กรีนพีซแถลง พบเรือประมงทำลายล้างจำนวนมากในอ่าวไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ - มิถุนายน 22, 2556
อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ประจวบคีรีขันธ์, 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556 – วันนี้ กรีนพีซเผยถึงภารกิจการลาดตระเวนทะเลอ่าวไทยโดยเรือเอสเพอรันซา พบเรือประมงพาณิชย์แบบทำลายล้างจำนวนมาก รวมถึงการทำประมงที่ผิดกฏหมายในเขตอนุรักษ์ 3 กิโลเมตร และได้ออกแถลงการณ์ร่วมกับสมาคมรักษ์ทะเลไทยและเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จี้รัฐยุติประมงแบบทำลายล้างเพื่อปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและความมั่นคงทางอาหารของไทย

เรือเอสเพอรันซาออกลาดตระเวนน่านน้ำอ่าวไทยจากสงขลาถึงประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้เรือยางออกสำรวจการทำประมงอย่างใกล้ชิด ลูกเรือและนักรณรงค์ของกรีนพีซพบเห็นเรืออวนลากนับร้อยลำตลอดแนวชายฝั่งอ่าวไทย รวมถึงการทำประมงผิดกฎหมายในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลหมู่เกาะอ่างทอง ซึ่งอยู่ในเขตอนุรักษ์ 3 กิโลเมตรจากชายฝั่ง

การทำประมงโดยใช้เรืออวนลากจะใช้อวนที่มีขนาดใหญ่และมีตาอวนถี่ มีแผ่นโลหะและยางขนาดใหญ่เคลื่อนกวาดหน้าดินจากใต้ทะเลจนถึงผิวทะเลขณะที่ลากอวนผ่าน บางครั้งก็จับได้เต่าทะเล และปลาฉลาม กว่าร้อยละ 60 ของผลิตผลที่จับได้เป็นปลาเป็ด หรือปลาตัวเล็กตัวน้อยที่จะนำไปทำเป็นอาหารเพื่อเลี้ยงสัตว์อื่นๆ เป็นปลาป่น หรือใช้เลี้ยงปลาในบ่อเพาะเลี้ยง และมากกว่าร้อยละ 32 ของปลาเป็ดเหล่านี้เป็นปลาวัยอ่อน ซึ่งจะส่งผลต่อประชากรปลา คือจะมีปลาที่โตเต็มวัยซึ่งสามารถแพร่พันธุ์ได้น้อยลงในอนาคต (1)  ในระหว่างการลาดตระเวนน่านน้ำ กรีนพีซพบเห็นและบันทึกข้อมูลของเรือนับร้อยลำที่ใช้ไฟล่อสัตว์ทะเลต่างๆ เพื่อให้ติดอวน

 “การทำประมงแบบทำลายล้างเป็นภัยคุกคามต่อทรัพยากรทางทะเลอย่างมาก เราพบเรืออวนลากกระจายอยู่ตลอดแนว ชายฝั่งอ่าวไทย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณนอกชายฝั่งเกาะสมุย หมู่เกาะอ่างทอง ไล่เรื่อยมาจนถึงประจวบคีรีขันธ์ ที่น่าตกใจคือ การพบเรืออวนลากที่กำลังกวาดเอาลูกปลาและสัตว์ทุกชนิด รวมถึงทำลายระบบนิเวศหน้าดินในพื้นที่ที่เป็นเขตอนุรักษ์ 3 กิโลเมตร หรือเขตประมงพื้นบ้านตามที่กฏหมายกำหนด รวมทั้งเขตอุทยานแห่งชาติ หากปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไป เราคงไม่มีปลาเหลืออยู่ในทะเล และนี่คือการสูญเสียความมั่นคงทางอาหารที่สำคัญของชาติ” ศิรสา กันตรัตนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

ในปี พ.ศ. 2538 ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้สูงสุดมีมากถึง 2,844,409 เมตริกตัน และลดลงหลังจากนั้นเป็นต้นมา (2) การประมงเชิงพาณิชย์มีสัดส่วนมากถึงร้อยละ 90 ส่วนประมงพื้นบ้านขนาดเล็กมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 10 ทั้งในทะเลอ่าวไทยและอันดามัน สัตว์น้ำที่จับได้ลดลงจาก 300 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2503-2512 เป็นน้อยกว่า 25 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (3)

