หน้า - กันยายน 25, 2551
ลมเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้กันมานานกว่า 4,000 ปีแล้ว สำหรับประเทศไทย พลังงานลมก็ถือว่าเป็นพลังงานที่ใช้กันมาช้านาน ส่วนมากจะใช้ในการวิดน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม เช่น นาข้าว และ นาเกลือ เป็นต้น
ในวันที่ 15-18 ก.พ. 2550 กลุ่มเยาวชนยุคพลังงานสะอาดของกรีนพีซ ณ โรงเรียนปะทิววิทยา จ.ชุมพร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด และ ศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษา จ.ชุมพร จัดสัมนาเรื่อง "ประสิทธิภาพพลังงานหมุนเวียนใช้ได้จริงหรือไม่" และ จัดอบรมเชิงปฏิบัติเรื่องการทำกังหันลมผลิตไฟฟ้าความเร็วต่ำอย่างง่าย ที่จังหวัดชุมพร
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขทางกายภาพของการผลิตพลังงานลม
ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้คือ 1) ต้องมีความเร็วลมสูง (ประมาณ 8
เมตรต่อวินาที) 2) กระแสลมไม่มีความแปรปรวน และ 3) มีกระแสลมต่อเนื่อง
ในขณะที่อัตราความเร็วลมปกติในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1.7-3.1
เมตรต่อวินาที และมีอัตราความเร็วลมสูงสุดที่ 2.5-4.2 เมตรต่อวินาที
ซึ่งต่ำเกินกว่าที่จะนำมาผลิตพลังงาน
ดังนั้นจึงมีพื้นที่ใกล้ทะเลบางแห่งเท่านั้นที่มีความเหมาะสมสำหรับใช้เป็นฐานการผลิตไฟฟ้าจากกระแสลม
พลังงานลมเกือบทั้งหมดในประเทศไทยนำไปใช้กับเครื่องสูบน้ำ
ในขณะที่การใช้พลังงานลมในการผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบสายส่งยังอยู่ในขั้นการทดสอบ
ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมเท่ากับ 0.2 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9
บาท) ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
หรือเท่ากับสามเท่าของการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซล
การผลิตกระแสไฟฟ้าจากลมจึงยังมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจน้อย
อุปสรรคที่สำคัญของการพัฒนาพลังงานลมก็คือ การที่ลมมีความเร็วต่ำ
และไม่ต่อเนื่อง
อีกทั้งยังขาดการสนับสนุนทางด้านการลงทุนและพัฒนาศักยภาพของเทคโนโลยีในประเทศ
ทำให้มีต้นทุนสูงและมีราคาแพง
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องกระแสลมที่ไม่สัมพันธ์กับความต้องการในการใช้
กล่าวคือ ในช่วงฤดูฝนมีลมกระโชกแรง
แต่ความต้องการใช้น้ำจากชลประทานมีไม่มาก
แต่เมื่อถึงฤดูแล้งที่มีความต้องการน้ำชลประทานมาก แต่กลับไม่มีลม
ด้วยเหตุนี้พลังงานลมจึงยังไม่มีศักยภาพพอที่จะนำมาใช้ในประเทศไทยได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