กรีนพีซเปิดโปงแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ปล่อยสารพิษลงแหล่งน้ำในอินโดนีเซีย

ข่าวประชาสัมพันธ์ - เมษายน 19, 2556
จาการ์ตา, 17 เมษายน พ.ศ. 2556 - รายงานการสำรวจของกรีนพีซได้เปิดเผยถึงการลักลอบทิ้งน้ำเสียอุตสาหกรรม ซึ่งปนเปื้อนสารพิษและสารเคมีอันตรายหลายชนิดลงสู่แม่น้ำซิตารัม (Citarum River) ในจังหวัดชวาตะวันตก เสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ดังระดับโลก อาทิ แก๊ป (Gap) บานาน่า รีพับบลิค (Banana Republic) และโอลด์นาวี (Old Navy) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมลพิษนี้โดยการจ้างผลิตสินค้าผ่าน พีทีจิสเท็กซ์กรุ๊ป (PT Gistex Group) โรงงานสิ่งทอที่ก่อมลพิษในอินโดนีเซีย

“โฆษณาชิ้นล่าสุดของแก๊ป (Gap) ประกาศว่า แก๊ปจะเป็นแบรนด์ที่ ‘สดใส (Be Bright)’ แต่จากกระบวนการผลิตที่เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย เสื้อผ้าแก๊ปทำให้แม่น้ำซิตารัมกลายเป็นแม่น้ำสีสกปรก แก๊ปและแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำต่างๆ ต้องร่วมมือกับผู้ผลิตทั้งในอินโดนีเซียและที่อื่นๆ ในการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายในกระบวนการผลิตสินค้าโดยทันที ก่อนที่มันจะสายเกินแก้” อาสพ เบอร์รี่ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ ประจำประเทศอินโดนีเซีย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

รายงาน‘สารพิษในเส้นใย: สวรรค์สำหรับการก่อมลพิษ (Toxic Threads: Polluting Paradise)’ เผยถึงรายละเอียดวิธีการที่โรงงานของพีทีจิสเท็กซ์กรุ๊ปใช้ประโยชน์จากกฎหมายด้านการจัดการอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนาที่หละหลวม ไม่มีการรายงานข้อมูลอย่างโปร่งใส และไม่มีมาตรการควบคุมการปล่อยสารเคมีอันตราย ทั้งนี้พบว่า บริษัทเสื้อผ้าที่เกี่ยวข้องกับพีทีจิสเท็กซ์กรุ๊ป นอกจากแก๊ปแล้ว ยังรวมถึง มารูเบนิคอร์ปอเรชั่น (Marubeni Corporation) อาดิดาส (Adidas Group) เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) และบรู๊คส์ บราเธอร์ส (Brooks Brothers) ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ผลิตเครื่องแต่งกายให้กับประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา 39 คน จากทั้งหมด 44 คน และหนึ่งในนั้นคือ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา

จากการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้งที่ไหลลงสู่ทะเลของโรงงานพีทีจิสเท็กซ์กรุ๊ป พบสารเคมีอันตรายมากมาย อาทิ สารโนนิลฟีนอล และสารไตรบิวทิลฟอสเฟต สารเคมีเหล่านี้เป็นสารพิษ บางชนิดมีผลกระทบต่อระบบการทำงานของฮอร์โมน และเป็นสารเคมีที่ตกค้างยาวนานมากในสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังพบว่า น้ำเสียจากหนึ่งในบรรดาท่อน้ำทิ้งขนาดเล็กของโรงงานนี้มีความเป็นด่างสูง (ค่า pH 14) ซึ่งมีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างรุนแรง นี่แสดงให้เห็นว่า น้ำเสียจากโรงงานไม่ได้รับการบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นใดๆ ทั้งสิ้นก่อนถูกปล่อยออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

“ประชาชนที่อาศัยตามริมแม่น้ำซิตารัมและพึ่งพาน้ำดื่มน้ำใช้จากแม่น้ำสายนี้มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่ถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำ และเช่นเดียวกัน ลูกค้าของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำอย่างแก๊ป (Gap) ก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเสื้อผ้าของพวกเขาด้วย” อาสพ กล่าวเพิ่มเติม

“อุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ก่อมลพิษทางน้ำ เสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำต่างๆ เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น แก๊ป อาดิดาส  บานาน่า รีพลับบลิค ได้รับความนิยมมากเช่นกันในประเทศไทย ดังนั้น ผู้บริโภคชาวไทยก็ควรมีสิทธิได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตเสื้อผ้าที่ตนสวมใส่ และต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของแฟชั่นที่ก่อมลพิษโดยไม่รู้ตัว” เบญจจรัส วัฒนาพิเชษฐพงศ์    ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านมลพิษ ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

