กรีนพีซจวกแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับล่าสุด

ชี้การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนถูกกว่าถ่านหินและนิวเคลียร์ถึง 10 เท่า

เรื่องราว - กรกฎาคม 16, 2550
กรีนพีซออกโรงวิพากษ์แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับล่าสุด หรือพีดีพี 2007 ที่สนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ที่เป็นมหันตภัยและถ่านหิน โดยเพิกเฉยต่อศักยภาพอันมหาศาลของพลังงานหมุนเวียน รายงานฉบับใหม่โดยกรีนพีซและสภาพลังงานหมุนเวียนแห่งยุโรป (EREC) เรื่อง ‘การลงทุนแห่งอนาคต-แผนการลงทุนที่ยั่งยืนเพื่อยุติภาวะโลกร้อน’ คาดการณ์ว่าการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในอนาคตจะประหยัดกว่าค่าใช้จ่ายในโครงการธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 10 เท่า หรือคิดเป็นเงินประมาณ 180 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,300 ล้านล้านบาทต่อปี และยังสามารถลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ลงครึ่งหนึ่งภายในปี พ.ศ.2573

ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า รายงานของเราชี้ให้เห็นถึงข้อพิสูจน์ทางเศรษฐกิจที่หนักแน่นในการเปลี่ยนแปลงการลงทุนทั่วโลกไปสู่ด้านพลังงานหมุนเวียน อันได้แก่ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำขนาดเล็ก พลังงานความร้อนใต้พิภพ และพลังงานชีวมวล ภายใน 23 ปีข้างหน้า และหันหลังให้กับเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นอันตรายและพลังงานนิวเคลียร์ที่มีราคาแพง ธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์มีแต่จะช่วยเพิ่มการปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากประเทศไทยเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงค่าใช้จ่ายของเชื้อเพลิงที่พุ่งพรวดขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้น มันไม่มีทางที่จะกำหนดราคาเป็นตัวเงินให้กับหายนะภัยที่จะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและมนุษยชาตินี้ได้

ในเวลาเดียวกัน กรีนพีซแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์อย่างชัดแจ้งของ ดร.โมฮัมหมัด อีไอ บาราเด ผู้อำนวยการทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย เมื่อเช้านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่าเขากำลังเร่ขาย ภาพลวงตาของมหันตภัยนิวเคลียร์

ธารา กล่าวว่า ถ้าหากอุตสาหกรรมนิวเคลียร์จะสามารถเพิ่มศักยภาพทางพลังงานได้อย่างเด่นชัด มันคงต้องใช้เวลาหลายชั่วทศวรรษ และใช้งบประมาณมากกว่าทางเลือกของพลังงานหมุนเวียนและประสิทธิภาพทางพลังงาน และท้ายที่สุดแล้ว มันก็ยังคงตอบสนองความต้องการทางพลังงานทั่วโลกได้เพียงน้อยนิด นอกจากนั้น ยังมีความหมายโดยนัยอีกมากเกี่ยวกับกากของเสียนิวเคลียร์ การเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว และผลต่อสุขภาพ ซึ่งแม้กระทั่ง IAEA ก็ยอมรับว่ามันเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก

ความหวังอันยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ คือ  โรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบ EPR อันโดดเด่นในโอคิลัวโต ประเทศฟินแลนด์ แต่แม้กระทั่งก่อนที่มันจะสร้างเสร็จ ก็ยังมีสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของพลังงานนิวเคลียร์เช่นที่เคยมีมา หลังจากเริ่มสร้างเพียงแค่ 2 ปี ระยะเวลาก็ล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ถึง 18 เดือน และใช้เงินเกินงบประมาณไปถึง 700 ล้านยูโร หรือประมาณ 4,900 ล้านบาท โครงการตัวอย่างที่หวังไว้นี้มีปัญหาด้านความปลอดภัยมากมาย ด้วยการดำเนินการก่อสร้างที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งคณะกรรมการกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของฟินแลนด์ได้เปิดเผยถึงความบกพร่องด้านความปลอดภัยทั้งหมด

 

แผนปฏิวัติพลังงานของกรีนพีซต้องการเม็ดเงินรายปีทั่วโลกเพิ่มเติมเป็นจำนวน 22 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 770 ล้านล้านบาทในการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงที่ประหยัดได้จากโครงการซึ่งมากถึง 202 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,070 ล้านล้านบาทต่อปี หมายถึงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนถูกกว่า 10 เท่า และหากนำเอางบประมาณก้อนใหญ่จำนวน 250 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,750 ล้านล้านบาทต่อปี ที่ใช้อุดหนุนภาคอุตสาหกรรมถ่านหินและแก๊ส ไปสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและปลอดภัย ก็จะครอบคลุมต้นทุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดในแผนปฏิวัติพลังงาน

อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนมีความตั้งใจและสามารถสร้างโรงไฟฟ้าที่ตอบสนองความต้องการพลังงานของโลกได้ เราเพียงแค่มีนโยบายพลังงานและนโยบายภูมิอากาศที่เหมาะสม การดำเนินการที่จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้จะต่อเนื่องและส่งผลกระทบไปถึงปี พ.ศ. 2593 เมื่อเส้นทางสู่พลังงานหมุนเวียนได้เกิดขึ้นจริง เราจะสามารถหลีกเลี่ยงหายนะภัยอันรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ธารากล่าว

 

 


หมายเหตุ

แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี 2007 (พ.ศ.2550-2564) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เสนอไว้ชุดแรกจะเริ่มเข้าสู่ระบบตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 เรื่อยไป โดยเริ่มจาก 700 เมกะวัตต์ จนถึง 21,000 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ.2564 และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเริ่มเปิดใช้ในปี พ.ศ.2563 โดยจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้โดยรวมถึง 4,000 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ.2564