โลกของเราคือโลกแห่งมหาสมุทร

Coral gardens in the early morning light on Kanawa Island, Komodo, Flores, Indonesia, 16th May 2014. Photo: Paul Hilton / Greenpeace

เมื่อมองจากห้วงอวกาศจะพบว่าโลกของเราถูกปกคลุมไปด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่  เป็นดาวเคราะห์ที่แผ่นดินถูกล้อมรอบด้วยผืนมหาสมุทรอันแสนกว้างใหญ่เสมือนเป็นอาณาจักรแห่งท้องทะเลขนาดมหึมา ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งในผืนน้ำขนาดใหญ่นั้นเป็นพื้นที่ของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ชายฝั่งทะเลของประเทศไทย

กว่าร้อยละ 80 ของสรรพชีวิตบนโลกล้วนมีถิ่นฐานซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เกลียวคลื่นและท้องทะเล มหาสมุทรมีระบบนิเวศทางทะเลที่หลากหลาย เป็นแหล่งอาหารของโลก ช่วยสร้างออกซิเจนมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณออกซิเจนทั้งหมด เป็นตัวขับเคลื่อนปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และรักษาสมดุลของชีวิตบนโลก  ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ทำให้โลกสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้จนทุกวันนี้

หากปราศจากมหาสมุทรโลกก็ไร้ซึ่งสรรพชีวิต

เป็นที่รู้กันดีว่ากิจกรรมของมนุษย์ได้ก่อให้เกิดผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อธรรมชาติ  และเราเพิ่งเริ่มตระหนักถึงผลที่ตามมาเท่านั้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับมหาสมุทรอันมีความสำคัญเหนือคณานับต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งโลกก็เป็นหนึ่งผลกระทบที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์

ปะการัง บ้านของนานาสัตว์น้ำ ที่กระบี่

 มหาสมุทรและทะเลในอดีตเคยมีความหลากหลายทางชีวภาพ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งมีชีวิตจำนานมหาศาล ทว่าปัจจุบันมหาสมุทรมีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม จำนวนประชากรมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อระบบนิเวศทางทะเลของโลกจากการใช้ทรัพยากรมากขึ้นหรือการการบริโภคอาหารที่มาจากทะเลมากขึ้น  และสิ่งที่ตามมาคือปริมาณของสัตว์น้ำในทะเลลดลง แหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลถูกทำลาย และสิ่งมีชีวิตบางสายพันธุ์ขยับเข้าใกล้การสูญพันธุ์  และเมื่อปราศจากความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและความสมดุล ระบบนิเวศทางทะเลก็ไม่สามารถที่จะฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติ

ท้องทะเลไทยนับว่ามีความหลากหลายของสัตว์ทะเลสูงมากเมื่อเทียบกับน่านน้ำ บริเวณอื่นของโลก โดยมีปลามากกว่า 2,000 ชนิด หรือมากถึงร้อยละ 10 ของทั่วโลก มีหอยประมาณ 2,000 ชนิด สัตว์น้ำอื่นๆ รวมกันอีก 11,900 ชนิด นอกจากนั้นยังมีสาหร่าย พืชน้ำ และแนวปะการังนานาชนิด ถือเป็นความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเลทั้งในฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามันตลอดพื้นที่ชายฝั่งทะเล 23 จังหวัดของประเทศไทย ทรัพยากรชายฝั่งจึงเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติอันมีค่าซึ่งเป็นสายเลือดที่หล่อเลี้ยงชาวประมง และเป็นครัวเลี้ยงดูปากท้องของคนไทยและทั่วทั้งโลกอีกหลายล้านชีวิตนับไม่ถ้วน

เราจำเป็นต้องปกป้องทะเลของเรา ไม่ใช่เพียงเพื่อชาวไทย แต่เพื่อทุกชีวิตบนโลกที่ต่างพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพราะหากปราศจากมหาสมุทรแล้ว โลกใบนี้ก็ไม่สามารถอยู่รอดได้เช่นกัน

สิ้นมหาสมุทรสิ้นมนุษยชาติสิ้นโลก

เราจำเป็นต้องปกป้องมหาสมุทรให้มากกว่าที่เคยทำมา เนื่องจากมหาสมุทรต้องได้รับการฟื้นฟูเพื่อที่จะสามารถต่อกรกับการล่มสลายของระบบนิเวศซึ่งเริ่มก่อตัวในดินแดนแห่งท้องทะเลแล้ว

