รายงานด้านสิ่งแวดล้อม
16 มิถุนายน 2552
เอกสารนี้บรรยายถึงวิสัยทัศน์ของกรีนพีซว่าเราจะป้องกันมิให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เป็นอันตรายอย่างไร เริ่มต้นจากการวิเคราะห์โดยย่อเรื่องสาเหตุ ผลกระทบในปัจจุบัน และความเสี่ยงในอนาคตของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราวิเคราะห์ถึงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก และเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เราต้องการเพื่อนำไปสู่การหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ไม่หวนกลับคืนได้ต่อระบบนิเวศ ระบบเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของผู้คน การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพียง 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับอุณหภูมิในยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหวนกลับคืนได้ และเมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียสก็จะเพิ่มความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นหายนะ ความเป็นจริงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็คือการที่การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบนั้น เกิดขึ้นนอกเหนือไปจากการคาดการณ์ทางวิทยาศาสตร์ และปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าภัยคุกคามของผลกระทบที่ไม่อาจย้อนกลับคืนได้นี้ มีผลกระทบอันลึกซึ้งกว้างไกลกว่าที่เคยเชื่อกันมาในอดีต
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (159 Kb)
16 มิถุนายน 2552
ข้อค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ควบคู่กับความเข้าใจที่มากขึ้นในเรื่องของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก ได้ส่งสัญญานเตือนภัยให้กับโลกของเรา ระบบภูมิอากาศโลกนั้นอ่อนไหวและเปราะบางมากกว่าที่เราคิด และการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกแม้เพียงเล็กน้อย คาดว่าจะนำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรงที่สัมพันธ์กับการสูญสิ้นสายพันธุ์สิ่งมีชีวิต และเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว เป็นต้น
เป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการลงมือปฏิบัติการอย่างแข็งขันในระดับโลกที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ใกล้ศูนย์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายในกลางศตวรรษ เพืี่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับเป็นหายนะ และทุกประเทศจำเป็นต้องเข้าร่วมในความพยายามนี้
รัฐบาลทั่วโลกที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกนในเดือนธันวาคม 2552 นี้ ต้องบรรลุข้อตกลงที่มีตั้งเป้าหมายอันมุ่งมั่นและเข้มแข็งในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และให้การสนับสนุนทางการเงินและอื่นๆ เพื่อทำให้ประเทศกำลังพัฒนาดำเนินแนวทางการพัฒนาแบบคาร์บอนต่ำ และเพื่อปรับตัวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (59 Kb)
09 มิถุนายน 2552
Greenpeace, with a coalition of six NGO's and a group of 47 NGO experts from around the world, has written the Copenhagen Treaty - a blueprint for what we want to see world leaders agree when they meet at the Climate Summit in Copenhagen in December. This is a summary and the "narrative".
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (751 Kb)
01 มีนาคม 2552
กลไกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (REDD) จะต้องมีข้อตกลงที่โคเปนเฮเกน ซึ่งรับประกันถึงการปกป้องคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ และรับรู้ถึงสิทธิของชนพื้นเมือง ไม่เปิดช่องว่างให้กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอุตสาหกรรม ข้อตกลงต้องรวมถึงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ เพื่อให้บรรลุถึงการยุติการทำลายป่าไม้โดยสิ้นเชิง (Zero Deforestation) ในประเทศกำลังพัฒนาภายในปี 2563
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (139 Kb)
07 สิงหาคม 2551
Currently, Southeast Asia collectively ranks third highest in carbon dioxide emissions among developing countries, after China and India. Business as usual projections indicate that Southeast Asia will increase its carbon dioxide emissions by 350 percent by 2050. This is an unacceptable scenario in the face of warnings issued by scientists about the dire consequences if the total global greenhouse gas emissions are not cut to half by mid-century.
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (123 Kb)
25 กรกฎาคม 2551
เอกสารฉบับนี้เปิดโปงการโกหกของโรงไฟฟ้าถ่านหินเก็คโค่-วัน 4 ประการ ได้แก่ 1) โรงไฟฟ้าถ่านหินเก็คโค่-วัน จะเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ “สะอาด” ที่สุด “ในโลก” 2) โรงไฟฟ้าถ่านหินเก็คโค่-วันจะช่วยลดการปล่อยมลพิษและส่งผลให้อากาศที่มาบตาพุดสะอาดขึ้น 3) ชุมชนจะได้รับประโยชน์จากโครงการ (เช่น เงินสนับสนุนให้กับชุมชนประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี) 4) การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มมีความจำเป็นต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (541 Kb)
15 กรกฎาคม 2551
จากเหมืองถ่านหินไปจนถึงการเผาไหม้ ถ่านหินได้ก่อให้เกิดความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม ที่กลายเป็นปัญหาระดับโลก เนื่องจากถ่านหินสกปรกมากกว่าก๊าซและน้ำมัน นอกจากนี้ยังเป็นตัวการใหญ่ที่ส่งผลให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขยายขอบเขตความรุนแรงขึ้น
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจริง การเผาไหม้ถ่านหินปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ไม่มีสีและมีคุณสมบัติดูดกลืนความร้อน ให้เข้าไปสะสมในชั้นบรรยากาศ ซึ่งนำไปสู่ภาวะโลกร้อน หนึ่งในสามของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ทั้งหมดมาจากการเผาไหม้ถ่านหิน และโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นแหล่งกำเนิดที่ใหญ่ที่สุด หากเราไม่ลงมือทำเดี๋ยวนี้ การปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์จากการเผาไหม้ถ่านหินอาจเพิ่มเป็น ร้อยละ 60 ในปี 2573 เมื่อเทียบกับสัดส่วนในปัจจุบัน
สังคมของเราโดยรวม ทั้งภาคอุตสาหกรรม โรงเรียน บ้านเรือน สามารถใช้พลังงานได้อย่างชาญฉลาด และนำไปสู่การลดการปล่อยมลพิษ ขณะเดียวกันยังก่อให้เกิดความคุ้มทุนอีกด้วย การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เช่น พลังงานลม ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ออกมา
เพื่อต่อสู้กับภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราต้องก้าวออกจากยุคมืดและนำเอาถ่านหินออกไป
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (1 Mb)
11 มีนาคม 2551
Protecting the world’s remaining tropical forests is a key part of the solution to tackling the climate crisis. Tropical forests, the "lungs of the earth" are giant carbon stores. When they are destroyed through logging or burning, this carbon is released into the atmosphere.
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (237 Kb)
11 มีนาคม 2551
Forests for Climate is a landmark proposal for an international funding mechanism to protect tropical forests. The mechanism would become part of the second phase of the Kyoto (post-2012) agreement on climate change. If countries commit to Forests for Climate, funding to protect tropical forests could become available as soon as 2009. It is estimated that halving emissions from deforestation will cost US $10-15 billion per year. Forests for Climate has the potential to raise these funds, and more.
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (1 Mb)
25 มกราคม 2551
ภาคเกษตรกรรมมีส่วนอย่างมากในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยดินที่ใช้ในภาคเกษตรและการปศุสัตว์ได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมากออกมาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากภาคการเกษตร และการแปลงผันที่ดินเพื่อนำไปใช้ในภาคเกษตรกรรม ทั้งนี้ภาคเกษตรกรรมปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อมอยู่ที่ประมาณ 8.5-16.5 พันล้านตัน ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 17 และ 32 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีสาเหตุจากมนุษย์ อันรวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF (161 Kb)