แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง

หน้า - สิงหาคม 22, 2558
อาหารทะเลจานโปรดที่อยู่หน้าคุณ มาจากบาดแผลของทะเลและแรงงานทาสหรือเปล่า…?

เบื้องหลังอาหารทะเลผลพวงจากการประมงเกินขนาด คือปัญหาแรงงานทาส ที่เกิดขึ้นควบคู่กับการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) โดยเรือประมงที่ไม่สนใจต่อปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้นก็ไม่ได้ใส่ใจว่าการประมงที่ทำอยู่นั้นส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างร้ายแรง หรือละเมิดกฏหมายใดบ้างของการประมง หนึ่งในวิธีการหลบซ่อนการประมงที่ผิดกฏหมายของตน และยืดเวลาที่เรือประมงจะอยู่ในน่านน้ำได้ โดยที่การส่งสินค้าจากประเทศ A  ผ่านพรมแดนประเทศ B  ไปยังประเทศ C  โดยมีการขนถ่ายสินค้าในประเทศ B ในเขตปลอดภาษี  หรือถ่ายลำไปยังพาหนะลำเลียงอื่น แต่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากรของประเทศ แทรกรูปการขนย้ายให้ชัดเจนตรงนี้ เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นในทะเลเขตน่านน้ำอินโดนีเซีย โดยเรือประมงเถื่อนของไทย หรือเรือจดทะเบียนถูกต้อง จะขนถ่ายสินค้าจากเรือแม่ที่จอดรอการขนถ่ายปลากลางทะเลจากเรือประมง หลังจากนั้นจะนำปลาทูน่ามาแปรรูป (นึ่ง/แช่แข็ง) และขนส่งไปยังท่าเรือของบริษัทแปรรูป โดยปลาเหล่านั้น ไม่ถูกจดบันทึกและรายงานไปยังเจ้าของน่านน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียค่าธรรมเนียมการจับให้กับประเทศเจ้าของน่านน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การจับปลาที่ไม่ใช่ปลาเป้าหมายขึ้นมา (Bycatch) ซึ่งมีปลาที่ยังเป็นขนาดเล็ก และปลาที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง ฉลาม เต่าทะเล และอื่นๆ วิธีนี้ เรียกว่า Transshipment การเปลี่ยนถ่ายสินค้าและน้ำมันกลางทะเลนี่เองที่เอื้อให้เกิดแรงงานทาส เนื่องจากแรงงานจะถูกบังคับให้อยู่กลางทะเลนานขึ้น ซึ่งบางครั้งอาจนานเกินหนึ่งปี ปัญหาเกิดจากการควบคุมตรวจสอบของภาครัฐผ่านเอกสารเท่านั้น ซึ่งไม่ทั่วถึงพอ เอื้อต่อการทำผิดกฎหมาย ประกอบกับผลประโยชน์จำนวนมหาศาลที่ได้จากท้องทะเลนั้นเย้ายวนให้เกิดการกระทำการละเมิดสิทธิพื้นฐานของแรงงานขึ้น

สถานการณ์ของประเทศไทยกับปัญหาแรงงานทาสของอุตสาหกรรมประมง

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตปัญหาการค้ามนุษย์ขั้นรุนแรง จนกระทั่งถูกลดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีกลุ่ม Tier 3 เป็นกลุ่มประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายสหรัฐอเมริกาและไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นลำดับที่ต่ำสุด หลังจากที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกล่ม Tier 2 Watch list เป็นเวลาติดต่อกันสี่ปี และล่าสุดคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปเตือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเรื่องการขาดมาตรการที่เพียงพอในการต่อสู้การประมงผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงานและขาดการควบคุม (IUU) และให้เวลา 6 เดือนในการดำเนินแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหา การประกาศของสหภาพยุโรปเป็นผลมาจากความล้มเหลวของประเทศไทยต่อการจัดการและต่อกรกับการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ทำลายล้างและไม่ยั่งยืน 

ปัญหาแรงงานทาส การประมงเกินขนาดที่ผิดกฎหมายและใช้เครื่องมือทำลายล้าง ที่สร้างบาดแผลให้กับคนและท้องทะเลนั้นยังเป็นเรื่องที่คนกินอาหารทะเลส่วนใหญ่ยังคงไม่รู้ แต่เมื่อรู้ถึงปัญหาแล้ว ผู้บริโภคทุกคนจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของท้องทะเลและยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ ด้วยการปฏิเสธการซื้อและรับประทานอาหารทะเลที่มีที่มาจากการประมงที่เป็นปัญหาเหล่านี้ แล้วหันมาสนับสนุนอาหารทะเลที่มาจากการประมงทีรับผิดชอบ รวมถึงรัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องมีกฎหมายที่รัดกุม พร้อมกับดำเนินการบทลงโทษทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดตลอดช่วงห่วงโซ่การผลิตทั้งอุตสาหกรรมประมง และบริษัทจัดจำหน่าย นอกจากนี้ในส่วนของผู้ผลิตอาหารทะเลทั้งแช่แข็งและแปรรูป ตลาดและห้างร้าน ก็ยังเป็นภาคส่วนที่สำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างชาวประมงและผู้บริโภค ภาคส่วนเหล่านี้จึงต้องมีความตระหนักและควรจะมีการสร้างเครื่องมือและนโยบายที่จะผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอาหารทะเลที่ปลอดจากการทำประมงแบบผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ปราศจากการใช้แรงงานทาส

เพื่อรักษาระบบเศรษฐกิจของไทยที่ไม่ถูกต่อต้านและกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ไม่ทำร้ายทั้งลูกเรือและ ปกป้องอนาคตของทะเลไทยให้เรามีอาหารจานทะเลจานโปรดที่ไม่สร้างบาดแผลให้แก่ท้องทะเลอีกต่อไป

ไม่มีความคิดเห็นพบ เพิ่มความคิดเห็น

โพสต์ความคิดเห็น 

เพื่อแสดงความคิดเห็นคุณต้องลงชื่อเข้า