กรีนพีซแฉสูตรอาหารลับของเคเอฟซีมาจากการทำลายป่าฝนเขตร้อน

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤษภาคม 24, 2555
อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ 23 พฤษภาคม 2555 - กรีนพีซสากลนำเสนอหลักฐาน ระบุว่า KFC(เคเอฟซี) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของแบรนด์อาหารฟาสต์ฟูดยักษ์ใหญ่Yum!(ยัม) ขายอาหารที่ใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่มาจากการทำลายป่าฝนเขตร้อน โดยบริษัทเอเชียพัลพ แอนด์ เพเพอร์(เอพีพี) การพิสูจน์หลักฐานผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารทั้งในสหราชอาณาจักร จีนและอินโดนีเซียยืนยันซ้ำกันว่ามีเยื่อไม้จากป่าฝนเขตร้อนปรากฏอยู่ในบรรุภัณฑ์หลายชนิดรวมถึงกล่องกระดาษไก่ทอดอันมีชื่อเสียงของเคเอฟซี

รายงานฉบับล่าสุดของกรีนพีซ “เคเอฟซีเปลี่ยนป่าฝนเขตร้อนให้เป็นขยะได้อย่างไร”1 เปิดเผยว่าบรรจุภัณฑ์กระดาษหลายชนิดของเคเอฟซีใช้ไม้ที่ตัดจากป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและพรรณพืชที่ใกล้สูญพันธุ์เช่น เสือสุมาตรา รายงานแสดงให้เห็นว่าทั้งเคเอฟซีและยัมซึ่งเป็นบริษัทแม่ ไม่มีนโยบายใดๆที่จะดูแลบรรจุภัณฑ์กระดาษในห่วงโซ่อุปทานการผลิตซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำลายป่าฝนเขตร้อน

บุสตา ไมทาร์ หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ด้านป่าไม้ของกรีนพีซ กล่าวว่า เคเอฟซีเป็นแบรนด์ล่าสุดที่เราเปิดเผยให้เห็นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายป่าเขตร้อนและทำให้สัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์หลายชนิด เช่น เสือสุมาตราให้สูญสิ้นไป ลูกค้าของเคเอฟซีทั่วโลกจะตกใจเมื่อได้รู้ว่ากล่องกระดาษเคเอฟซีที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งมาจากการทำลายป่าฝนเขตร้อน

ที่หลุยวิลล์ รัฐเคนตักกี้ นักกิจกรรมของกรีนพีซแขวนป้ายผ้าขนาดใหญ่เป็นรูปเสือสุมาตราบริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของ เคเอฟซี มีข้อความว่า “เคเอฟซี หยุดทำลายบ้านของฉัน” อาคารสำนักงานใหญ่ของเคเอฟซีซึ่งเรียกกันว่า “ทำเนียบขาว”  เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกับที่พักของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา   นักกิจกรรมของกรีนพีซได้กางป้ายผ้าบนอากาศส่งข้อความแบบเดียวกันให้กับพนักงานของ ยัมแบรนด์  กิจกรรมที่หลุยวิลล์ถือเป็นการเริ่มต้นการรณรงค์ทั่วโลกเพื่อให้เคเอฟซีและยัมแบรนด์ยุติการทำลายป่าฝนเขตร้อนผ่านแหล่งการผลิตบรรจุภัณฑ์2

นักวิจัยของกรีนพีซใช้การตรวจสอบเชิงนิติเวชและการวิจัยห่วงโซ่อุปทานเพื่อแสดงให้เห็นว่าบรรจุภัณฑ์กระดาษหลายชนิดของเคเอฟซีได้มาจากการทำลายป่าฝนเขตร้อนในอินโดนีเซียอย่างไร   ผลการทดสอบพบว่าบางบรรจุภัณฑ์มีเส้นใยจากป่าฝนมากกว่า 50%3 โดยเฉพาะเอพีพี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดส่งกระดาษให้กับเคเอฟซียังคงใช้ไม้จากการทำลายป่าฝนเขตร้อน โดยมีรายงานเมื่อเร็วๆนี้เปิดเผยว่าบริษัทดังกล่าวมีการใช้ไม้กฤษณาซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งที่ได้รับการสงวนมาใช้ในโรงงานผลิตเยื่อกระดาษที่สุมาตรา4  ด้วย

บุสตา ไมทาร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เคเอฟซีต้องหยุดซื้อผลิตภัณฑ์กระดาษจากเอพีพี ผู้ทำลายป่าฝนเขตร้อนซึ่งถูกเปิดเผยให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าทำธุรกิจป่าไม้โดยเข้าทำลายผืนป่าในอินโดเซีย เพื่อนำมาทำเป็นบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เอพีพีเห็นอินโดนีเซียเป็นเพียงทรัพย์สินอันไร้ค่า จึงเข้าทำลายผืนป่าที่ชุมชนท้องถิ่นได้พึ่งพาอาศัย

ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน ประธานาธิบดีอินโดนีเซียให้พันธะสัญญาว่าอินโดนีเซียจะทำการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 41% ภายในปี 2563 อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ของโลกที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด โดยสาเหตุหลักมาจากการทำลายป่า  ดังนั้นเพื่อให้อินโดนีเซียบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ บริษัทต่าง ๆ รวมถึงเอพีพีต้องยุติการใช้พื้นที่ป่าพรุและทำลายป่าฝนเขตร้อน   แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเอพีพีได้ยืนยันว่าจะยังคงใช้ไม้จากตัดป่ากวาดล้างต่อไปอย่างน้อยอีกสองปีครึ่ง5

กรีนพีซเรียกร้องให้เคเอฟซีและยัมซึ่งเป็นบริษัทแม่ยุติการรับซื้อกระดาษจากเอพีพี และมีนโยบายที่เข้มงวดเพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์กระดาษที่มาจากการทำลายป่าฝนเขตร้อนในห่วงโซ่อุปทานของตน กรีนพีซยังได้ทำการรณรงค์ออนไลน์โดยล้อเลียนเว็บไซด์ของเคเอฟซี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกป้องป่าและเสือสุมาตราที่กำลังจะสูญพันธุ์   ด้วยการกระตุ้นให้เคเอฟซีหยุดใช้ผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ ทำลายป่า สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่  www.KFC-secretrecipe.com/th 

ทั้งนี้มากกว่า 60 บริษัท ทั่วโลกในขณะนี้ได้ระงับการสั่่งซื้อสินค้าจากเอพีพีแล้ว ได้แก่ คราฟท์,อาดิดาส,ฮาสโบร,แมทเทล,สตาเปิลส์,ยูนิลีเวอร์ และ เนสเล่6

กรีนพีซทำงานรณรงค์ด้วยหลักการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ

ข้อมูลแนบท้าย
(1)  รายงานฉบับเต็ม เรื่อง  บทบาทของเอพีพีและเคเอฟซีในการทำลายป่าฝนเขตร้อน ดาวโหลดน์ได้ที่   www.greenpeace.org/international/KFCreport
(2)  วิดิโอการ์ตูน เรื่อง “The ‘Secret Recipe for Destruction’   สามารถดูได้ที่ www.KFC-secretrecipe.com/th
(3)  ผลิตภัณฑ์เหล่านี้รวมถึง  กล่องอาหารกลางวัน, กล่องใส่ป๊อพคอร์น ในประเทศสหราชอาณาจักร   
(4)  การตรวจสอบของกรีนพีซเรื่องที่เอพีพี มีการใช้ไม้กฤษณาซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมาย ดาวโหลดน์ได้ที่  www.greenpeace.org/ramintrail
(5) เอพีพีอ้างว่า “จะมีการประเมินมูลค่าการอนุรักษ์ให้มากขึ้นก่อนการตัดไม้ทำลายป่าครั้งต่อไป  แต่จะน้อยกว่า50% ของห่วงโซ่อุปทานใ��พื้นที่ดังกล่าว” ทั้งนี้กรีนพีซ ได้แสดงความเห็นในประเด็นนี้ที่ http://www.greenpeace.org/international/en/news/Blogs/makingwaves/nothing-very-new-in-apps-newforest-protection/blog/40440/
(6)  ดูหน้าที่  14  เรื่อง เคเอฟซีเปลี่ยนป่าฝนเขตร้อนให้เป็นขยะได้อย่างไร ดาวโหลดน์ได้ที่  www.greenpeace.org/international/KFCreport

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
บุสตา ไมทาร์ หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ด้านป่าไม้ของกรีนพีซ, อินโดนีเซีย : +62 813 4466 6135
รอฟ สการ์  หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ด้านป่าไม้ของกรีนพีซ, สหรัฐอเมริกา : +1 415 533 2888
แอนดี้  เทธ   หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ด้านป่าไม้ของกรีนพีซ , สหราชอาณาจักร : +44 7801 212 980
สายด่วนศูนย์ข่าวกรีนพีซสากล : +31 207 182 470
เกรส ดูราน คาบัส ,  เจ้าหน้าที่ด้านภาพถ่าย  กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, +63 917 886 0662,
โกดิ อูทามา, วิดิโอ โปรดิวเซอร์  กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ , +62, 815 962 0208,
พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
อีเมล์ โทร 081 658 9432
ชลธิชา  เหลิมทอง  ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อมวลชนประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
อีเมล์   โทร 085 479 4900
http://www.greenpeace.org/seasia/th/
www.facebook.com/greenpeaceseath

หมวด