แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น “ซาร่า” น้อมรับเสียงเรียกร้องผู้บริโภค: หยุดแฟชั่นสารพิษ

ข่าวประชาสัมพันธ์ - พฤศจิกายน 29, 2555
อัมสเตอร์ดัม, 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2555- แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นยักษ์ใหญ่ของโลก “ซาร่า” (Zara) บริษัทลูกของบริษัทอินดิเท็กซ์ (Inditex) ได้ประกาศอย่างเป็นทางการที่จะยุติการใช้สารเคมีอันตรายตลอดห่วงโซ่การผลิตผลิตภัณฑ์ของตนภายในปีพ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของผู้บริโภคจากโครงการรณรงค์ “ล้างสารพิษ (Detox)” ของกรีนพีซ

ในส่วนหนึ่งของการประกาศนี้ บริษัทอินดิเท็กซ์จะกำหนดให้โรงงานรับจ้างผลิตให้กับตนจำนวน 20 โรงงานต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษภายในปีพ.ศ. 2556 นี้ โดยผู้ที่อยู่ในพื้นที่ผลิตจะสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านมลพิษที่ปลดปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมในบริเวณดังกล่าวได้

“กรีนพีซขอต้อนรับซาร่าที่แสดงเจตจำนงค์ที่จะมุ่งสู่การเป็นแฟชั่นปลอดสารพิษ ซึ่งหากผู้ค้าส่งเสื้อผ้าแฟชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างซาร่าสามารถทำได้ ดังนั้นแบรนด์อื่นๆ ก็ไม่ควรปฏิเสธที่จะ ทำเช่นกัน โดยทุกแบรนด์ควรร่วมมือกันเพื่อทำให้แฟชั่นปลอดสารพิษเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง  ผู้คนทั่วโลกได้มีความห่วงใยและอยากจะเห็นแฟชั่นที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ขณะนี้หลายแบรนด์ก็ได้เริ่มตอบรับ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ใหญ่ๆ อื่นต้องเดินตาม เช่น เอสปริท (Esprit) แก็ป (Gap) ลีวายส์ (Levi’s) และ วิตอเรีย ซีเคล็ท (Victoria Secret) ที่จะต้องน้อมรับข้อเรียกร้องการล้างสารพิษ มาร์ติน ฮอส์ซิก ผู้ประสานงานด้านสารพิษ กรีนพีชสากล กล่าว

คำประกาศเข้าร่วมล้างสารพิษของซาร่าได้มีขึ้นภายใน 9 วันหลังจากกรีนพีซได้มีการเปิดเผยข้อมูลในรายงาน “สารพิษในเส้นใย: แฟชั่นระดับโลกและการผลิต” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งได้มีผู้ลงรายชื่อสนับสนุนเรียกร้องกว่า 315,000 คนทั่วโลกผ่านทางออนไลน์ รวมถึงมีนักกิจกรรมกว่า 700 คนทั่วโลก ร่วมกันออกมาแสดงกิจกรรมสื่อสารเชิงสัญลักษณ์หน้าร้านขายสินค้าซาร่าใน 80 เมืองทั่วโลก รวมถึงกรุงเทพมหานคร

ซาร่าเป็นแบรนด์ที่แปดที่ได้เข้าร่วมโครงการล้างสารพิษที่จะยุติการใช้สารเคมีอันตรายตลอดห่วงโซ่การผลิตหลังจากที่กรีนพีซได้เริ่มรณรงค์ตั้งแต่ปีพ.ศ.2554 ซึ่งซาร่าจะเริ่มยุติการใช้สารกลุ่ม APEOs และ PFCs ในระยะเวลาอันสั้นนี้ นอกจากนี้ โรงงานรับจ้างผลิตให้ซ่าร่าอย่างน้อย 20 โรงงานจะต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยมลพิษภายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2556 นี้ และเพิ่มเป็น 100 โรงงานที่ต้องเปิดเผยข้อมูลภายในสิ้นปีพ.ศ. 2556  ซึ่งรวมถึงข้อมูลการใช้สีย้อมผ้าเอโซที่เป็นต้นกำเนิดสารก่อมะเร็งเอมีน (amines) ที่พบในเสื้อผ้าซาร่าก่อนหน้านี้