โครงการรณรงค์ ‘ล้างสารพิษ’ หรือ Detox ของกรีนพีซได้รณรงค์เรียกร้องต่อแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ เพื่อให้คำมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย ‘การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์’ ภายในปี พ.ศ. 2563 และทำงานร่วมกับผู้ผลิตของตนในการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยสารเคมีอันตรายลงสู่แหล่งน้ำต่อสาธารณะ โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 โดยปัจจุบันมี 17 แบรนด์แฟชั่นชั้นนำ เช่น วาเลนติโน (Valentino) ลีวายส์ (Levi’s) และ ซาร่า (Zara) เข้าร่วมโครงการ จากความเชื่อที่ว่า “ความงามของแฟชั่นไม่จำเป็นต้องทำลายโลก” จนถึงขณะนี้มีนักกิจกรรม ผู้นำแฟชั่น บล็อกเกอร์ และนักออกแบบเสื้อผ้า เข้าร่วมสนับสนุนโครงการนี้มากกว่า 500,000 คน


ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ :

เบญจจรัส วัฒนาพิเชษฐพงศ์
ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 081 852 6771   อีเมล                  

อารยา อนันต์ประกฤติ            
หัวหน้าฝ่ายสื่อมวลชน ประจำประเทศไทย  กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โทร. 081 685 7275   อีเมล  

 

หมายเหตุ:

1)  ดาวน์โหลดรายงาน “Toxic Threads: Polluting Paradise” ได้ที่

     http://www.greenpeace.org/international/polluting-paradise/

2)  บริษัทในกลุ่มอาดิดาส (Adidas Group), บรู๊คส์ บราเธอร์ส (Brooks Brothers), แก๊ป (Gap Inc), เอช แอนด์ เอ็ม (H&M) และมารูเบนิ (Marubeni) ทำธุรกิจในระยะหลังกับบริษัทในกลุ่มของพีทีจิสเท็กซ์อย่างน้อยหนึ่งแห่ง นั่นคือโรงงานสิ่งทอที่มีส่วนก่อมลพิษในอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ผลจากการวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทิ้งโดยกรีนพีซ ในปี พ.ศ. 2555 พบสารอันตรายดังนี้

  • สารโนนิลฟีนอล (Nonylphenol -NP) เป็นสารที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในด้านการตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของฮอร์โมน
  • สารไตรบิวทิลฟอสเฟต (Tributyl phosphate -TBP) เป็นสารเคมีอันตรายซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์น้ำ และตกค้างในสิ่งแวดล้อมในระดับปานกลาง
  • สารประกอบพลวง  พบสารประกอบพลวงในระดับสูง พลวงมีส่วนทำให้ผิวหนังอักเสบ  ระคายเคืองต่อระบบหายใจ และรบกวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโรค
  • น้ำเสี���ที่มีค่าเป็นด่าง ph14 มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง สามารถทำลายผิวหนังเมื่อสัมผัสกับน้ำเสียนั้นโดยตรง และสามารถทำให้สัตว์น้ำในบริเวณใกล้เคียงตายได้

3)  การวิจัยของกรีนพีซมุ่งสนใจที่โรงงานสิ่งทอขนาดใหญ่ในอินโดนีเซีย อุตสาหกรรมสิ่งทอสมัยใหม่ในอินโดนีเซียส่วนใหญ่กระจุก ตัวอยู่ในจังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งมีการตรวจพบว่า โรงงานสิ่งทอของพีทีจิสเท็กซ์ ที่อยู่ใกล้เมืองบันดุง ได้ปล่อยสารอันตรายมากมายลงสู่แม่น้ำซิตารัมโดยตรง ต้นกำเนิดมลพิษในแม่น้ำที่สำคัญที่สุดคือ น้ำเสียจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำซิตารัมตอนบน ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอมากถึงร้อยละ 68 ของโรงงานทั้งหมด และหนึ่งในนั้นก็คือ โรงงานของพีทีจิสเท็กซ์ ซึ่งเป็นโรงงานทอผ้าใยสังเคราะห์ รวมถึงการย้อมผ้า พิมพ์ผ้า และเคลือบเงาผ้า

4)  บริษัท แก๊ป มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อมลพิษทางน้ำหลายครั้งทั้งในประเทศเม็กซิโก

(www.greenpeace.org/international/under-wraps) และประเทศจีน (www.greenpeace.org/international/putting-pollution-on-parade) รายงานของกรีนพีซที่เผยแพร่เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ตรวจพบสารเคมีอันตรายในรายการเสื้อผ้าจำนวนหนึ่งของแก๊ป  (www.greenpeace.org/international/big-fashion-stitch-up)

5)  ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแบรนด์เสื้อผ้าที่เข้าร่วมโครงการรณรงค์ ‘ล้างสารพิษ’ หรือ Detox ได้ที่ www.greenpeace.org/detox

6) ภาพที่เกี่ยวข้อง:

http://www.greenpeace.org/international/en/multimedia/slideshows/Polluting-Paradise/

หมวด