หน้า - กันยายน 25, 2551
ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ของคนจำนวนมหาศาล ทั้งในระดับโลกลงไปจนถึงระดับท้องถิ่น แม้ว่านักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มยังมีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างภาวะโลกร้อนและความเสียหายต่างๆที่ได้เกิดขึ้น แต่เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ และควรดำเนินการตามหลักการป้องกันไว้ก่อน (Precautionary Principle) เพราะอนาคตยังคงเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นก็อาจจะสายเกินไปที่จะทำการป้องกันใดๆ
หากมองย้อนกลับไปที่ต้นเหตุของปัญหา
เราจะพบว่าสาเหตุของภาวะโลกร้อนนั้นคือการที่มนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล
เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตพลังงาน
และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญที่สุดออกสู่
ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก
ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือ
การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ดังจะเห็นได้จากความพยายามในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในระดับนานาชาติที่ระบุในพิธีสารเกียวโต
(Kyoto Protocol) พิธีสารเกียวโตเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ
กำหนดให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ให้ได้ 5.2 เปอร์เซ็นต์ต่ำกว่าระดับการปล่อยก๊าซดังกล่าวของพ.ศ 2533
ภายในพ.ศ. 2555
พิธีสารเกียวโตจะมีผลบังคับใช้ทันทีที่มีประเทศอย่างน้อย 55
ประเทศร่วมลงนามกัน
แม้ว่าพิธีสารเกียวโตไม่ได้กำหนดให้ประเทศกำลังพัฒนา
อย่างเช่นประเทศไทย ต้องมีพันธะสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แต่อย่างไรก็ตาม
เราควรจะคำนึงถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศด้วยเช่นเดียวกัน
เนื่องจากประเทศไทยเองก็มีความเสี่ยงต่อผลกระทบที่รุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกดังที่กล่าวไว้
พลังงานสะอาด ทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
จากการศึกษาของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยในพ.ศ. 2537
ประเทศไทยปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นปริมาณมากถึง
201 ล้านตัน โดยร้อยละ 47.4 (128 ล้านตัน)
ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดนี้มาจากภาคพลังงาน
วิธีการสำคัญที่เราจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ คือ
การสนับสนุนการพัฒนาและการใช้พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
พลังงานหมุนเวียนคืออะไร
เนื่องจากแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่นถ่านหิน
จัดเป็นเชื้อเพลิงสกปรกที่เมื่อใช้หมดแล้วก็จะหมดเลย
ไม่สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ในประเทศอุตสาหกรรม
การผลิตพลังงานโดยอาศัยเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลักจึงลดน้อยลงไปทุกที
และหันมาใช้พลังงานที่มาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนแทน เช่น ดวงอาทิตย์
(พลังงานแสงอาทิตย์) หรือลม (พลังงานลม)
ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ยั่งยืน ที่เป็นมิตรต่อสภาพแวดล้อม
และไม่มีวันหมดไป เราจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พลังงานสะอาด
แนวโน้มของการใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทย
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า
แม้ว่าการศึกษาวิจัยยุทธศาสตร์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแห่งเอเชีย
(Asia Least-Cost Greenhouse Gas Abatement Strategy)
จะระบุว่าส่วนแบ่งของพลังงานสะอาดในภาคพลังงานของประเทศไทยมีแนวโน้มว่าจะ
อยู่ที่เพียงร้อยละ 1 ของพลังงานทั้งหมด
แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานก็ยังเชื่อว่า
เราสามารถพัฒนาศักยภาพของพลังงานสะอาดในประเทศได้มากกว่านี้
โดยรัฐบาลควรจะออกนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดเพื่อเพิ่มบทบาทของพลังงานสะอาดในภาคพลังงานของประเทศไทย