ปิยะ เทศแย้ม ตัวแทนประมงพื้นบ้าน นายกสมาคมประมงบ้านทุ่งน้อย ผู้ร่วมปฏิบัติการกับเรือเอสเพอรันซา กล่าวว่า “ในจังหวัดประจวบฯ แต่ละชุมชนต้องร่วมกันเฝ้าระวังการลักลอบเข้ามาทำประมงแบบทำลายล้างในเขตอนุรักษ์ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรือคราดหอยที่มักเข้ามาคราดทุกสิ่งทุกอย่าง ทำลายระบบนิเวศ ทุกวันนี้ปลาเหลืออยู่น้อยมาก แต่หลังจากที่มีการเฝ้าระวังมากขึ้นตอนนี้ประจวบฯ เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่สามารถขยายเขตอนุรักษ์ออกไปเป็น 3 ไมล์ทะเล ทำให้ปลามีที่อยู่อาศัย และมีโอกาสขยายพันธุ์ได้มากขึ้น ปลาในท้องทะเลก็เพิ่มขึ้น”

“กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลไทยมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด มีระบบติดตาม ตรวจสอบ และควบคุมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีนโยบายที่มุ่งยุติการทำประมงเกินขนาด และการประมงแบบทำลายล้าง รวมถึงเร่งสร้างเครือข่ายปกป้องทะเลไทย เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทย” ศิรสา กล่าวเพิ่มเติม

เรือเอสเพอรันซาจอดทอดสมอหน้าอ่าวประจวบฯ เพื่อเปิดให้ประชาชนเข้าชม และร่วมกิจกรรมฟื้นชีวิตทะเลไทย โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมขึ้นเยี่ยมชมเรือ และรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นกับท้องทะเลไทย รวมถึงแถลงการณ์จากเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (4)

เรือเอสเพอรันซาอยู่ระหว่างการลาดตระเวนเพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการทำประมงแบบผิดกฎหมาย และการทำประมงแบบทำลายล้าง การเดินทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ในโครงการ ‘ฟื้นชีวิตทะเลไทย กับเรือเอสเพอรันซา’ ในประเทศไทย กรีนพีซทำงานรณรงค์ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ และเครือข่ายประมงพื้นบ้านในการสร้างความตื่นตัวให้สังคมถึงปัญหาภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชน และนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อภาครัฐ

เรือเอสเพอรันซามีกำหนดการรณรงค์ในประเทศไทยระหว่างวันที่ 15- 30 มิถุนายน โดยเดินทางออกจากสงขลา มายังประจวบคีรีขันธ์ และสิ้นสุดการเดินทางที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศฟิลิปปินส์

 

หมายเหตุ 

(1) ข้อมูลจาก FAO. 2005. APFIC Regional Workshop on Low Value and “Trash Fish” in the Asia-Pacific Region, Hanoi, Viet Nam, 7-9 June 2005. Bangkok, FAO. RAP Publication 2005/21 Funge-Smith, S.; Lindebo, E. and D. Staples. Asian fisheries today: the production and use of low value/ trash fish from marine fisheries in the Asia-Pacific region. Bangkok, FAO. RAP Publication 2005/16

(2) ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

 

(3) ข้อมูลจากกรมประมง  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

(4) แถลงการณ์จากเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามเอกสารแนบท้าย

ร่วมเป็นผู้พิทักษ์รักษ์ทะเล และลงชื่อสนับสนุนข้อเรียกร้องเพื่อปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการประมง และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ที่ www.defendouroceans.org

วีดีโอเพิ่มเติม

กรีนพีซทำงานรณรงค์ด้วยหลักการเผช���ญหน้าอย่างสันติวิธี นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 

ศิรสา  กันตรัตนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 089 688 7645 
อีเมล:

อารยา อนันต์ประกฤติ  หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 081 685 7275 
อีเมล:

วสุ วิภูษณะภัทร์  ผู้ประสานงานสื่อมวลชน กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 084 811 9948  
อีเมล: