กรีนพีซเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกลงมือทำเพื่อปกป้องโลกจากหายนะภัยโลกร้อนในขณะที่นักรณรงค์ของกรีนพีซถูกกักกันในรัสเซีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ - กันยายน 27, 2556
สต็อกโฮล์ม, 27 กันยายน 2556 - คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้รับรองรายงานชุดแรกในจำนวนสี่ชุดที่จะรวมกันเป็นรายงานการประเมินผลครั้งที่ 5 (Fifth Assessment Report หรือ AR5) (1) รายงานกล่าวเตือนว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ก็ระบุว่าหนทางการหลีกเลี่ยงวิกฤตสภาพภูมิอากาศนั้นยังมีอยู่

สเตฟานี ทูนมอร์ เจ้าหน้าที่ของกรีนพีซกล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้จากรายงานนี้คือว่าเรายังมีทางเลือก เราเลือกที่จะสุมไฟให้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลหรือเราเลือกสร้างอนาคตที่เราต้องการจากความสำเร็จของพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดซึ่งได้เริ่มขึ้นแล้ว”

รายงานชุดแรกในรายงานการประเมินผลครั้งที่ 5 คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศชี้ให้เห็นถึงสัญญานของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา (ปี ค.ศ.2002-2011) พืดน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ละลายในอัตราที่เร็วขึ้นหกเท่าโดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้านี้ การละลายของพืดน้ำแข็งบนทวีปแอนตาร์ติกามีอัตราเร็วขึ้นห้าเท่า นับจากปี ค.ศ. 1993 ระดับน้ำทะเลเพิ่มเร็วขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับในช่วงศตวรรษก่อน ส่วนทะเลน้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์กติกลดขนาดลงอย่างรวดเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้

ในอาร์กติกและทั่วโลก ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเห็นชัดเจน จากโครงการท่อส่งขนส่งน้ำมันคีย์สโตนในอเมริกาเหนือไปถึงแท่นขุดเจาะน้ำมันในอาร์กติก ประชาชนกำลังต่อกรกับความผิดพลาดของศตวรรษที่ 20 และเรียกร้องแนวทางใหม่

สเตฟานี ทูนมอร์ กล่างเพิ่มเติมว่า “การรับมือที่สมเหตุสมผลที่สุดประการเดียวต่อการเตือนภัยระดับนี้คือการลงมือทำโดยพลัน น่าเสียดายที่กลุ่มคนที่ลงปฏิบัติการเพื่อกอบกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศกลับต้องถูกจองจำในรัสเซียจากการประท้วงอย่างสันติเพื่อยุติการขุดเจาะน้ำมันในอาร์กติก ส่วนผู้ที่ต้องมีส่วนรับผิดชอบโดยตรงคืออุตสาหกรรมฟอสซิลนั้นได้รับการปกป้องจากรัฐบาลทั่วโลก”

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศวางอนาคตที่เป็นไปได้แบบต่างๆ ตามแบบแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผลกระทบที่เกี่ยวข้อง เพื่อคงใหการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ไปกว่าเกิน 2 องศาเซลเซียส การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจำเป็นจะต้องลดลงภายในปี ค.ศ. 2020 และไม่เพิ่มขึ้นภายในปี ค.ศ. 2070

รายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ชี้ให้เห็นว่ายังมีหนทางออกจากวิกฤต เราสามารถจำกัดขอบเขตผลกระทบมิให้มากกว่าไปกว่าที่เป็นอยู่ซึ่งรัฐบาลทุกประเทศทั่วโลกได้เห็นพ้องต้องกันทว่าล้มเหลวที่จะลงมือทำ


ข้อมูลเพิ่มเติม :

สเตฟานี ทูนมอร์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน กรีนพีซสากล +44 7796 947 451,

แจสเปอร์ ริเวอร์รอด เจ้าหน้าฝ่ายการสื่อสาร กรีนพีซ นอร์เวย์ + 46 (0) 70 340 54 14,

โต๊ะข่าวระหว่างประเทศ กรีนพีซ : +31 20 718 24 70,

หมายเหตุ

(1) รายงานการประเมินของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีการจัดพิมพ์ทุก ๆ หกปี นับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา กระบวนการจัดทำรายงานใช้เวลากว่า 3 ปี โดยแบ่งออกเป็นคณะทำงาน 3 คณะ ในรายงานการประเมินฉบับที่ 5 จะมีการรับรองในสี่ส่วนคือ

  • รายงานของคณะทำงานที่ 1 ว่าด้วยพื้นฐานวิทยาศาสตร์กายภาพ ณ กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน ระหว่างวันที่ 23-26 กันยายน 2556
  • รายงานของคณะทำงานที่ 2 ว่าด้วยผลกระทบ การปรับตัวและความล่อแหลมของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ เมืองโยโกฮามา ญี่ปุ่น วันที่ 25-29 มีนาคม 2557
  • รายงานของคณะทำงานที่ 3 ว่าด้วยการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี วันที่ 7-11 เมษายน 2557
  • รายงานการสังเคราะห์ (AR5 Synthesis Report) ณ กรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก วันที่ 27-31 ตุลาคม 2557