รายงานการสำรวจการปนเปื้อนน้ำมันบริเวณแหล่งประมงพื้นบ้าน แนวหินบุช จังหวัดระยอง กรณีน้ำมันรั่วปตท. ปี พ.ศ.2556

สิ่งพิมพ์ - มกราคม 24, 2557
สถิติการเกิดน้ำมันรั่วในประเทศไทยได้มีการบันทึกโดยกรมเจ้าท่า ในระหว่างปี พ.ศ.2516- ปี พ.ศ. 2554 เกิดขึ้นทั้งหมดจำนวน 215 ครั้ง และล่าสุดในปี พ.ศ. 2556 ได้เกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วจากท่อส่งน้ำมันของบริษัทพีทีที โกลบอล เคมีเคิล จำกัด (มหาชน) บริเวณ อ่าวไทย ในเขตจังหวัดระยอง ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดระยอง โดยเฉพาะในส่วนของประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก

จากการลงพื้นที่สำรวจร่วมกับตัวแทนจากสมาคมประมงเรือเล็กระยอง พบว่าปริมาณปลาและหมึกหายไปอย่างน่าตกใจ ต้องออกไปหากินไกลออกไปส่งผลให้ต้นทุนค่าน้ำมันสูงขึ้น ทำให้ชาวประมงอาจแบกภาระค่าน้ำมันไม่ไหวในอนาคตหากสัตว์น้ำยังไม่กลับมา ก่อนหน้านี้มีบางหน่วยงานได้นำสัตว์วัยอ่อนมาปล่อยแต่ก็ไม่น่าจะมีชีวิตรอดอยู่ได้ เพราะคราบน้ำมันยังมีอยู่ที่พื้นทะเล หากไม่มีการฟื้นฟูที่ต้นเหตุชาวประมงที่ระยองคงหากินลำบากขึ้นและในที่สุดอาจจะต้องเปลี่ยนอาชีพ

การจัดการอย่างไม่เป็นกลางของภาครัฐที่ขาดการสืบค้นหาความจริงและการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและยาว และปราศจาก “คณะกรรมการอิสระ” ที่มีความเป็นกลางและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อมาตรวจสอบสาเหตุและวางแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งแสดงถึงความไม่โปร่งใสของภาครัฐและเอกชนในการเปิดเผยข้อมูล จึงไม่นำไปสู่การรับผิดชอบที่แท้จริงของผู้ก่อมลพิษหรือภาคเอกชน ที่เพียงแต่มุ่งเน้นการสร้างภาพโฆษณามากกว่าการเข้าไปแก้ปัญหาและรับผิดชอบต่อความเสียหายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการเพิกเฉยต่อการฟื้นฟูความเสียหายของระบบนิเวศ ท้ายสุดแล้ว ประชาชนในพื้นที่จึงต้องเป็นผู้แบกรับผลกระทบต่างๆ ทั้งในด้านการประกอบอาชีพและความเสี่ยงต่อสุขภาพ

โดยข้อมูลจากทางบริษัทได้รายงานว่ามีปริมาณการรั่วไหลของน้ำมันประมาณ 50,000 ลิตร และมีการใช้สารเคมี ซิลิกอน เอ็น เอส ในปริมาณมากกว่า 30,000 ลิตร เพื่อให้น้ำมันดิบเหล่านั้นมีขนาดเล็กลงและจมตัวลงสู่ใต้ทะเล ซึ่งจึงเป็นที่มาของการศึกษาในครั้งนี้โดยมีระยะเวลาห่างจากเหตุการณ์ประมาณ 3 เดือน  ผลวิเคราะห์ตัวอย่างตะกอนดินที่สุ่มเก็บใต้ท้องทะเลในบริเวณที่คาดว่ามีน้ำมันพัดผ่านบนผิวทะเลยังไม่พบการปนเปื้อนของสารโพลีไซคลิคอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอนในปริมาณที่เป็นนัยสำคัญ (ต่ำกว่า 0.05 มิลลิกรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักแห้ง) แต่ผลดังกล่าวก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการปนเปื้อนหรือไม่ในสิ่งแวดล้อม เนื่องจากมีปัยจัยที่หลากหลายทั้ง ปริมาณตัวอย่าง ระยะเวลาการเก็บ และขนาดพื้นที่ เป็นต้น แต่ผลจากการสำรวจร่วมกับชุมชนพบสิ่งสำคัญคือ ปะการังฟอกขาวและการหายไปของสัตว์น้ำ ซึ่งสามารถบ่งชี้ถึงว่าผลกระทบจากการรั่วไหลของน้ำมันที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง และบ่งบอกถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขฟื้นฟูความเสียหายของระบบนิเวศ  ความจำเป็นในการเฝ้าระวังการปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร และผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์

อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่: รายงานการสำรวจการปนเปื้อนน้ำมันบริเวณแหล่งประมงพื้นบ้าน แนวหิน จังหวัดระยอง กรณีน้ำมันรั่วปตท. ปีพ.ศ.2556 โดยกลุ่มติดตามน้ำมันปตท.รั่ว