ข่าวประชาสัมพันธ์ - กันยายน 21, 2552
วันนี้กรีนพีซเรียกร้องผู้นำโลกที่กำลังเข้าร่วมประชุมสุดยอดสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรุงนิวยอร์คให้ละวางผลประโยชน์ทางการเมืองที่ไม่คำนึงถึงผลระยะยาว และเร่งลงมือปฏิบัติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยจัดเงินทุน 4.7 ล้านล้านบาท (140 พันล้านเหรียญสหรัฐ) ต่อปี ให้แก่กลุ่มประเทศที่เสี่ยงที่สุดและมีความพร้อมในการรับมือน้อยที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ช้างไทยเล่นน้ำยามเช้าตรู่ในลำห้วยเล็กๆ ใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก่อนออกเดินทางวันที่ 2 โครงการ “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 12 กันยายน การเดินทาง 15 วันจะสิ้นสุดลงที่รอบนอกกรุงเทพฯ เมื่อการประชุมยูเอ็นเอฟซีซีซี (กรอบการทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) เริ่มขึ้น ซึ่งเป็นการประชุมเตรียมการสู่การประชุมสุดยอดโลกร้อน ณ กรุงโคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคม กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้นำโลกเห็นชอบในสนธิสัญญาภาวะโลกร้อนที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม และ มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย และสรรหาเงินทุนสนับสนุนปกป้องป่าธรรมชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่ออนาคตของภูมิภาคและประชาชนในภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญระบุให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ล่อแหลมที่สุดและมีการเตรียมการรับมือน้อยที่สุดต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการ "เดินกับช้าง
ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" กรีนพีซได้ริเริ่มการศึกษา
"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และการประเมินความล่อแหลมของชุมชนต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริเวณลุ่มน้ำบางปะกง " (1)
และจัดเวทีรับฟังปัญหาและความคิดเห็นกันเกษตรกรในวันนี้
เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการวิจัย
ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความล่อแหลมต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของชุมชมต่างๆ
ทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงความสามารถในการปรับตัวของชุมชนต่างๆ
เพื่อระบุยุทธศาสตร์การปรับตัวที่ดีที่สุด
เพื่อผนวกเข้าไปในแผนการพัฒนาลุ่มน้ำบางปะกงของรัฐบาล
จากหลักฐานที่รวบรวมได้ถึงขณะนี้
ลุ่มน้ำบางปะกงซึ่งมีแม่น้ำไหลลงสู่อ่าวไทยนั้น
เป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรกรรมยุคแรกสุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แต่ขณะนี้กำลังประสบผลกระทบรุนแรงจากปัญหาด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
เนื่องจากอุทกภัย ภัยแล้ง การรุกล้ำของน้ำเค็ม และ การกัดเซาะชายฝั่ง
ที่มีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ซึ่งได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ที่ล่อแหลมแห่งนี้
และต่อชุมชนที่ต้องพึ่งพาพื้นที่ลุ่มน้ำในการดำรงชีวิต
"ชุมชนท้องถิ่นจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ชุมชนประสบกับความทุกข์ยากจากแบบแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นธรรมอยู่ก่อนแล้ว
และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะกลายเป็นแรงกดดันเพิ่มต่อวิถีชีวิตของพวกเขาในปัจจุบันและอนาคต
แบบจำลองสภาพภูมิอากาศล่าสุดคาดการณ์ว่าผลกระทบอันเลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง
เราจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์ของชุมชนต่างๆ
ที่ล่อแหลมอย่างอย่างเร่งด่วน
เพื่อนำแนวทางแก้ปัญหามาดำเนินการโดยทันที" นายพลาย ภิรมย์
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กล่าว
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามา
จะแถลงต่อผู้นำสหประชาชาติป็นครั้งแรกตั้งแต่ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดี
ในการประชุมซึ่งนำโดยนายบัน คีมุน เลขาธิการของสหประชาชาติ
เพื่อปูทางไปสู่
ข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นธรรม มีเป้าหมายสูง และมีผลตามกฎหมาย
ในการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกน
ในเดือนธันวาคมนี้
"ผู้นำโลกจะต้องฟังเสียงและเรื่องราวของผู้คนเหล่านี้ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพื่อจะได้เข้าใจถึงความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการลงมือปฏิบัติ
การประชุมที่กรุงนิวยอร์คนับเป็นโอกาสที่เหมาะัอย่างยิ่งที่จะใช้เวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์
และกรีนพีซเรียกร้องให้ผู้นำอาเซียน โดยเฉพาะนายยูโดโยโน
ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ให้สร้างแรงกระตุ้นและนำเสนอวิธีแก้ปัญหา
เพื่อกู้โลกจากมหันตภัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จวนจะมาถึง"
นายธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงมากที่สุดและมีการเตรียมการรับมือน้อยที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กิจกรรม "เดินกับช้าง
ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง" จึงจัดขึ้นเพื่อเรียกร้องให้ผู้นำโลก
โดยเฉพาะประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐอเมริกา
ให้ได้มาซึ่งข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายสูง เป็นธรรม
และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ในการประชุมที่โคเปนเฮเกนประเทศ เดนมาร์ก
ในเดือนธันวาคมนี้ และจัดเงินทุนเพื่อปกป้องป่าไม้ในภูมิภาค
เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตของภูมิภาค ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ
และประชาชน หากต้องการร่วมลงชื่อผลักดันให้โอบามาสร้างการเปลี่ยนแปลง
สามารถคลิกที่ www.greenpeace.org/seasia/th/change-is-coming
VVPR info: ธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โทร. 089 476 9977, tbuakams@greenpeace.org
พลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ โทร. 081 658 9432, ply.pirom@greenpeace.org
วิริยา กิ่งวัชระพงศ์ ผู้ประสานงานสื่อมวลชน โทร. 089 487 0678, wkingwat@greenpeace.org
Notes: (1) เวทีความคิดเห็นนี้จากภาคเกษตรกรรมนี้ จัดขึ้นที่วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” ของกรีนพีซที่ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นครราชสีมา โดยมีช้าง 5 เชือกที่ได้รับการฟื้นฟูสุขภาพโดยกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทยร่วมเดินทางรณรงค์ตั้งแต่บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเป็นระยะทาง 250 กิโลเมตร รวมระยะเวลาเดินทางทั้งสิ้น 15 วัน กิจกรรมนี้ได้รับความใส่ใจจากประชาชนทุกเพศ วัย และเชื้อชาติ ในขณะเดินทางผ่านที่ราบภาคกลางของประเทศ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในชุมชนต่างๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรณรงค์ในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงที่หล่อเลี้ยงชีวิต ประชากรในพื้นที่ประมาณ 1.25 ล้านคน ที่พึ่งพาพื้นดินอันอุดมสมบูรณ์แห่งนี้อย่างมากสำหรับการเพาะปลูกข้าว ผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ ผลไม้ และ ทรัพยากรประมงที่อุดมสมบูรณ์
ก่อนหน้านี้ที่จังหวัดนครนายก เจ้าหน้าที่รณรงค์ช้างคาราวานของกรีนพีซได้พบปะพูดคุยกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ส่วนในวันที่ 24 กันยายน จะจัดเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นที่คล้ายกันในประเด็นการประมงและการกัดเซาะชายฝั่ง ในเขตอำเภอบางปะกง
คาราวานช้างกำลังเดินทางกับช้าง 5 เชือกที่ได้รับการฟื้นฟูสุขภาพโดยกองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย (TERF) และจะเดินทางเข้าสู่ชายขอบของจังหวัดกรุงเทพมหานครในวันที่ 27 กันยายน 2552 หนึ่งวันก่อนหน้าการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี; UNFCCC) ที่กรุงเทพฯ จะเริ่มขึ้น การประชุมนี้เป็นการประชุมเตรียมการสู่การประชุมที่โคเปนเฮเกน
ก้าวต่อไปของกิจกรรมเดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง
26-27 กันยายน 2552 คณะรณรงค์ “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง” จะจบการเดินทางด้วยกิจกรรม 2 วัน ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนหน้ากรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี; UNFCCC) ที่กรุงเทพฯ