ประเทศไทยมีทรัพยากรทางทะเลมากเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงชาวไทยและ สามารถส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ของโลกได้อย่างยั่งยืนหากเราตระหนักที่จะดูแลท้องทะเลรักษาประโยชน์ร่วมกัน การใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งและการพัฒนากิจการประมงที่ผ่านมาของไทยเป็นไปในทางทำลายเพื่อกอบโกยทรัพยากรและเงินให้มากที่สุด หากเรายังคงเดินหน้าทำลายทะเลจนเกินสมดุล ผลกระทบที่ตามมาคือปลาและสิ่งมีชีวิตจะหมดไปมหาสมุทร  

ย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้วเราสามารถจับสัตว์น้ำในอ่าวไทยได้ชั่วโมงละ 298 กิโลกรัม ต่อมาเมื่อ 10 ปีที่แล้วลดลงเหลือชั่วโมงละ 3 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งปริมาณปลาที่จับได้ยังเป็นปลาขนาดเล็กและลูกปลาเศรษฐกิจที่ยังโตไม่เต็มวัยถึงร้อยละ 40  ทั้งนี้ การที่ปัจจุบันมีปริมาณการจับปลาสูงนั้น ไม่ใช่เพราะปลาในอ่าวไทยมีจำนวนมากขึ้น แต่เป็นเพราะใช้วิธีการประมงที่มุ่งกวาดล้างสัตว์ทุกชนิด ไม่ใช่เฉพาะในกลุ่มสัตว์น้ำที่เป็นเป้าหมาย และส่วนใหญ่ของผลพวงมาจากการประมงแบบทำลายล้างนั้นล้วนเป็นลูกปลาที่ยังโตไม่เต็มวัย ไม่เหมาะกับการนำมาบริโภค จึงถูกนำไปใข้เพื่อทำอาหารสัตว์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายล้างระบบนิเวศและความยั่งยืนอย่างรุนแรง 

การจับลูกปลาขนาดเล็กดังกล่าวไม่ใช่เป็นเพราะไม่มีปลาตัวโตเต็มวัยที่เพียงพอกับการบริโภคของมนุษย์ แต่เป็นการกวาดล้างสัตว์น้ำอย่างไร้เหตุผล เป็นเจตนาที่ตั้งใจจับสัตว์น้ำทุกชนิด รวมถึงปลาขนาดเล็กเพียงเพื่อให้ได้น้ำหนักปริมาณมากที่สุด ถือเป็นการประมงด้วยความโลภ หากปล่อยให้บรรดาลูกปลาเจริญเติบโตต่อไปจนกระทั่งเป็นตัวโตเต็มวัยก็สามารถสืบพันธุ์และรักษาระดับความสมดุลของระบบนิเวศได้ต่อไป และปลาโตเต็มวันดังกล่าวยังมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมากกว่าลูกปลาอย่างเปรียบเทียบไม่ได้  ซึ่งลูกปลาได้เพียงถูกนำมาเป็นอาหารสัตว์เนื่องจากไม่สามารถทำประโยชน์อื่นได้

ทั้งหมดนี้ทำให้ทะเลเริ่มขาดแคลนปลา หากยังขาดระบบการจัดการประมงที่นำไปสู่ความความยั่งยืนแล้วนั้น ต่อไปลูกหลานของเราคงจะรู้จักปลาทะเลธรรมชาติเพียงจากคำเล่าขานเท่านั้น

โครงการปกป้องทะเลไทยภายใต้งานรณรงค์ทั่วโลกปกป้องผืนมหาสมุทรโดยกรีนพีซนี้มีขึ้นเพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์มหาสมุทรและทะเลทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกเพื่อมวลมนุษย์ชาติทั้งในปัจจุบัน และสืบเนื่องไปจนถึงอนาคตด้วยการสร้างเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลจากการแสวงผลประโยชน์ เป็นการให้มหาสมุทรและทะเลมีเวลาหยุดพักเพื่อสามารถฟื้นฟูคืนสภาพกลับมาดังเดิมได้


ข้อมูลอ้างอิง:

"ทะเลไทย" โดยภาคภูมิวิธานติระวัฒน์จากหนังสือ "ปลาหายไปไหน"
รายงานการประมงในประเทศไทยโดยกรีนพีซมิถุนายนพ..2555

ข้อมูลล่าสุด

 

พลาสติกน้อยลง ชีวิตแฮปปี้มากขึ้น

รายการบล็อก จาก วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์ | มกราคม 4, 2560

หลายครั้งที่คิดว่าจะลดขยะ โดยเฉพาะพวกพลาสติก แต่สุดท้ายมักจะเป็นการฮึบแค่ไม่กี่สัปดาห์ แล้วความเคร่งครัดใน Resolution นี้ก็จะหายไปเนี่ยนๆโดยไม่มีใครกล่าวอะไร แต่กระนั้นก็มีอีกหลายคนที่ทำได้ และทำไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในคนเหล่านั้...

