เอกสารแถลงข่าว: กรณีรัฐบาลไม่ตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบน้ำมัน ปตท. รั่ว

ข่าวประชาสัมพันธ์ - ตุลาคม 1, 2556
จากกรณีท่อน้ำมันดิบของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (พีทีทีจีซี) รั่วไหลลงสู่ทะเลในพื้นที่จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ทำให้น้ำมันดิบจำนวนมากกระจายปนเปื้อนครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง และในเวลาต่อมาน้ำมันดิบส่วนหนึ่งได้ถูกพัดพาเข้าสู่ชายหาดบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด จนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางทะเล การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของประชาชนที่อาศัย อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

กลุ่มติดตามน้ำมัน ปตท. รั่ว  ซึ่งติดตามปัญหามาตั้งแต่ต้นได้รณรงค์ประชาชนร่วมลงชื่อผ่าน Change.org เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบกรณีน้ำมันรั่วดังกล่าว จนได้รายชื่อสนับสนุนกว่า  ๓๒,๐๐๐ คน ยื่นเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ กระทั่งปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๕๖ มีผู้ลงชื่อสนับสนุนกว่า ๔๘,๐๐๐ คน ทว่า ผ่านมากว่า ๑ เดือน มีเพียงหนังสือตอบกลับจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีมาว่า “ได้ประสานงานเพื่อส่งเรื่องให้กระทรวงพลังงาน พิจารณาส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว”และไม่มีการดำเนินการหรือความคืบหน้าตามข้อเรียกร้องแต่อย่างใด เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเพิกเฉย ไม่มีการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูล ขาดความโปร่งใสในการดำเนินการ รวมทั้งไม่ให้ความสำคัญ กับการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนมลพิษ ในสิ่งแวดล้อม และข้อเรียกร้องของประชาชน    แต่อย่างใด

 ๒ เดือนผ่านไป การฟื้นฟูเสม็ดสำเร็จแล้วจริงหรือ?

๒ เดือนผ่านไป ประชาชนในพื้นที่จุดเกิดเหตุ อาทิ ชายฝั่งระยองและพื้นที่ใกล้เคียงยังคงยืนยันและร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ว่าผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วยังคงดำรงอยู่และก่อให้เกิดความเสียหายในหลายมิติ โดยเฉพาะการประมง  ท่องเที่ยว ค้าขาย รวมถึงระบบนิเวศ อีกทั้งการเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ ยังไม่ครอบคลุมและเป็นธรรม      ในขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐยังคงเพิกเฉย ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลการประเมินผลกระทบ รายงานการตรวจสอบ เช่น ข้อมูลการประเมินค่าความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมอันเนื่องมาจากน้ำมัน  ข้อมูลการจัดทำแผนในการดำเนินการเพื่อเยียวยาความเสียหายหรือวิธีการในฟื้นฟู และรัฐจะประเมินค่าใช้จ่ายเพื่อเรียกค่าเสียหายจากผู้ก่อมลพิษอย่างไร เป็นต้น มีแต่เพียงการโฆษณาประชาสัมพันธ์จากเอกชนผู้ก่อมลพิษ โดยไม่มีการเผยแพร่พยานหลักฐานที่เป็นทางการมาพิสูจน์ยืนยันว่าสภาพปัญหาในพื้นที่ได้รับการฟื้นฟูเยียวยาจนกลับสู่สภาพเดิม ดังคำโฆษณาแล้วหรือไม่

ความไม่ชัดเจนของข้อมูลในการตรวจสอบโดยคณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน (กปน.)   และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบไม่มีหลักประกันที่เพียงพอในการแก้ไขปัญหา หรือการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องเร่งรัดดำเนินการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาทำหน้าที่ตามข้อเรียกร้องที่กลุ่มฯได้เสนอไว้

โดยทางกลุ่มฯ จะเดินหน้ากดดันให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้จนถึงที่สุด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและมีมาตรการควบคุมตรวจสอบไม่ให้เหตุนี้เกิดซ้ำอีกในอนาคต

กลุ่มติดตามน้ำมัน ปตท.รั่ว ประกอบด้วย

มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH)
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW)
กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Greenpeace Southeast Asia)
สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI)

 

สาระสำคัญของคณะกรรมการอิสระ

  1.  เป็นคณะกรรมการอิสระระดับชาติที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี 
  2.  มีอำนาจในการเรียกข้อมูลและข้อเท็จจริงทั้งจากหน่วยงานรัฐและเอกชน
  3. มีหน้าที่หลักดังต่อไปนี้
    • ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีปัญหาน้ำมันรั่วไหล
    • ตรวจสอบผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม
    • เสนอหลักการฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายต่อรัฐบาล
    • จัดทำข้อเสนอเพื่อปรับปรุงนโยบาย กฎหมาย โครงสร้าง และกลไกที่เกี่ยวข้องกับการรับมือสถานการณ์น้ำมันรั่วไหลในอนาคต
  4. องค์ประกอบของคณะกรรมการ
    • ประธานต้องเป็นอิสระ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจน้ำมันและปิโตรเลียม
    • มีตัวแทนภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
    • มีตัวแทนนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม  ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านนิเวศ ด้านสุขภาพ ด้านกฎหมาย
    • ภาคประชาสังคม (องค์กรพัฒนาเอกชนและ/หรือองค์กรประชาชนในพื้นที่)
  5. กระบวนการทำงานของคณะกรรมการต้องมีความโปร่งใส เปิดเผยการดำเนินงานและรายงานต่อสาธารณะ