ปลาทูน่าสายพันธุ์อะไรอยู่ในกระป๋อง?

หน้า - ตุลาคม 15, 2558
ตลาดปลาทูน่ากระป๋องในไทยเป็นของบริษัทใหญ่ ๆ เพียงไม่กี่แห่ง ซึ่งจำหน่ายสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ของตนเอง และ เป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับบริษัทอื่น โดยส่วนใหญ่บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปลาทูน่ากระป๋องในประเทศไทยไม่มีการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค แม้กระทั่งการระบุว่าเป็นปลาทูน่าสายพันธุ์ไหนที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต และไม่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็น ความยั่งยืน

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนทำอาหาร ผู้บริโภค หรือคนรักมหาสมุทร เราควรจะรู้ว่าปลาทูน่าแต่ละชนิดมีสถานะอย่างไร

ปลาทูน่าพันธุ์ครีบยาว (Albacore Tuna):

พบในผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบตั้งแต่กระป๋องรมควันและสด มีสถานะใกล้ถูกคุกคามเนื่องจากจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็วและบางชนิดมีการประมงเกินขนาด 

ถือว่าเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงที่สุดสําหรับการใช้ในการผลิตปลาทูน่ากระป๋อง ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น “ไก่ทะเล” (Chicken of the Sea) โดยไทยใช้เป็นวัตถุดิบมากเป็นอันดับสาม

แหล่งทําประมง : มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ (40%) มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ (27%) มหาสมุทร แอตแลนติก และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (25%)

วิธีการทําประมง : เบ็ดตวัด อวนลากผิวน้ำ และเบ็ดราว

ส่วนแบ่งตลาด : ประมาณ 7% ของปลาทูน่าทั้งหมด

ตลาดที่สําคัญ : อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และสเปน

ผลิตภัณฑ์ : บรรจุกระป๋อง บริโภคสด และแช่แข็ง

ปลาทูน่าพันธุ์ตาโต (Bigeye Tuna) :

นิยมนำมาสเต็กทูน่า ซูชิ หรือซาชิมิ แต่ปลาทูน่าตาโตขนาดเล็กสามารถนำมาทำปลากระป๋อง สถานะอย่างเป็นทางการ คือ เสี่ยง และเพิ่งเข้าภาวะใกล้สูญพันธุ์ด้วยประชากรที่ลดลง และบางชนิดมีการประมงเกินขนาด

แหล่งทําประมง : มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก (37%) มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (23%) มหาสมุทรอินเดีย (25%) และมหาสมุทรแอตแลนติก (25%)

วิธีการทําประมง : อวนล้อม และเบ็ดราว

ส่วนแบ่งตลาด : ประมาณ 8% ของปลาทูน่าทั้งหมด

ตลาดที่สําคัญ : ญี่ปุ่น และกลุ่มยุโรป

ผลิตภัณฑ์ : บริโภคสด และซาซิมิ

ปลาทูน่าพันธุ์ครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) :

เป็นสัญลักษณ์ของปลาทูน่าที่มีมูลค่าเชิงพาณิชย์สูงที่สุด ปลาทูน่าสายพันธุ์นี้มีสามชนิด แอตแลนติก แปซิฟิก และเซาเทิร์น พบได้ในร้านอาหารญี่ปุ่นระดับหรูที่นำมาทำซาชิมิหรือซูชิ ปัจจุบันอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ หากแนวโน้มของสถานการณ์ยังเหมือนเดิมปลาทูน่าสายพันธุ์นี้อาจต้องเผชิญกับการสูญพันธุ์เชิงพาณิชย์ในเขตแปซิฟิก

แหล่งทําประมง : มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ (40%) มหาสมุทรแอตแลนติกตะวันออกเฉียงเหนือ (19%) มหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตกเฉียงใต้ (6%) และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (35%)

วิธีการทําประมง : เบ็ดตวัด อวนลากผิวน้ำ และเบ็ดราว

ส่วนแบ่งตลาด : ประมาณ 1.25% ของปลาทูน่าทั้งหมด

ตลาดที่สําคัญ : ญี่ปุ่น

ผลิตภัณฑ์ : บรรจุกระป๋อง (เนื้อขาว) และบริโภคสด

ปลาทูน่าพันธุ์ท้องแถบ (Skipjack Tuna)