ย้อนรอยสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทยปี 2559

รายการบล็อก จาก ธารา บัวคำศรี | ธันวาคม 31, 2559

ปี 2559 เป็นอีกห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านดีและด้านร้ายของสิ่งแวดล้อมไทย ก่อนจะผ่านพ้นปี 2559 นี้ เรามาย้อนดูสักนิดว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่นในช่วงปีนี้มีอะไรบ้าง ปฏิรูปการประมงคืบหน้าแต่ท้าทาย ...

9 เรื่องราวอีกก้าวของการปกป้องสิ่งแวดล้อม ในปี 2559

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | ธันวาคม 27, 2559

แม้ปี 2559 กำลังใกล้จะสิ้นสุดลง แต่งานปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไม่เคยมีวันสิ้นสุด ด้วยพลังจากคุณและจากทุก ๆ คนทั่วทุกมุมโลก เราจึงสามารถเดินหน้ารณรงค์ปกป้องสิ่งแวดล้อมและประสบความสำเร็จได้ในปีนี้ ทุกสิ่งที่คุณทำ คือสิ่งที่คุณร่วมสร้า...

บันทึกจากปากบารา : กิจกรรมวางซั้งกอ สร้างบ้านปลา รักษาทะเล

รายการบล็อก จาก ผณิตา คงสุข | ธันวาคม 26, 2559

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่เรือใหญ่ไม่กินเรือเล็ก คือสัญญาณความร่วมมือระหว่างประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ ที่เห็นคุณค่าของพื้นที่ทำมาหากินในท้องทะเลเดียวกันให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ กิจกรรมรณรงค์ทำดีเพื่อพ่อ วางซั้งกอ รักษาทะเล...

รายงานการอันดับปลาทูน่ากระป๋อง ปี 2559

สิ่งพิมพ์ | ธันวาคม 22, 2559 ที่ 17:00

จากทะเลสู่กระป๋อง: 2559 การจัดอันดับความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลองถาม 7 คำถามนี้ก่อนกินอาหารทะเล

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | ธันวาคม 22, 2559

หากกล่าวว่าตนเองเป็นคนรักอาหารทะเลในยุคนี้แล้วล่ะก็ เราคงจะต้องระแวดระวังและเลือกสรรค์ในการกินสักนิด เพราะมหาสมุทรของเรากำลังเหลือปลาน้อยลงไปทุกที ไม่ว่าจะเป็นด้วยสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอกาศที่ส่งผลต่อแนวปะการัง มลพิษทางทะเลที่...

เปิดโปงมุมมืดอุตสาหกรรมประมงไทย

รายการบล็อก จาก อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล | ธันวาคม 15, 2559

แรงงานอพยพจากกัมพูชาและเมียนมาร์ เป็นเหยื่อของการบังคับใช้แรงงานในอุตสาหกรรมประมงไทย ด้วยการใช้เล่ห์ลวง สัญญาปากเปล่าที่ไม่มีผลผูกมัด และภาระหนี้สิน แรงงานเหล่านี้เป็นกลุ่มคนเดียวกันที่ทำงานให้ทั้งอุตสาหกรรมอาหารคนและอาหารสัตว์...

พลิกวิกฤต

สิ่งพิมพ์ | ธันวาคม 15, 2559 ที่ 15:11

ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก สถิติล่าสุด ระบุว่าอุตสาหกรรมอาหารทะเลสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ต่อปี ในช่วงกว่าสองปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประมงทะเล ของไทยกลายเป็นจุดสนใจ หลังจากมีรายงานของสื่อมวลชนเป...

หยุดคลื่นขยะ: ก่อนจะจมใต้ทะเลพลาสติก

รายการบล็อก จาก รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์ | พฤศจิกายน 18, 2559

มหาสมุทรของโลกกำลังถูกกลืนกินด้วยคลื่นขยะ ไม่ว่าจะเป็นจากพลาสติกห่อลูกอม ถุงพลาสติก โฟม กระป๋อง ขวด หรือสิ่งของจากการอุปโภคบริโภคของเรา ไปจนถึงขนาดใหญ่มหึมาอย่างโซฟา ตู้เย็น เป็นต้น โดยประเทศอันดับ 6 ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาขยะในมหาสมุทรข...

Infographic ช่วงชีวิตหนึ่งของคุณสร้างขยะได้มากแค่ไหน?

สิ่งพิมพ์ | พฤศจิกายน 2, 2559 ที่ 14:18

ตัวอย่างการดื่มกาแฟด้วยแก้วพลาสติกแค่ 1 แก้วต่อวัน ทำให้เกิดขยะขึ้นมามากมายมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ!

91 - 100 ของ 186 ผล