หมู่บ้านแห่งอนาคต

หน้า - ตุลาคม 27, 2551
การปฏิวัติพลังงานกำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตชนบท เกษตรกรจำนวนมากผลิตแก๊สและเชื้อเพลิงชีวภาพนอกเหนือไปจากอาหารในอัตราเร่ง ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ชนบทเป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ของพลังงานที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม และก่อให้เกิดรายได้ ซึ่งกำลังรอกการนำไปใช้ ระบบแผงเซลล์สุริยะและโรงไฟฟ้าขนาดเล็กแบบกระจายศูนย์เอื้อให้เกิดโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับพื้นที่ชนบทในประเทศกำลังพัฒนาซึ่งยังไม่มีโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าเข้าถึง

[01] แก๊สชีวภาพที่ให้พลังงานและความร้อนแก่ฟาร์มหรือทั้งหมู่บ้านนั้น มาจากการหมักมูลสัตว์หรือเศษพืชในปริมาณมากมายจากของเหลือใช้ทางการเกษตร หรือพืชที่เก็บเกี่ยวสำหรับการนี้โดยเฉพาะ

[02] เชื้อเพลิงชีวภาพ จากเมล็ดองุ่น ข้าวโพด และ อ้อย หรือ แม้กระทั่งฟางข้าวและเศษไม้ ใช้เป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนยานยนต์เช่นเดียวกับน้ำมันที่กลั่นมาจากแร่น้ำมัน การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในทางทฤษฎีนั้น เท่ากับปริมาณที่ถูกดูดซับโดยพืชในช่วงเจริญเติบโต สิ่งสำคัญ คือ ต้องแน่ใจว่าการผลิตพลังงานจากภาคเกษตรกรรมจะมีความสอดคล้องในทางนิเวศวิทยาและไม่นำไปสู่การขาดแคลนอาหาร นอกจากนี้ความร้อนจากชีวมวลมีประสิทธิภาพอย่างมากในการผลิตไฟฟ้า

 

[03] พลังงานแสงอาทิตย์มาจากหลังคาของโรงนา ซึ่งมีพื้นที่ว่างสำหรับติดตั้งแผงเซลล์สุริยะ

[04] กังหันลมจะหยุดหมุนได้ดีที่สุดในที่โล่งกว้าง เช่น ในชนบท เกษตรกรมีการให้เช่นพื้นที่สำหรับตั้งฟาร์มกังหันลม หรือลงทุนด้วยตนเองพร้อมกับขายไฟฟ้า อุตสาหกรรมพลังงานลมกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศเยอรมนี สเปน สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และ อินเดีย ศักยภาพการผลิตโดยประมาณภายในพ.ศ. 2593 เท่ากับ 7 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ซึ่งมากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ดำเนินงานอยู่ขณะนี้ถึง 3 เท่า

[05] โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดแหล่งหนึ่งของพลังงานหมุนเวียน แต่ศักยภาพมีจำกัด การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่คุกคามสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ทางเลือกหนึ่งคือพลังน้ำขนาดเล็ก