พบได้ในทูน่ากระป๋องและอาหารแมว ส่วนใหญ่ติดฉลาก “light tuna” ซึ่งสายพันธุ์นี้ยังไม่มีการทำประมงในอัตราเกินขนาด แต่หากยังดำเนินการประมงในอัตราขนาดนี้ต่อไปอาจจะเกินขนาดก็ได้ บางครั้งสายพันธุ์ตาโตและครีบเหลืองก็ถูกจับรวมไปกับพันธุ์ท้องแถบและถูกรวมอยู่ในทูน่ากระป๋องเดียวกัน

สำหรับประเทศไทยนำเข้าสายพันธุ์นี้มาใช้เป็นวัตถุดิบมากเป็นอันดับหนึ่ง

แหล่งทําประมง : มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (55%) มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก (12%) มหาสมุทรอินเดีย (10%)

วิธีการทําประมง : อวนล้อม

ส่วนแบ่งตลาด : ประมาณ 50-55% ของปลาทูน่าทั้งหมด

ตลาดที่สําคัญ : ญี่ปุ่น ยุโรปตะวันตก และอเมริกา

ผลิตภัณฑ์ : บรรจุกระป๋อง บริโภคสด แช่แข็ง และรมควัน

ปลาทูน่าพันธุ์ครีบเหลือง (Yellowfin Tuna) :

ส่วนใหญ่นิยมนำมาทำสเต็กทูน่า ซาชิมิ หรือซูชิ แต่ก็พบในทูน่ากระป๋อง สถานะปัจจุบันใกล้ภาวะคุกคามด้วยจำนวนประชากรทั้งหมดลดลงและบางชนิดมีการประมงเกินขนาด

สำหรับประเทศไทยใช้เป็นวัตถุดิบมากเป็นอันดับสอง

แหล่งทําประมง : มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (35%) มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก (25%) มหาสมุทรอินเดีย (25%)

วิธีการทําประมง : อวนล้อม และเบ็ดราว

ส่วนแบ่งตลาด : ประมาณ 35% ของปลาทูน่าทั้งหมด

ตลาดที่สําคัญ : ญี่ปุ่น ยุโรปตะวันตก และอเมริกา

ผลิตภัณฑ์ : บรรจุกระป๋อง บริโภคสด แช่แข็ง ซาซิมิ และรมควัน

ปลาโอดํา (Tongol Tuna)

เป็นสายพันธ์ที่พบได้ตามชายฝั่งทะเลของไทย มีขนาดเล็ก เนื้อสี ขาว รสชาติดี ชาวอเมริกันทางตอนเหนือนิยมบริโภคปลาสายพันธุ์นี้ เนื่องจากรสชาติและสีของเนื้อปลา

ปลาโอลาย (Bonito Tuna) 

เป็นสายพันธุ์ที่พบได้ตามชายฝั่งทะเลของไทย มีขนาดเล็ก เนื้อสี เข้ม ส่วนใหญ่จะนํามาแช่เย็นและแช่แย็งโดยตัดหัวและคว้านไส้ออกเพื่อจําหน่าย

ปลาทูน่าหลายสายพันธุ์ที่อยู่ในกระป๋องนั้นอาจมาจากปลาทูน่าที่จับจากแหล่งที่มีจำนวนปลาทูน่าบางสายพันธุ์ที่เหลืออยู่น้อย ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคทราบถึงสถานะว่าปลาทูน่าชนิดพันธุ์ใดบ้างที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และเลี่ยงบริโภค โดยผู้ผลิตจำเป็นต้องให้ข้อมูลชนิดพันธุ์ปลาทูน่าด้วยการระบุไว้ที่ข้างกระป๋อง อุตสาหกรรมทูน่าควรรับประกันให้มีการตรวจสอบได้ถึงสายพันธุ์ แหล่งที่มาของปลาทูน่า ตั้งแต่เรือประมงไปจนถึงการวาง จำหน่ายในชั้นวางสินค้า เพื่อทำให้มั่นใจว่าปลาทูน่า มาจากแหล่งที่มีประชากรจำนวนมากพอ และมาจากการทำประมงปลาทูน่าอย่างรับผิดชอบ รวมทั้งมีมาตรฐาน ที่เข้มแข็งทั้งด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน เพื่อความยั่งยืนของอาหารทะเลร่วมกัน


 อ้างอิงจาก