสามารถร่วมผลักดันข้อเรียกร้องนี้โดยการลงชื่อ "ปกป้องกระบี่" ได้ที่ www.protectkrabi.org

เครือข่ายปกป้องกระบี่จากถ่านหิน ประกอบด้วยกลุ่มรักลันตา, กลุ่มพิทักษ์ปกาสัย, สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวลันตา, สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมเกาะลันตา, มูลนิธิอันดามัน, ศูนย์สร้างเสริมจิตสำนึกนิเวศวิทยา, กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กปอพช), โครงการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารชายฝั่งภาคใต้, กลุ่มรักตรังปกป้องตรัง, กลุ่มรักษ์อันดามัน, กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมปกาสัย จังหวัดกระบี่, กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขจังหวัดกระบี่, เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดกระบี่, องค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน, เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านอ่าวพังงา อันดามัน, เครือข่ายถ่านหินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Southeast Asia Coal Network, เครือข่ายถ่านหิน ประเทศไทย Thailand Coal Network, เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ และเครื่อข่ายติดตามผลกระทบจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลเขาหินซ้อน