“ประชาชนมีสิทธิอันชอบธรรมในการรับรู้ว่าสารพิษชนิดใดและปริมาณเท่าไดบ้างที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำของตน การที่ซาร่าได้ประกาศนำนโยบายความโปร่งใสด้านการรายงานข้อมูลสิ่งแวดล้อมมาปฏิบัตินั้นถือเป็นหลักชัยที่จะนำให้แบรนด์อื่นๆ ปฏิบัติตาม รวมถึงเป้าหมายการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์  ซึ่งโรงงานในประเทศไทยหลายแห่งอาจรับจ้างผลิตให้กับซาร่าและแบรนด์อื่นๆ ที่ได้ประกาศเข้าร่วมล้างสารพิษไปก่อนหน้านี้ เช่น ไนกี้และอาดิดาส ดังนั้นโรงงานรับจ้างผลิตต่างๆ ก็ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งก็ถือว่าเป็นข่าวดีของคนไทยที่โรงงานฟอกย้อมและสิ่งทอจะได้ยกระดับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม” พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

กรีนพีชเรียกร้องให้ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าแบรนด์ต่างๆเข้าร่วมโครงการ “ล้างสารพิษ (Detox)” โดยจะต้องแสดงเจตจำนงค์อย่างน่าเชื่อถือในการบรรลุเป้าหมาย “การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์” นอกจากนี้บริษัทจะต้องกำหนดให้โรงงานผลิตมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชนิดและปริมาณการปลดปล่อยสารเคมีอันตรายจากโรงงานสู่ชุมชนและแหล่งน้ำ

กรีนพีซทำงานรณรงค์ด้วยหลักการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและสันติภาพ 

ข้อมูลแนบท้าย 

1. ดูคำประกาศของซาร่าได้ที่  http://www.inditex.com/en/corporate_responsibility/environmental/zero_discharge

2. รายงานกรีนพีซสากล “สารพิษในเส้นใย:แฟชั่นระดับโลกและการผลิต” ได้เปิดเผยผลวิเคราะห์ตัวอย่างเสื้อผ้าจำนวน 141 ชิ้นที่วางจำหน่ายใน 29 ประเทศ และซึ่งผลิตจากโรงงานจากไม่น้อยกว่า 18 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่อแสดงถึงความเชื่อมโยงระหว่างอุตสาหกรรมฟอกย้อมและสิ่งทอที่มีการใช้สารเคมีอันตรายในกระบวนการผลิตและซึ่งตกค้างในผลิตภัณฑ์จากการตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีในตัวอย่างผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า พบสารกลุ่มโนนิลฟีนอลอีทอกซิเลท (NFEs) ในปริมาณสูงกว่า 1,000 ppm ซึ่งจะแตกตัวเป็นสารรบกวนฮอร์โมน ในผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าซาร่า (Zara) มีเทอร์สบอนเว (Metersbonwe) ลีวายส์ (Levi’s)  ซีแอนด์เอ (C&A) แมงโก้ (Mango)เคลวินไคลน์ (Calvin Klein) แจ็คแอนด์โจนส์ (Jack & Jones) และ มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ (Marks & Spencer)  นอกจากนี้ยังมีการพบสารกลุ่มกลุ่มพทาเลท (phthalates) ในปริมาณเข้มข้นสูงจาก 4 ผลิตภัณฑ์ตัวอย่าง  และยังตรวจพบสารเอมีน (amines) ซึ่งมาจากการใช้สีฟอกย้อมเอโซ (azodyes)3 จาก 2 ตัวอย่างจากผลิตภัณฑ์ ซาร่าอีกด้วย  นอกจากนี้ยังพบสารเคมีอันตรายอื่นๆ ในอีกหลายตัวอย่าง

ดาวโหลดรายงาน“สารพิษในเส้นใย:แฟชั่นระดับโลกและการผลิต”
http://www.greenpeace.org/seasia/th/press/reports/Toxic-Threads/

3. แบรนด์ที่อยู่ใต้บริษัทอินดิเท็กซ์ (Inditex) ประกอบด้วย Zara, Pull & Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius, Oysho, Zara Home and Uterqüe

ดาวโหลดรูปภาพประกอบรายงาน “สารพิษในเส้นใย:แฟชั่นระดับโลกและการผลิต”
http://photo.greenpeace.org/C.aspx?VP3=ViewBox_VPage&ALID=27MZIFVVONQT&CT=Album

ดาวโหลดรูป “ถึงเวลาแฟชั่นต้องปลอดสารพิษ”
http://www.greenpeace.org/seasia/th/photosvideos/photos/detox-our-fashion/

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

พลาย ภิรมย์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
อีเม���์ โทร 081 658 9432

ชลธิชา  เหลิมทอง  ผู้ประสานงานฝ่ายสื่อมวลชนประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้
อีเมล์   โทร 085 479 4900

 

http://www.greenpeace.org/seasia/th/

http://www.facebook.com/greenpeaceseath

หมวด
Tags