กรีนพีซตอบกลับ กรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยอ้างโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในแผนพีดีพีมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มกราคม 27, 2560
กรุงเทพฯ, 27 มกราคม 2560 -- จากการที่ผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยในเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง)แผนที่นำทาง การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายหลังปี พ.ศ.2563 ซึ่งจัดโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม(สผ.) เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 ตอนหนึ่งว่า การสร้างโรงไฟฟ้าให้ได้ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2558–2579 (PDP 2015) นั้น จะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ และย้ำว่า สาเหตุที่ยังต้องใช้ถ่านหินเพราะ ประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานมากกว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก(1)

จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ความมั่นคงทางพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการผลิตไฟฟ้าเป็นเรื่องเดียวกัน การกล่าวอ้างว่าการมีโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่เพิ่มขึ้นซึ่งใช้เทคโนโลยีขจัดมลพิษที่ดีขึ้นกว่าเดิมนั้นจึงไม่ใช่ทางออกที่แท้จริง และไม่มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่กลับยังคงเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ เนื่องจากยังมีการดำเนินการโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมที่มีอยู่รวมถึงการเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีกกว่า 7,000 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้แผนที่นำทาง (Roadmap)การลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศภายหลังปี พ.ศ.2563 ถึงเวลาแล้วที่ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน จะต้องทบทวนแผนพัฒนาพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าโดยถอดถ่านหินออกจากแผนในทันที”

การวิเคราะห์โดย Bloomberg New Energy Finance(2) ระบุว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจก(คาร์บอนไดออกไซด์) จากการเผาไหม้ถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 29 ล้านตันในปี 2559 เป็น 46 ล้านตันในปี 2583

จริยา เสนพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรงไฟฟ้าถ่านหินมีอายุการใช้งาน 40 – 60 ปี คาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาจะสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศนับร้อยปี(3) เรามักจะรับรู้ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐว่า การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงาน จะลดลงในอนาคต แต่การลดลงนั้นมาจากการขยายตัวที่เพิ่มมากขึ้นของระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งประเทศไทยเองเป็น1ใน10 ของประเทศที่มีความเสี่ยงสูงจากผลกระทบดังกล่าวเช่นกัน(4) เราจะต้องยุติการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ ทยอยปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีอยู่ และลงทุนในระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดทันที ความท้าทายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจึงอยู่ที่ความกล้าหาญของผู้นำประเทศที่จะประกาศยุติถ่านหิน”

หมายเหตุ

(1) www.greennewstv.com/?p=11453
(2) www.bloomberg.com/company/new-energy-outlook/#overview
(3) www.ipcc.ch/pdf/assessment-report/ar5/wg3/ipcc_wg3_ar5_full.pdf
(4) www.germanwatch.org/fr/download/13503.pdf


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

  

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า